บทความ

“แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” คือผลผลิตของลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้น

“วันพ่อแห่งชาติ” เวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง สำหรับลูกๆ พ่อไม่ใช่เพียงผู้ให้กำเนิด แต่พ่อคือผู้ชายคนแรกที่เป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตให้กับลูกชาย และเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้รักแรกจากลูกสาว วันพ่อของไทย 5 ธันวาคมของทุกปี จึงมีความหมายมากกว่าแค่วันพิเศษวันหนึ่ง แต่ยังเป็นวันที่ทำให้เราๆ ท่านๆ ระลึกถึงพ่อ และมีโอกาสได้แสดงความรัก ความห่วงใย พร้อมๆ กันกับคนไทยทั้งประเทศ

โอกาสนี้เรามีตัวอย่างความผูกพันระหว่างนักมวยหญิงผู้ปลุกกระแสวงการมวยหญิงไทยให้คึกคัก กับ “พ่อ” ผู้เป็นครูมวยคนแรกและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเธอ ที่กำลังพูดถึงอยู่นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน นักมวยหญิงคนแรกและคนเดียวของประเทศไทย เจ้าของเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่งและมวยไทย รุ่นอะตอมเวต “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” นั่นเอง

View this post on Instagram

Happy Father's Day ♥️♥️

A post shared by Stamp_ (@stamp_fairtex) on

ความสำเร็จบนจุดสูงสุดของ แสตมป์ ส่วนหนึ่งที่สำคัญนั้นมาจากกำลังใจของครอบครัวซึ่งมีพ่อแม่และน้องชาย และด้วยความที่เธอมีพ่อ “นายชาญชัย พานทอง” อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นอดีตนักมวยไทยชื่อ “วิสันต์เล็ก ลูกบางปลาสร้อย” เป็นครูมวยคนแรกให้ตั้งแต่ 5 ขวบ ซึ่งอาจเป็นข้อได้เปรียบของเธอที่มีมากกว่าเด็กผู้หญิงคนอื่นๆ

“สมัยอนุบาลแสตมป์ตัวเล็กและเคยถูกแกล้งที่โรงเรียน แสตมป์เห็นพ่อกับพี่ชายซ้อมมวยก็อยากซ้อมบ้างเพื่อไว้ป้องกันตัว ถ้าไม่เห็นพ่อกับพี่ฝึกมวยในวันนั้น แสตมป์เป็นเด็กก็คงไม่รู้เรื่องและไม่สนใจ กีฬามวยไทยจึงเป็นอย่างเดียวที่เราสนใจในตอนนั้น”

“การที่ แสตมป์ มีพ่อเป็นนักมวยก็ทำให้ได้เปรียบตรงที่พ่อชอบดูมวยและเรานั่งดูมวยกับพ่อ พ่อก็จะสอนว่าให้ทำแบบนี้นะแล้วผลจะออกมาเป็นยังไง เรื่องมวยพ่อสอนได้ทุกอย่างแต่ส่วนใหญ่พ่อจะเน้นเข่าเพราะพ่อเป็นมวยเข่า และเวลาที่ แสตมป์ จะขึ้นชกตั้งแต่สมัยเด็กๆ พ่อก็จะศึกษาคู่แข่งและหาวิธีแก้ทางมวยให้”

“สิ่งที่พ่อจะพูดกับแสตมป์เสมอคือ ตั้งใจนะ ทำให้ได้ เอามาให้ได้ สู้เต็มที่ ประโยคพวกนี้ที่พ่อจะพูดบ่อยๆ และคอยให้กำลังใจแสตมป์เสมอ คนที่ไม่รู้จักจะคิดว่าพ่อเป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยพูด แต่จริงๆ แกเป็นคนขี้เล่นแบบนิ่งๆ พ่อเป็นเหมือนไม้แข็ง แม่เป็นไม้อ่อน แม่จะดุ พ่อจะห้าม แต่ถ้าพ่อดุนั่นคือแสตมป์ดื้อสุดๆ แล้ว”

“แสตมป์มีอะไรเหมือนพ่อหลายอย่าง ทั้งสไตล์การชกมวย และเรื่องจิตใจที่หนักแน่น สู้ไม่ถอย พ่อเป็นคนไม่ยอมใครง่ายๆ จะยอมก็แต่คนที่มีบุญคุณเท่านั้น อาจเป็นเพราะตอนเด็กๆ พ่อจะสอนแสตมป์หลายเรื่อง ทำให้เรามีความสนิทสนม จนได้รับอิทธิพลเหล่านี้มาเต็มๆ”

“พ่อไม่ใช่คนชอบจ้ำจี้จ้ำไชอะไรมากมาย ออกจะเป็นคนขี้อายไม่ค่อยพูด ส่วนใหญ่ถ้าจะบอกอะไรมักจะฝากให้แม่มาบอกมากกว่า แต่ก็มีบางครั้งที่พ่อกับแสตมป์โดยตรง ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่เป็นคำสอนที่ให้แง่คิดกับชีวิต”

“เวลาที่พ่อแม่มาหา หรือแสตมป์กลับไปเยี่ยมบ้าน พ่อจะไม่ค่อยพูดอะไร แต่ตอนจะต้องแยกจากกันในวันสุดท้าย พ่อมักจะทิ้งคำพูดเอาไว้ให้คิดตลอด ซึ่งที่จำได้ดีและยึดเป็นคำสอนติดตัวทุกวันนี้ คือที่พ่อบอกว่า เรามาอยู่นี่ ต้องทำให้ได้ ต้องพยายาม ขอให้ทำให้ได้ทุกอย่างที่หวังไว้

ด้านคุณพ่อชาญชัย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า “ผมเห็นเขาเป็นลูกผู้หญิง เป็นคนลูกแรก และโดนคนแกล้ง  ผมก็เลยสอนเขาให้รู้จักป้องกันตัว ซึ่งตอนนั้นที่บ้านก็มีเป้า มีนวม มีกระสอบอยู่แล้ว เราก็ฝึกเขาทุกวันจนเขาเก่งกล้า อีกอย่างเขาเป็นคนแก่นแก้ว เขามีความแข็ง และผมเป็นนักมวยอยู่แล้ว จึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดว่ามันแปลกอะไรที่สอนลูกผู้หญิงให้เป็นมวย”

“ฐานะทางบ้านเราไม่ได้ร่ำรวย ผมก็ปลูกฝังให้เขาต่อยมวยเพื่อเอาตรงนี้มาช่วยเหลือตัวเองและแบ่งเบาภาระพ่อแม่ เขามาถึงจุดนี้ได้ผมภูมิใจมาก ผมต่อยมวยยังไม่ได้เท่านี้ ลูกได้ดีกว่าพ่อ”

“ผมสอนเขาว่าเราต้องเสมอต้นเสมอปลาย อย่าลืมตัว อย่าหยิ่ง ผมอยากให้เขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์และความสำเร็จตรงนี้ไว้ให้นานที่สุด เพื่อเป็นรากฐานของชีวิตในอนาคต ขอให้เขาเป็นลูกที่ดี เป็นคนเก่งกล้า และมีความกตัญญูแบบนี้ตลอดไป”

เนื่องใน “วันพ่อแห่งชาติ” นี้ แสตมป์ มีสิ่งที่อยากจะทิ้งท้ายฝากถึงพ่อของเธอว่า “แสตมป์จะพยายามทำทุกอย่างให้พ่อกับแม่ภูมิใจ พยายามทำให้ครอบครัวของเรามีชื่อเสียง แสตมป์ ไม่ใช่ผู้ชายจะไปบวชทดแทนคุณพ่อแม่ก็ไม่ได้ เป็นผู้หญิงก็ทำได้เท่านี้ รักพ่อนะ”

สำหรับ “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” อนาคตบนสังเวียนการต่อสู้ของเธอยังอีกยาวไกล วันนี้เธอยังครอบครองเข็มขัดสองประเภทกีฬาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และมีความฝันที่จะคว้าเข็มขัดเส้นที่สามในประเภทศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) มาครองให้ได้ เส้นทางแห่งความฝันยังจะต้องฝ่าฟันอุปสรรคอีกมากมาย กำลังใจของครอบครัวจะเป็นแรงผลักดันให้เธอมีแรงก้าวเดินต่อไป

และในวันที่ 10 มกราคม 2563 เธอจะขึ้นสังเวียนโชว์ศักยภาพของลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้น ท้าชนกับนักสู้สาวสุดแกร่งจากแดนภารตะ “พูจา โทมาร์” ในกติกาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ในศึก ONE: A NEW TOMORROW ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งถือเป็นนัดเปิดศักราชแรกแห่งปี 2563 ของ วัน แชมเปียนชิพ