บทความ

เปิดสถิติ 5 อันดับน็อกเอาต์สูงสุดใน วัน แชมเปียนชิพ

9 มี.ค. 2020

วัน แชมเปียนชิพ คือศูนย์รวมการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ที่เร้าใจที่สุดในโลก จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีนักกีฬาติดอันดับการปิดเกมแบบน็อกเอาต์เป็นจำนวนมาก

โดยเฉพาะในกติกาการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ซึ่งเริ่มจัดการแข่งขันตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้ง วัน แชมเปียนชิพ ปัจจุบันจึงมีนักกีฬาที่เรียกได้ว่าเป็น “จอมน็อกเอาต์” ผู้สร้างสถิติสูงสุด 5 อันดับแรกดังนี้

#5 เควิน เบลิงกอน – 6 ครั้ง

สำหรับอันดับ 5 มีด้วยกัน 3 คน โดยคนแรกที่จะกล่าวถึงคือจอมน็อกเอาต์หนุ่มจากทีมลาไคย์ “The Silencer” เควิน เบลิงกอน อดีตแชมป์โลก ONE รุ่นแบนตัมเวต ที่มีทักษะโจมตีอันโดดเด่น ซึ่งได้จากพื้นฐานวิชาวูซู โดยเขาเริ่มเก็บแต้มมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2555 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

แม้ เควิน จะมีชื่อเสียงเรื่องลูกเตะอันตรายเป็นอาวุธประจำกาย แต่คู่แข่งอย่าได้เผลอไผลลืมป้องกันหมัดอันว่องไวของเขาด้วย เพราะที่ผ่านมาเขาเคยเผด็จศึกคู่แข่งด้วยหมัดตั้งแต่ยกแรก แถมยังมีท่าไม้ตายหมุนตัวเตะกลับหลังที่เหนือความคาดหมายอีกด้วย

#5 เดชดำรงค์ . อำนวยศิริโชค – 6 ครั้ง

ไม่น่าแปลกใจที่ “ครูรงค์” เดชดำรงค์ .อำนวยศิริโชค แชมป์สนามมวยเวทีลุมพีนีหลายสมัย จะใช้ทักษะมวยไทยกำจัดคู่ต่อสู้ในกติกาการต่อสู้แบบผสมผสานด้วยการน็อกเอาต์ จากหมัด เท้า เข่า ศอก ตามแบบฉบับของนักมวยไทย แถมยังเก็บชัยชนะได้อีกสองสามครั้งจากการซับมิชชัน

นักมวยจอมเก๋าจากทีมอีโวล์ฟได้ประยุกต์ลีลาการต่อสู้ให้เข้ากับกีฬาชนิดใหม่ และสามารถไต่ขึ้นไปสู่จุดสูงสุดกับการเป็นอดีตแชมป์โลก ONE รุ่นสตรอว์เวต ซึ่งจากสถิติการคว้าชัยครั้งใหญ่ 5 ครั้งของเขามาจากเข่าที่ทรงพลัง ต่อให้วันนี้ ครูรงค์ จะอายุปาเข้าไป 41 ปีแล้ว แต่หากใครอยากแหยมเข้ามาใกล้ ก็ต้องระวังลูกนี้ไว้ให้ดี

#5  ออง ลา เอ็น ซาง – 6 ครั้ง

เมื่อ “The Burmese Python” ออง ลา เอ็น ซาง เปิดตัวครั้งแรกในเวทีระดับโลก ด้วยภาพของนักสู้ผู้เชี่ยวชาญในการซับมิชชัน แต่หลังจากได้ร่วมทีมกับยิม Hard Knocks 365 เขาก็กลายร่างเป็นจอมน็อกเอาต์ไปโดยปริยาย

ฮีโร่ชาวเมียนมาครองแชมป์โลก ONE สองรุ่น คือรุ่นมิดเดิลเวตและไลต์เฮฟวีเวตไว้อย่างเหนียวแน่น โดย 5 ไฟต์หลังของเขาทำให้คนดูแทบลืมไม่ลง ซึ่งหนึ่งในการน็อกเอาต์ที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดคือ ไฟต์ที่ดวลกับ “เคน ฮาเซงาวา” ครั้งแรกในปี 2561 ซึ่งไฟต์นั้นได้รับการยกย่องให้เป็นไฟต์แห่งปี และอาจเป็นไฟต์ที่ดีที่สุดในกติกาการต่อสู้แบบผสมผสานที่เกิดขึ้นใน วัน แชมเปียนชิพ จนถึงปัจจุบัน

