บทความ

ชีวิตรักที่รู้จักผ่านกีฬาการต่อสู้ของ “เอดูอาร์ด โฟลายัง”

5 พ.ย. 2019

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาชื่อของ “Landslide” เอดูอาร์ด โฟลายัง ปรากฏอยู่ในวงการศิลปะการต่อสู้ของฟิลิปปินส์ ในฐานะนักกีฬาจากเมืองบาเกียวที่ประสบความสำเร็จในอาชีพนักสู้ ด้วยการคว้า 3 เหรียญทองวูซูในกีฬาซีเกมส์ และแชมป์โลก ONE รุ่นไลต์เวตหลายสมัย

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาได้รับจากศิลปะการต่อสู้เท่านั้น ยังมีสิ่งที่สำคัญกว่านั่นคือ “คู่ชีวิต”

“ผมเจอกับภรรยาของผมที่ยิม” คุณพ่อลูกสองเปิดอกอย่างมีความสุข “เธอก็เป็นนักกีฬาต่อสู้เหมือนผม ตอนแรกผมก็ไม่คิดว่าเราจะมาลงเอยกัน แต่ผมรู้สึกว่าเธอคือคนพิเศษ”

Eduard Folayang's greatest motivation ????‍????‍????‍????

Eduard "The Landslide" Folayang's greatest motivation ????‍????‍????‍????????: Manila | 2 August | 7PM | ONE: DAWN OF HEROES????: Get your tickets at ???? http://bit.ly/oneheroes19????: Check local listings for global TV broadcast????: Watch on the ONE Super App ???? http://bit.ly/ONESuperApp ????‍????: Prelims LIVE on Facebook | Prelims + 2 Main-Card bouts LIVE on Twitter

Posted by ONE Championship on Thursday, July 18, 2019

โฟลายัง และ “เจเนวีฟ” เริ่มรู้จักกันในปี 2551 จากการที่ทั้งคู่มีเพื่อนร่วมคลาสเดียวกัน เมื่อเพื่อนคนนั้นชวนให้ เจเนวีฟ มาฝึกซ้อมที่เดียวกัน ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนก็เริ่มสานต่อกันเรื่อยมาก แต่เพราะความใจเย็นและอ่อนหวานของ เจเนวีฟ เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ โฟลายัง ต้องการทำความรู้จักเธอมากเกินกว่าเพื่อน



เหมือนฟ้ามาโปรดตรงที่ทั้งคู่มีความชอบในกีฬาการต่อสู้เหมือนกัน จึงกลายเป็นประตูให้ทั้งคู่เปิดใจและทำความสนิทสนมกันได้รวดเร็วขึ้น

“จะเรียกว่ามันคือก้าวแรกสู่ความสัมพันธ์ก็ได้นะ เพราะหากไม่มีความสนใจสิ่งใดร่วมกัน ความสัมพันธ์ก็คงไปต่อได้ยาก ผมอยากรู้จักเธอมากขึ้น อย่างเรื่องว่าโตจากที่ไหน เธอชอบอะไร เราก็เลยใช้เวลาร่วมกันนอกโรงยิมด้วย”

ยิ่งได้รู้จักกับ เจเนวีฟ ต้นรักยิ่งเติบโตในใจของ โฟลายัง ทั้งคู่ฝึกซ้อมด้วยกัน ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน และพูดคุยกันในหลากหลายเรื่อง อีกทั้ง โฟลายัง ซึ่งใช้ชีวิตภายใต้คุณค่าที่ได้รับจากศิลปะการต่อสู้ เช่น ความอ่อนน้อมถ่อมตน การเคารพผู้อื่น เช่นเดียวกับ เจเนวีฟ ซึ่งมีทัศนคติตรงกันในเรื่องนี้

“นอกจากเรื่องความรู้สึกที่เรามีให้กันแล้ว การได้รู้จักตัวตนของกันและกันเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งรู้จักเธอมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งอยากรู้จักเธอมากขึ้นไปอีก เธอมีบุคลิกและลักษณะนิสัยหลายอย่างที่ตรงใจผมในแบบของคู่ชีวิต ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้แหละที่ทำให้ผมเริ่มรู้สึกกับเธอมากกว่าคำว่าเพื่อน”

มาถึงจุดที่ โฟลายัง ตระหนักแล้วว่า เจเนวีฟ คือ “คนที่ใช่” เขาจึงตัดสินใจคุกเข่าขอเธอแต่งงานในยิมเมื่อเดือนธันวาคม 2557 ท่ามกลางความร่วมมือจากเพื่อนๆ ในทีมลาไคย์

“ผมขอเธอแต่งงานในยิมนั่นแหละ ผมไม่ได้วางแผนหรือตระเตรียมอะไรไว้เลย แค่รู้สึกว่านี่คือเวลาที่เหมาะสมแล้ว และต้องขอบคุณทุกคนในยิมที่ช่วยผมในเรื่องนี้ ผมคิดว่าลึกๆ แล้วทุกคนมีความรู้สึกว่า เราเจอคนที่ใช่ของกันและกัน”

ทั้งคู่เข้าสู่ประตูวิวาห์ในเดือนเมษายน 2558 ที่เมืองบาเกียว ก่อนจะมีลูกสาวเป็นโซ่ทองคล้องใจ 2 คน ชื่อ เยชัวรินส์ และ ยาฮามาซายัค

นอกเหนือจากความรักที่มีต่อกัน สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นไปอย่างราบรื่น คือความเห็นอกเห็นใจ น้อยคนที่จะเข้าใจถึงความทุ่มเทและการเสียสละที่นักกีฬาระดับโลกต้องทำเพื่อการแข่งขันในระดับสูง แต่ทั้งคู่โชคดีที่รู้จักกันผ่านกีฬาการต่อสู้

“มีคำกล่าวในหนังสือว่า ‘บ้านสร้างได้ด้วยปัญญา และมั่นคงได้ด้วยความเข้าใจ’ เพราะมันยากนะที่ชีวิตคู่จะมั่นคงได้หากต่างฝ่ายไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน” โฟลายังเล่า

“สิ่งที่ดีที่สุดในความสัมพันธ์ของเรา คือมันเริ่มต้นด้วยกีฬาการต่อสู้ เพราะเรื่องดังกล่าวทำให้เธอเข้าใจมากขึ้นถึงสิ่งที่ผมทำ อุปสรรคที่ผมเจอ และความเจ็บปวดที่ได้รับ”

ไม่เพียงแต่ เจเนวีฟ จะมีความรู้เกี่ยวกับกีฬานี้เท่านั้น แต่เธอยังคอยสนับสนุนเขาสู่ความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งดูคลิปการแข่งขันย้อนหลังของเขาด้วยกัน และส่งเสริมเขาให้ใช้เวลาในยิมมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ โฟลายัง ไม่รู้สึกกดดันที่จะต้องแบ่งเวลาเพื่อการเป็นนักสู้ กับการเป็นสามีและคุณพ่อลูกสอง

เขายอมรับว่า หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากภรรยา เขาคงไม่ประสบความสำเร็จมาถึงระดับนี้

“เธอมีส่วนสำคัญมากๆ กับอาชีพของผม เธอคอยให้คำแนะนำผมอยู่เสมอ โดยเฉพาะเวลาที่ผมต้องบินไปต่างประเทศเพื่อฝึกซ้อมเพิ่มเติม เธอยอมสละเวลาที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน และยังทำให้ผมเห็นว่าเธอดูแลตัวเองและลูกๆ ได้ในเวลาที่ผมไม่อยู่”

“มันทำให้ผมสบายใจและไม่รู้สึกผิดที่ไม่ได้ดูแลครอบครัวเท่าที่ควร ซึ่งทำให้ผมมีสมาธิในการฝึกซ้อมมากขึ้น เมื่อรู้ว่าครอบครัวเรายังอยู่ดีแม้ผมจะอยู่ไกลบ้าน”

โฟลายัง หวังว่าผลลัพธ์ของการทำงานหนักและการเสียสละของภรรยาจะส่งให้ในวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเขาต้องขึ้นสังเวียนครั้งสุดท้ายของปีที่ประเทศบ้านเกิด กับนักสู้ชาวมองโกเลีย “Spear” อามาร์ซานา โซกูคู ในฐานะรองคู่เอกของศึก ONE: MASTERS OF FATE จะเป็นไปอย่างที่เขาตั้งความหวังไว้ เพื่อจะได้มีโอกาสในการชิงแชมป์โลก ONE รุ่นไลต์เวตอีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม:

MASTERS OF FATE | กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ | 8 พฤศจิกายน 2562 | ONE Super App ยิงสด 17.30 น. | ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เวลา 22.30 น. บัตรเข้าชมhttp://bit.ly/onefate19