บทความ

WFH Wednesday: เปิดซุ้มไก่ซ้ายทางด่วน ของ “ก้องศักดิ์ พี.เค.แสนชัยฯ”

13 พ.ค. 2020

นักมวยไทยชายชาติทหาร “ซ้ายทางด่วน” ก้องศักดิ์ พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม อดีตนักมวยถ้วยพระราชทานฯ สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย วัย 30 ปี ในช่วงพักประจำการ พักสังเวียนผืนผ้าใบ เขาเดินทางกลับบ้านเกิดจังหวัดบุรีรัมย์ ใช้เวลาว่างสานต่ออีกหนึ่งความฝันเล็กๆ ให้เป็นจริงกับ “ซุ้มซ้ายทางด่วน” ฟาร์มไก่ชนที่อนาคตอาจมีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของจังหวัด

 

 

เจ้าของฉายา ซ้ายทางด่วน เผยว่า ตอนเด็กๆ เขาไม่ชอบไก่ แต่ความรู้สึกค่อยๆ เปลี่ยนไปเมื่อเติบโตขึ้น หลังจากที่เขาเริ่มเลี้ยงนก ความรักสัตว์ก็สามารถละลายอคติที่มีต่อไก่ลงได้

จนเมื่อเขาได้ไก่ชนจากครอบครัวมาครอบครองเป็นของตัวเอง เขาเริ่มสนิทสนม คุ้นเคย เพราะอยู่กับมันทุกวัน และกลายเป็นความรักและหลงเสน่ห์ของไก่ชนในที่สุด

“ไก่ชน ก็เหมือน นักมวย มันเกิดมาเพื่อสู้ สู้จนตัวตาย” ก้องศักดิ์ เปรียบเทียบให้เห็นภาพ

 

 

“เราจะเริ่มจับมันซ้อมได้ก็ตอนอายุ 8 เดือน ต้องดูสายตา ดูสัญชาตญาณการเป็นนักสู้ของมัน ถ้าไก่มันเก่ง ยิ่งซ้อมมันก็จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเป็นนักมวยยิ่งซ้อมก็จะพัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆ เหมือนกันครับ”

ไก่ชนมีหลากหลายสายพันธุ์ มีทักษะการโจมตีในสายเลือดแตกต่างกันไป เช่น ไก่ชนพม่า ชอบตีหน้า ตีหู ตีตา

“ฟาร์มผมเลี้ยงแต่ไก่ชนไทยครับ ไก่ไทยเน้นตีหลัง ตีลำตัว ที่สำคัญ เป็นไก่เดินชน เดินตี เชียร์สนุก ผมเพาะพันธุ์ไก่เองทั้งหมด ตอนนี้ถ้านับตัวที่มีอายุพร้อมตี เก้าเดือนขึ้นไป ผมมีอยู่สิบตัว”

 

Posted by Kongsak Sit Boonmee on Wednesday, March 21, 2018

 

“ซุ้มซ้ายทางด่วน” ฟาร์มไก่ชนที่ตั้งตามฉายาของ ก้องศักดิ์ เพิ่งเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างได้ไม่นาน เขาเลี้ยงมันตามธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี หรือยากระตุ้นใดๆ โดยนำเงินรายได้จากการชกมวยมาซื้ออาหารและยาบำรุงต่างๆ บวกกับรายได้ที่เกิดจากการขายไก่

“ทุกเดือนผมเสียแค่ค่าข้าวสารเดือนละ 6 กิโลฯ ก็ตกประมาณสองพันบาท ไก่อายุ 1-2 เดือนแรกจะเป็นช่วงที่กินเก่ง ต้องจัดอาหารหมูเพื่อไก่จะโตได้ดี และหลังจากอายุ 4 เดือนขึ้นไปแล้ว ก็จะเปลี่ยนเป็นข้าวเปลือกหรือข้าวสุกเพื่อไม่ให้ไก่อ้วนเกินไป ซึ่งค่าใช้จ่ายก็จะถูกลง”