#3 โพ เถาะ – 7 ครั้ง

“Bushido” โพ เถาะ ดูเหมือนจะรีบร้อนออกจากสังเวียนเสมอ เพราะเกือบทุกครั้งในการแข่งขันการต่อสู้แบบผสมผสาน เขาจะปิดเกมตั้งแต่ยกแรก ด้วยการแผลงฤทธิ์วิชามวยพม่า (เลทเว่ย) อย่างไม่เกรงกลัวใคร

จากพลังหมัดอันทรงพลังที่รุนแรงเกินกว่านักสู้หลายคนในรุ่นเฟเธอร์เวตจะรับมือไหว แต่ไฟต์หนึ่งที่น่าทึ่งมากที่สุดจนถูกนำมาฉายซ้ำในภาพมันๆ ของ วัน แชมเปียนชิพ มาหลายปี ก็คือท่าเตะหน้าที่เขาใช้น็อก ซอร์ เซย์ เมื่อปี 2561 นั่นเอง (จากคลิปเริ่มนาทีที่ 38.18)

#3 มาร์ติน เหงียน – 7 ครั้ง

แชมป์โลก ONE รุ่นเฟเธอร์เวต “The Situ-Asian” มาร์ติน เหงียน ทำสถิติขับเคี่ยวมา โพ เถาะ

แม้ มาร์ติน จะยืนกรานว่าเขาคือนักสู้ครบเครื่อง โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากการปล้ำจับล็อก แต่ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา เขาเผด็จศึกคู่แข่งขันด้วยการน็อกเอาต์ที่ติดตาผู้ชม รวมถึงในครั้งที่เขาขึ้นไปดวลในรุ่นที่ใหญ่กว่า และใช้พลังหมัดจัดการคู่ต่อสู้ ก่อนที่จะคว้าเข็มขัดแชมป์โลก ONE รุ่นไลต์เวตมาครองในปี 2560

#1 อาเมียร์ ข่าน – 8 ครั้ง

จอมบู๊จากสิงคโปร์ “อาเมียร์ ข่าน” ใช้เวลาเพียง 2 นาที 25 วินาที ในการคว้าชัยนัดเปิดตัวใน วัน แชมเปียนชิพ ด้วยหมัดสุดอันตรายที่ขึ้นชื่อลือชา และเขายังใช้มันเป็นอาวุธหลักไต่ขึ้นไปจนกลายเป็นนักสู้ตัวท็อปของรุ่นไลต์เวต

ไม่ว่าเขาจะยืนแลกอาวุธกับคู่ต่อสู้ หรือลงไปกอดปล้ำกันบนพื้น สิ่งที่คู่แข่งขันต้องพึงระวังไว้คือ อย่าได้พลาดไปโดนอาวุธมวยไทยที่เขาฝึกฝนมาจากเหล่าแชมป์โลกมวยไทยชั้นครูที่ยิมอีโวล์ฟเชียว และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้ผูกขาดอยู่ในฐานะจอมน็อกเอาต์เบอร์หนึ่งของ วัน แชมเปียนชิพ มาโดยตลอด

#1 คริสเตียน ลี – 8 ครั้ง

“The Warrior” คริสเตียน ลี เข้าร่วมแข่งขันกับ วัน แชมเปียนชิพ หลังเพื่อนร่วมทีมอย่าง อาเมียร์ ข่าน เกือบหนึ่งปี และค่อยๆ สั่งสมสถิติไล่ตามหลังมาติดๆ

ซูเปอร์สตาร์ชาวสิงคโปร์ได้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นนักสู้หนุ่มที่อันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์ของ วัน แชมเปียนชิพ นับจากการปรากฏตัวครั้งแรกเมื่ออายุ 17 ปี จากความสามารถในการช่วงชิงตำแหน่งได้เปรียบ ก่อนจะกระทุ้งหมัดและศอกใส่คู่แข่งอย่างไม่นับ

ไฟต์ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาในฐานะนักกีฬา เกิดขึ้นเมื่อได้เผชิญหน้ากับจอมเก๋าเจ้าตำนานชาวญี่ปุ่น “Tobikan Judan” ชินยะ อาโอกิ และกระหน่ำหมัดจนอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว ส่งผลให้เขาคว้าแชมป์โลก ONE รุ่นไลต์เวตมาครองในที่สุด

อ่านเพิ่มเติม: