บทความ

มวยไทยเปลี่ยนชีวิต “โบโบ แซกโก” จากสลัมสู่เวทีโลก

5 ก.ย. 2019

“The Panther” โบโบ แซกโก เป็นหนึ่งในนักมวยกระแสแรงที่เซ็นสัญญาเข้าสังกัด วัน แชมเปียนชิพ ในปี 2019 และเฝ้ารอที่จะได้พิสูจน์ตนเองบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งนี้ 

การผจญภัยของเขาครั้งนี้จะเริ่มต้นขึ้นในวันศุกร์ที่ 6 กันยายน ในศึก ONE: IMMORTAL TRIUMPH สังเวียนที่เขาจะฟาดปากกับดาวดังของเมืองไทยอย่าง “ซ้ายอุกกาบาต” กุหลาบดำ ส.จ.เปี๊ยกอุทัย ที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ในการแข่งขันวัน ซูเปอร์ ซีรีส์ มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต

การแข่งขันครั้งนี้คือบทบาทล่าสุดในเส้นทางมวยไทยที่พา แซกโก หลุดออกมาจากชีวิตวัยรุ่นที่แสนจะโกลาหลบนถนนของกรุงปารีส สู่การเป็นดาวดังระดับนานาชาติบนสังเวียนผ้าใบ 

และก่อนที่เขาจะเปิดตัวกับเวทีศิลปะการต่อสู้ระดับโลก นักชกวัย 31 ปีเผยถึงอดีตจากวันที่เขาหันหลังให้กับชีวิตที่เต็มไปด้วยปัญหา สู่อาชีพนักมวยดีกรีแชมป์โลก

ตัวสร้างปัญหา

แซกโกเกิดในย่านหนึ่งของเมืองหลวงฝรั่งเศส สถานที่ๆ นักท่องเที่ยวหลายคนไม่เคยได้เห็น

แซกโก เล่าว่ามันเป็น “เหมือนสลัม” เขาใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับปัญหาข้างถนน ซึ่งเขาต้องทำตัวให้ดูแข็งแกร่ง น่าเกรงขาม เพื่อจะได้รับความเคารพจากคนอื่นๆ 

“ผมมีเพื่อนหลายคนที่เป็นแบบผม เป็นตัวป่วน!”

“ผมไม่เคยยอมให้ใครข้ามหัวเด็ดขาด นั่นคือสิ่งที่ผมถูกปลูกฝังมา ใช่ครับ ผมเป็นเด็กมีปัญหาและชอบต่อยตีไปทั่ว ผมชอบดูหนังการต่อสู้ที่มี บรูซ ลี และดาราบู๊คนอื่นๆ และก็มักคิดกับตัวเองอยู่เสมอว่า ผมอยากทำได้แบบในหนังบ้าง” 

“The Panther” ยอมรับว่าเขาไม่ชอบไปโรงเรียนและไม่ตั้งใจเรียนเลย ซึ่งทำให้พ่อกับแม่ของเขาผิดหวัง

อย่างไรก็ตาม แซกโกเห็นถึงความผิดพลาดในการใช้ชีวิตของตัวเอง โดยตอนนี้ ครอบครัวคือสิ่งที่เขาให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

“เนื่องจากเราเป็นครอบครัวใหญ่ ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไม่ได้ และผมยังเลือกเส้นทางผิดที่ทำให้พ่อแม่เสียใจอีก”

“ถึงอย่างนั้นเราก็สนิทกันมาก พ่อแม่ทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อผม เพื่อพี่ๆ น้องๆ ในครอบครัว พ่อแม่มีลูก 10 คน และท่านได้เลี้ยงดูพวกเราให้รู้จักเพื่อนมนุษย์ ความเคารพ และการแบ่งปัน”

“พี่น้องสองคนของผมเป็นใบ้และหูหนวก ผมสู้เพื่อพวกเขา ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำก็เพื่อครอบครัว และตอบแทนพ่อแม่สำหรับการเสียสละทั้งหมดของท่าน ท่านคอยปกป้องพวกเราเสมอมา”

เส้นทางใหม่

แซกโก อยากเป็นแบบฮีโร่ในภาพยนตร์ศิลปะการต่อสู้ วันหนึ่งเขาได้รับแรงบันดาลใจจากพี่ชาย เขาหันมาเข้าค่ายซ้อมมวยและปลดล็อกสัญชาตญาณนักสู้ในตัวเอง โดยหันหลังให้กับปัญหาอันยุ่งเหยิง

“ผมเริ่มฝึกมวยไทยตอนอายุ 11 ปี”

“พี่ชายของผมฝึกต่อยมวย ผมเลยมีแรงบันดาลใจที่จะลองฝึกดู มันช่วยให้ผมได้ปลดปล่อยพลังสู่เป้าหมายที่เป็นชิ้นเป็นอันซักที และผมอยากพิสูจน์ให้เพื่อนๆ เห็นว่า ผมมีดีกว่าพวกเขา ดังนั้นผมและพี่ชายเลยเริ่มฝึกมวยไทยด้วยกัน” 

“เราเริ่มซ้อมตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มฝึกอะไรเลย และ (เมื่อเราสู้กัน) มันเหมือนสตรีตไฟต์มากกว่ามวยไทย แต่โค้ช (นิโคลัส ซูบิโลว) เห็นอะไรบางอย่างในตัวผม เขาจึงผลักดันและทำให้ผมเห็นว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง และเราก็อยู่ด้วยกันมาจนถึงทุกวันนี้” 

เมื่อ แซกโก ถูกปั้นให้เป็นนักศิลปะการต่อสู้ที่แท้จริงแทนที่การเป็นอันธพาล เขาทิ้งชีวิตเดิมไว้เบื้องหลัง