“สำหรับราคาขายไก่ชน ก็ตามฝีมือครับ ตีชนะมาเยอะ สถิติดี ราคาก็สูง เหมือนนักมวยเลยครับ สำหรับผม ถ้าขายได้ครึ่งแสนก็หรูแล้ว แต่ระดับนั้นส่วนใหญ่จะเป็นซุ้มดังครับ” เจ้าของซุ้มซ้ายทางด่วน อธิบาย

 

Posted by Kongsak Sit Boonmee on Thursday, February 1, 2018

 

โดยปกติ ก้องศักดิ์ จะเดินสายตีไก่ภายในจังหวัดบุรีรัมย์ประมาณห้าครั้งต่อเดือน แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงนี้ เขาทำได้เพียงจับคู่ซ้อมในฟาร์ม ให้พวกมันได้ลับฝีมือรอไปก่อน

“ไก่ชนพอเริ่มโตก็จะเลี้ยงยากขึ้นครับ ต้องดูแล ต้องพาออกกำลังกาย และจับซ้อมเหมือนนักมวย เมื่อซ้อมแล้วก็ต้องชนเพื่อไก่จะได้มีประสบการณ์และพัฒนาฝีมือขึ้นเรื่อยๆ”

“ปกติถ้าซ้อมกันเอง ผมจับคู่ตียกเดียว ตกยกละประมาณยี่สิบกว่านาทีครับ แต่เวลาไปตีจริงๆ ก็จะมีตั้งแต่สามยกห้ายก อยู่ที่ความอึดของไก่แต่ละคู่ ซึ่งเจ้าของต้องเช็คมาก่อนว่าไก่ของตนไหวแค่ไหน”

“ทุกคนรู้ว่าไก่ชนสู้จนตัวตาย แต่เจ้าของต้องสังเกตอาการเพื่อรักษาไก่ของตนเอาไว้ ถ้ารู้ว่าไม่ไหว สามารถขอยอมแพ้ได้ทันที หากว่าปล่อยจนไก่สภาพยับเยิน ร้อง หรือดิ้นทุรนทุราย ไก่ตัวนั้นจะเสียขวัญ เสียทรงตี และไม่สามารถเอามาชนได้อีกเลย เหมือนใจมันหายไปครับ”

 

ก้องศักดิ์ และ ก้องศักดิ์เล็ก

 

ในบรรดาไก่ชนพร้อมตีทั้งสิบตัวของ ก้องศักดิ์ มีเพียงหนึ่งตัวโปรดที่เขาตั้งชื่อล้อไปกับชื่อตนเองว่า “ก้องศักดิ์เล็ก” ถือเป็นไก่ชนลูกรัก

“ผมชอบลักษณะของไก่ตัวนี้มากครับ พันธุ์ไทยทรงสวย มันดูสง่าเวลาเดิน เลี้ยงมากับมือ ว่างก็จับซ้อมก่อนตลอด จบโควิดคงได้ฤกษ์ขึ้นสังเวียนสักที”

อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงไก่ชนถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมอาชีพในท้องถิ่นชนบท และสร้างมูลค่าให้กับไก่ชน ผู้เลี้ยงต้องมีความรู้และประสบการณ์ รวมถึงศึกษาข้อกำหนดของกฎหมายเพื่อจะได้ปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง

 

Han Zi Hao vs. Kongsak PK.Saenchaimuaythaigym at ONE: MASTERS OF FATE in Manila, Philippines

 

นอกจากการใช้เวลาปลุกปั้น “ซุ้มซ้ายทางด่วน” เพื่อเป็นรายได้เสริม ก้องศักดิ์ ยังคงซุ่มซ้อมรักษาความฟิตอยู่ตลอด ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าค่ายทหาร หรือ ค่าย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ค่ายไหนจะเรียกตัวเขากลับไปก่อนกัน

แต่หากว่าสังเวียนระดับโลกอย่าง วัน แชมเปียนชิพ ต้องการตัวเขาไปออกศึกครั้งที่สาม ทางค่ายทหารก็ยินดีพักประจำการ เพื่อให้ฮีโร่ชาวบุรีรัมย์ผู้นี้ เดินทางไปรับใช้ประเทศชาติในฐานะนักมวยไทยได้เสมอ

 

อ่านเพิ่มเติม: