บทความ

เปิดปูมชีวิต “สามเอ” ครั้งหนึ่งกับวิถีกรรมกร ก่อนกลายเป็นแชมป์โลก

อดีตยอดมวยชาวไทยระดับตำนานที่เป็นเพชรเม็ดงามของวงการมวยไทย ผู้ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย  และเคยได้รับการกล่าวขานว่าเก่งกาจที่สุดของประเทศเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ เขามีอาวุธเด็ดคือ เตะซ้าย รวดเร็วชนิดหาตัวจับยาก จนได้รับฉายาว่า “ซ้ายไฟลามทุ่ง”

เชื่อว่าแฟนหมัดมวยคงรู้แล้วว่าหมายถึงใคร “สามเอ ไก่ย่างห้าดาว” นั่นเอง

 

ดิ้นรนเพื่อเป็นนักสู้

 

สามเอ เป็นชาวบุรีรัมย์ เกิดในครอบครัวที่มีฐานะยากจน พ่อแม่ต้องทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว เขาจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อแบ่งเบาภาระของพ่อแม่

เส้นทางสายนักสู้ของ สามเอ เริ่มต้นเมื่อวัย 9 ขวบในคืนที่เขาได้มีโอกาสไปเที่ยวงานวัดแถวบ้าน โปรโมเตอร์จัดมวยประกาศหาเด็กที่มีน้ำหนักราวๆ เดียวกับเขา สามเอที่ไม่เคยฝึกฝนวิชามวยไทยมาก่อน ยกมือขึ้นในทันที ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล

 

ONE Strawweight Kickboxing World Champion Sam-A Gaiyanghadao celebrates his win against Wang Junguang

 

“ผมบอกว่าผมอยากต่อยมวย แต่เขาให้ต่อยไม่ได้เพราะต้องไปขอพ่อแม่ก่อน ผมวิ่งไปสองกิโลเพื่อไปบอกพ่อแม่ แต่แกบอกว่าจะบ้าเหรอ ต่อยได้ยังไงไม่เคยซ้อม ไม่ได้ทำอะไรเลย ผมนั่งลงดิ้นกับพื้นร้องไห้ จนพ่อแม่ไม่เป็นอันทำงาน แกเลยยอมขับมอเตอร์ไซค์พาผมไปเปรียบมวยในวันนั้น”

ในที่สุดความตั้งใจของ สามเอ ก็เป็นจริง เขาได้ขึ้นสังเวียนการต่อสู้เป็นครั้งแรกโดยไม่มีวิชามวยไทยติดตัว แต่ด้วยสัญชาตญาณและหัวใจนักสู้ เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น กรรมการสับมือให้ชก สามเอสู้ยิบตา มือเท้าออกอาวุธพัลวัน

 

 

เขาพยายามทำทุกอย่างที่ทำได้ถึงขั้นหลับตาชก จนทำเอาคู่ต่อสู้ร่วงลงไปให้กรรมการนับ 8 ในยกที่สอง และเมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขันครบ 3 ยก สามเอ ได้รับการชูมือพร้อมได้รับเงินค่าตัวครั้งแรกเป็นจำนวน 100 บาท

“สองสามวันหลังจากขึ้นชกครั้งแรก ผมก็ได้ต่อยอีก คราวนี้ผมเจอของแข็ง ผมแพ้ พ่อแม่ถามว่าจะชกจริงจังไหม ผมตอบว่าผมจริงจัง ผมอยากต่อย พ่อแม่เลยให้ไปเรียนมวย”

ด้วยพรสวรรค์ที่เป็นมวยซ้าย บวกกับพรแสวงที่มีความชื่นชอบการต่อสู้เป็นทุนเดิม เมื่อ สามเอ ได้รับการฝึกฝนมวยไทยอย่างถูกวิธี ฝีมือจึงพัฒนาอย่างก้าวกระโดด พร้อมๆ กับการเดินสายชกสั่งสมประสบการณ์และสร้างกระดูกมวยขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ สามเอ มีสถิติการชก 100 ไฟต์อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ปี

 

ฝันที่เป็นจริง

 

สามเอ เลื่อนขั้นมาชกในสนามมวยมาตรฐานของประเทศไทยที่เวทีลุมพินี และได้รับโอกาสขึ้นชิงแชมป์รุ่น 105 ป.เป็นครั้งแรกเมื่ออายุราว 17 ปี แต่โชคกลับไม่เข้าข้าง สามเอไม่ประสบความสำเร็จในการชิงแชมป์ครั้งนั้น

“ในประวัติการชกมวยของผม ผมเคยชิงแชมป์มา 3 ครั้ง ทั้งรุ่น 105, 108, 112 ป. ตอนไม่ชิงผมชนะ แต่พอชิงแชมป์ผมแพ้ ไม่เคยได้แชมป์เลย ผมเสียใจ คิดว่าชาตินี้คงไม่ได้เป็นแชมป์แน่นอน”

ในเดือนธันวาคม 2547 สามเอ อายุได้ 21 ปี เขามีโอกาสขึ้นชิงแชมป์รุ่น 115 ป.ที่ว่าง กับ “เพชร ต.บางแสน” หรือที่หลายท่านคุ้นเคยในชื่อ “อำนาจ รื่นเริง” ซึ่ง สามเอ เคยชกด้วยกันมาหลายครั้ง คืนนั้นฝันของ สามเอ กลายเป็นจริง เมื่อในที่สุดเขาได้รับชัยชนะและได้ครอบครองเข็มขัดแชมป์เส้นแรกในชีวิตจากสนามมวยมาตรฐานของประเทศไทย

“ผมเคยชกได้แชมป์ที่ต่างจังหวัดมา 3-4 เส้น แต่มันไม่เหมือนกัน เพราะครั้งนั้นเป็นเวทีใหญ่ระดับประเทศและเป็นครั้งแรกในชีวิต มันเป็นการรอคอยที่แสนยาวนานกว่าจะได้เป็นแชมป์ ในที่สุดผมก็ทำให้พ่อแม่ภูมิใจว่าลูกสามารถทำได้ ผมดีใจมาก”

 

วิถีกรรมกร

 

การเป็นแชมป์ว่ายากแล้ว แต่การรักษาแชมป์นั้นยากยิ่งกว่า สามเอ นอนกอดเข็มขัดแชมป์ได้เพียง 3-4 เดือน ก็ต้องเสียแชมป์ในการป้องกันครั้งแรก ด้วยปัญหาภายในค่ายที่ไม่มีเทรนเนอร์ ไม่มีคู่ซ้อม ต้องซ้อมอยู่คนเดียว กำลังใจถดถอย เขาจึงตัดสินใจหันหลังให้วงการผืนผ้าใบ

“ช่วงนั้นผมไปทำงานก่อสร้าง ต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเลิกสามทุ่ม ตอนเที่ยงซื้อข้าวถุงละ 5 บาท แกงอีก 10 บาท ทำอย่างนี้ทุกวัน ถ้าวันไหนซื้อของกินอย่างอื่น วันต่อไปก็ไม่มีตังค์”

“ตอนชกมวยนั่งแท็กซี่ไปสบาย พอทำงานก่อสร้างต้องขึ้นรถเมล์ฟรี บางที 2-3 กิโลเมตรผมต้องเดินไป มันไม่มีทางเลือก ผมกลับมานอนคิด ร้องไห้ตลอด มันเหนื่อย ลุกไม่ไหวแต่ก็ต้องลุก เพราะถ้าเราไม่ทำงานก็ไม่ได้เงิน แล้วจะเอาอะไรกิน มันเป็นช่วงที่ลำบากที่สุดในชีวิต”

 

Thai icon Sam-A Gaiyanghadao is training hard

 

“ตอนเลิกงานผมนั่งรถกลับบ้านผ่านเวทีลุมพินี ผมยังเห็นรูปผมบนป้ายที่เขายังไม่ได้เอาออก ผมเห็นเซียนมวย ผมต้องหลบนะ ผมไม่อยากให้เขาเห็นว่านักมวยที่เคยเป็นแชมป์มาทำงานแบบนี้ สงสารตัวเอง สงสารพ่อแม่ที่ไม่สามารถให้เงินแกได้”

ความทุกข์ยากลำบากในชีวิตช่วงนั้นกินเวลาไม่นาน ทำให้ สามเอ ตัดสินใจได้ไม่ยากที่จะหวนกลับมาสังเวียนผ้าใบอีกครั้ง ทั้งที่ยังมีปัญหาในค่าย จนสุดท้ายจึงย้ายไปซ้อมอยู่กับพ่อตา “ปืนไทย ปิ่นสินชัย” ก่อนจะย้ายมาอยู่กับค่ายเพชรยินดีอะคาเดมี และใช้สีเสื้อใหม่ “ไก่ย่างห้าดาว” ในราวปี 2554

 

ชีวิตใหม่ที่สิงคโปร์

 

หลังสิ้นสุดจุดพีคของชีวิตนักมวยไทย สามเอ ตัดสินใจประกาศแขวนนวมในราวปี 2558 ด้วยสถิติสุดโชกโชนกว่า 400 ไฟต์ คว้าเข็มขัดแชมป์มาคาดเอวได้ 4 เส้น รวมถึงตำแหน่งนักมวยไทยยอดเยี่ยม เป็นนักชกขวัญใจมหาชนชาวมวยไทยที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักมวยไทยที่เก่งกาจที่สุดของประเทศเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์

เมื่อหันหลังให้วงการมวยไทย สามเอ ผันตัวไปเป็นเทรนเนอร์ที่ Evolve MMA ยิมใหญ่ในสิงคโปร์ ซึ่งมีครูมวยระดับแชมป์โลกหลายคนทำงานอยู่ที่นั่น ด้วยระยะเวลาเพียงปีกว่าทำให้ชีวิตของเขาและครอบครัวดีขึ้นชนิดพลิกฝ่ามือ เจ้าตัวสามารถซื้อบ้านและมีเงินเก็บเป็นทุนการศึกษาให้ลูกสาวทั้งสองคนได้ในอนาคต

 

ก้าวสู่เวทีโลก

 

นักชกผู้เป็นตำนานแห่งสนามมวยเวทีลุมพินี มีโอกาสหวนคืนสังเวียนอีกครั้งในวัย 34 ปีกับรายการ วัน แชมเปียนชิพ โดยประเดิมการแข่งขันครั้งแรกในเดือนมกราคม 2561 ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ สามเอยังคงโชว์ฟอร์มได้สุดเจ๋งสมเป็นยอดฝีมือแห่งวงการมวยไทย ด้วยการเอาชนะน็อกคู่ต่อสู้ชาวอิตาลี “โจเซฟ ลาซิรี” ในยกที่ 2

ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2561 สามเอได้รับโอกาสให้ขึ้นชิงแชมป์โลกกับนักชกชาวซูรินาม “เซอร์จิโอ วีลเซน” ที่ประเทศสิงคโปร์ เขาคว้าชัยทีเคโอ.ไปในยกที่ 4 ประกาศศักดาเป็นแชมป์โลก วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ มวยไทย รุ่นฟลายเวต คนแรกของรายการ

 

Sam-A Gaiyanghadao elbowed his way to a TKO victory at 2:47 of Round 4, becoming the inaugural ONE Super Series Muay Thai Flyweight World Champion!

Sam-A Gaiyanghadao elbowed his way to a TKO victory at 2:47 of Round 4, becoming the inaugural ONE Super Series Muay Thai Flyweight World Champion!Watch the full event LIVE & FREE on the ONE Super App ???? http://bit.ly/ONESuperApp | TV: Check local listings for global broadcast

Posted by ONE Championship on Friday, May 18, 2018

 

“ในไฟต์ที่ผมชิงแชมป์ที่สิงคโปร์ มันดีเกินคาด ตอนผมเดินออกจากด้านหลังเวที ได้ยินเสียงทุกคนตะโกนชื่อ ครูเอ สามเอ ผมดีใจมาก ใจเต้นเลยครับ ตื่นเต้น ทุกอย่างมันอลังการมาก รู้สึกเหมือนเป็นฮีโร่ กับคู่ชกเขาแข็งแกร่งและชกยาก ผมมาจับทางเขาได้ช่วงยก 3 พอมาถึงยก 4 กรรมการโบกมือว่าคู่ต่อสู้ชกต่อไม่ได้แล้ว ผมวิ่งรอบเวที ดีใจสุดๆ กูได้เป็นแชมป์แล้วเว้ย”

หลังจากได้ครอบครองแชมป์ สามเอ ก็ร้างเวทีไปเกือบปี ก่อนที่จะขึ้นป้องกันตำแหน่งกับนักชกหนุ่ม “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ครั้งนั้น สามเอ ถูกกระชากเข็มขัดไปอย่างบอบช้ำ ทำให้เขาตัดสินใจลดมาสู้ในรุ่นสตรอว์เวตในไฟต์ต่อมา

 

 

หลังปิดฉากคู่ต่อสู้แดนน้ำหอม “ดาเรน โรลแลนด์” ในศึกประวัติศาสตร์นัดที่ 100 เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สามเอ ก็ได้รับโอกาสให้ขึ้นท้าชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ วัน แชมเปียนชิพ กับคู่ชิงชาวจีน “หวัง จึงกวง” ในศึก ONE: MARK OF GREATNESS ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ วันที่ 6 ธันวาคมนี้