ด้วยคำสั่งสอนของพ่อแม่ที่คอยเตือนใจอยู่เสมอ เขาเริ่มใช้พรสวรรค์ใน “ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8” เป็นตัวชี้นำเส้นทางชีวิตในอนาคต 

“มวยไทยช่วยให้ผมรู้ทิศทางในชีวิต ทำให้ผมรู้ว่าผมต้องเดินไปทางไหน”

“ปัญหาทั้งหมดที่ผมเจอทำให้ผมเป็นตัวเองในทุกวันนี้ เราทุกคนต่างได้รับบทเรียนจากประสบการณ์ชีวิต ไม่ว่าจะมีเรื่องเลวร้ายมาแค่ไหน มักจะมีสิ่งดีๆ ให้เรียนรู้ พ่อแม่ผมพูดอยู่เสมอว่า ‘ปัญหาทุกอย่างมักจะมีสิ่งที่ดีซ่อนอยู่’ มันเป็นสิ่งที่เราถูกสอนมา”

“การที่เราไม่มีอะไรมากมายทำให้ผมได้รู้จักกับการแบ่งปัน รู้จักพอ และมีความสุขกับสิ่งที่มี มันสอนให้ผมรู้ว่า เราสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่เราอยากเป็น ไม่ว่าจะเจอต้องอุปสรรคใดๆ ก็ตาม สิ่งเดียวที่ทำให้เราประสบความสำเร็จคือความพยายาม”

สู่ความสำเร็จ

เป็นเวลา 20 ปี ที่ “The Panther” เข้ามาอยู่กับ Teambilos Muaythai Gym และเขาทำทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่า เขาจะก้าวขึ้นไปอยู่ในจุดที่เขาคาดหวังไว้ให้ได้ 

ตอนนี้ แซกโก เป็นแชมป์โลก WPMF ด้วยสถิติอันน่าทึ่ง ชนะ 72 แพ้ 5 เสมอ 1 แม้ว่าเข็มขัดเส้นนั้นแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่อย่างไม่น่าสงสัย แต่การคว้าแชมป์ระดับประเทศครั้งแรกจากสี่ครั้งมีความหมายกับเขามากที่สุด

“ช่วงเวลาที่ผมภูมิใจที่สุดคือการคว้าถ้วยรางวัลระดับอาชีพครั้งแรก (ปี 2008) และผมได้มอบแชมป์ของฝรั่งเศสให้กับแม่” 

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าถ้วยรางวัลที่ แซกโก ได้มาจะเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ เขาจะไม่หยุดพักในเส้นทางศิลปะการต่อสู้

เป้าหมายสูงสุดคือสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จบนเวที หรือความประพฤตินอกสังเวียน

“ผมยังไม่คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จนะ สิ่งเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่าประสบความสำเร็จ คือการได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ และเยาวชน” 

“ผมต้องเป็นตัวอย่างที่ดีต่อไป อย่าล้มเหลว อย่าทำพลาด”

เผชิญหน้ายอดมวย

นักชกชาวฝรั่งเศสมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ ONE และเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งในการแข่งขันครั้งแรกบนสังเวียน วัน แชมเปียนชิพ

ในฐานะแชมป์สนามมวยเวทีลุมพินีสองสมัย กุหลาบดำ คือหนึ่งในนักชกที่ดีที่สุดของโลก สำหรับ “The Panther” แล้ว ไม่มีวิธีไหนที่จะพิสูจน์ตัวเองได้ดีกว่าการล้ม “ซ้ายอุกกาบาต” 

“ตั้งแต่ผมเริ่มฝึกมวยไทย ผมรู้ว่าผมต้องการประสบความสำเร็จ และอยากแสดงฝีมือในการสู้กับนักมวยที่ดีที่สุด”

“นั่นเป็นสาเหตุที่ผมชอบเวที ONE เพราะเป็นสังเวียนที่ยอดนักสู้ได้ปะทะกับยอดนักสู้ ซึ่งมันเป็นสิ่งดีมากๆ”

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งเดียวที่ดึงดูดความสนใจของนักมวยจากปารีสรายนี้ 

ด้วยคุณค่าขององค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แซกโก ให้คำมั่นสัญญาว่า จะทำให้เต็มที่และโชว์ศักยภาพของตัวเองออกมาให้แฟนๆ ในโฮจิมินห์ซิตี้ได้เห็น

“วิธีที่ ONE โปรโมตนักกีฬามันยอดเยี่ยมมาก มันแสดงให้เห็นว่าการต่อสู้แต่ละครั้งเป็นผลมาจากประสบการณ์ชีวิต ทั้งการเสียสละและความยากลำบากที่ต้องเจอ”

“ผมอาจจะพูดหรือใช้คำและประโยคดีๆ ก่อนขึ้นชก แต่ผมคิดว่าไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าการได้แสดงฝีมือบนสังเวียน ONE สิ่งสำคัญที่สุดในศิลปะการต่อสู้คือการเคารพคู่ต่อสู้ โค้ช กรรมการ และแฟนมวย” 

“ถ้าคุณไม่ทุ่มสุดตัว มันคือการไม่ให้เกียรติกัน ผมขอสัญญาว่า ผมจะทำเต็มที่ แสดงความเคารพ และทำผลงานออกมาให้ดีเสมอ” 

โฮจิมินห์  ซิตี้ | 6 กันยายน | 17.30 น. | ONE: IMMORTAL TRIUMPH | ทีวี: ตรวจสอบวัน-เวลาออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์ในประเทศ | บัตรเข้าชม: http://bit.ly/oneimmortal19