บทความ

Training Tuesday: “เปี๊ยก” พงษ์ศิริ แชมป์ล้านนาเชื้อสายกะเหรี่ยงในบทบาทครูมวยไทย

16 มิ.ย. 2020

ยอดมวยไทยแชมป์ล้านนา “นักฆ่าหน้าเปื้อนยิ้ม” พงษ์ศิริ มิตรสาธิต ผู้ผันตัวเองสู่เส้นทางศิลปะการต่อสู้ผสมผสาน (MMA) บนสังเวียน วัน แชมเปียนชิพ ตอนนี้นอกจากจะอยู่ในฐานะนักกีฬา หนุ่มดอยเชื้อสายกะเหรี่ยงยังควบอีกหนึ่งอาชีพเสริมเพิ่มเติมรายได้ที่หดหายในช่วงที่การแข่งขันกีฬายังจัดขึ้นไม่ได้ ด้วยการเป็น “ครูมวยไทย”

 

 

พงษ์ศิริ ได้รับการชักชวนจาก “ครูปิง” ธนพงศ์ ขุนหารแก้ว ซึ่งเป็นครูมวยประจำค่าย The Fighter MuayThai ที่รู้จักกันมาก่อนหน้านี้ โดยค่ายตั้งอยู่ที่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ อันเป็นจังหวัดบ้านเกิดของเจ้าเปี๊ยก เขาเพิ่งได้เริ่มงานเมื่อต้นเดือนมีนาคม แต่ก็มาเจอสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้องพับเสื่อไปและเพิ่งกลับมาสอนใหม่เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ที่ค่าย The Fighter MuayThai แห่งนี้ มีช่วงเวลาในการสอนหลักๆ วันละสองรอบ รอบเช้ากับรอบเย็น รอบละ 2 ชั่วโมงโดยประมาณ แต่ละรอบจะมีลูกศิษย์ 4-5 คน เพื่อให้เหมาะสมกับจำนวนครูมวยประจำที่มีอยู่ 5 คน สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในแต่ละวัน

 

 

ทุกคลาสจะเริ่มต้นจากการวอร์มร่างกาย เช่น วิ่ง ยืดเส้นยืดสาย ฯลฯ จากนั้นจึงสอนลูกศิษย์ตามพื้นฐานมวยไทยที่มีอยู่เดิม หากว่าใครเพิ่งเริ่มเรียนครั้งแรก ต้องเริ่มฝึกจากการตั้งการ์ด เพื่อให้ท่วงท่าถูกต้องอันเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุด แล้วจึงค่อยฝึกการออกอาวุธต่างๆ โดยเริ่มจากหมัดแย็ป ตามด้วยการชกหนึ่งสอง ศอก เข่า และเตะ

สำหรับคนที่มีพื้นฐานมวยไทยอยู่บ้างแล้ว ก็จะข้ามไปฝึกเล่นลม สเต็ปฟุตเวิร์ค ต่อด้วยการจับเป้า 3 ยก แล้วเข้ากระสอบอีก 3 ยก ซึ่งทั้งหมดตกยกละประมาณ 3-5 นาที

 

 

ลูกศิษย์ที่มาเรียนที่นี่ทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กอายุไม่ถึง 10 ขวบ ไปจนถึงคนสูงวัยอายุ 70 กว่าปี โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นครอบครัวชาวต่างชาติมากกว่าคนไทย ซึ่งเรื่องของภาษาก็ไม่ได้เป็นปัญหากับ ครูเปี๊ยก สักเท่าไหร่ เพราะเขาเองก็ผ่านประสบการณ์ที่ต้องพบปะกับนักกีฬาและทีมงานชาวต่างชาติมาบ้าง

การได้มาเป็นครูมวยที่นี่ พงษ์ศิริ มีรายได้เป็นรายเดือน ซึ่งแต่ละเดือนก็จะมีเงินพิเศษให้ ยิ่งถ้าได้สอนแบบตัวต่อตัวรายได้ก็จะเพิ่มขึ้นไปอีก ส่วนในยามว่างเขาก็สามารถทบทวนวิชาของตัวเองควบคู่ไปด้วย

“ข้อดีของการที่ได้มาเป็นครูมวยที่นี่ คือทำให้ผมได้ฝึกมวยไปด้วยครับ เพราะที่นี่มีอุปกรณ์ค่อนข้างครบครัน แต่หากมีโปรแกรมแข่งขันจริงๆ ผมคงต้องกลับไปเก็บตัวที่ยิมไทเกอร์มวยไทยเหมือนเดิม เพราะที่นั่นผมจะได้เน้นการฝึกในรูปแบบ MMA สำหรับเตรียมตัวแข่งขันครับ”

 

อ่านเพิ่มเติม: