ความคิดเห็น

“ชั่งวันชก” กับ “ชั่งก่อนชก 1 วัน” ไปฟังนักมวยเขาชอบแบบไหน?

15 มิ.ย. 2020

กติกาการแข่งขันมีไว้เพื่อสร้างสมดุลให้เกมกีฬามีความยุติธรรมมากที่สุด ผลแพ้ชนะเป็นตัวชี้วัดว่าใครมีฝีมือที่เหนือกว่า กีฬาหลายประเภทกำหนดน้ำหนักตัวของผู้เล่นแต่ละรุ่นเอาไว้ สัดส่วนของรูปร่าง ความสูงต่ำไม่ใช่ประเด็น เพราะใช้เกณฑ์น้ำหนักเป็นสำคัญในการแข่งขัน โดยเฉพาะกีฬาการต่อสู้ ซึ่งรวมถึง “กีฬามวย” ศิลปะประจำชาติไทย

ในความเป็นจริง การชั่งน้ำหนักอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ มีรายละเอียดที่มากกว่านั้น โดยเฉพาะคำถามที่ว่า การชั่งน้ำหนักก่อนชกตอนไหนจึงจะเหมาะสมที่สุด?

 

ONE Strawweight Muay Thai World Champion Sam-A Gaiyanghadao kicks outside

 

ปัจจุบันกีฬามวยแพร่หลายไปทั่วทุกมุมโลก จึงมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมแตกต่างกันออกไป โดยมีเหตุผลหลักๆคือเรื่องสุขภาพความสมบูรณ์แข็งแรงของผู้แข่งขัน ซึ่งที่นิยมกันมี 2 ประเภท คือ ชั่งน้ำหนักวันชก กับ ชั่งน้ำหนักก่อนชก 1 วัน

สำหรับ วัน แชมเปียนชิพ นั้น ใช้ระบบการชั่งน้ำหนักก่อนชกล่วงหน้า 2 ครั้งในช่วงเวลา 1-2 วันก่อนแข่งขันตามลำดับ โดยมีการตรวจระดับน้ำในร่างกายควบคู่ไปด้วย เพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬาทุกคนมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์พร้อมในการแข่งขัน ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ เหมือนกับการลดน้ำหนักแบบขาดน้ำ

นักกีฬาไทยที่เคยผ่านการชั่งน้ำหนักมาแล้ว ทั้งแบบชั่งวันชก และแบบชั่งน้ำหนักก่อนชก 1 วัน ถ้าพูดถึงความชอบส่วนตัว พวกเขาคิดเห็นกันอย่างไร

 

#น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว

นักมวยไทยผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการมวยมากว่า 20 ปี ผ่านการชั่งน้ำหนักมาแล้วรวมกันกว่า 300 ครั้ง ปัจจุบันครองแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต

 

 

“ผมเห็นด้วยมากๆ ครับกับการชั่งล่วงหน้า 1 วัน มันเป็นผลดีต่อตัวนักชกเองที่จะได้ฟื้นฟูสภาพร่างกาย การชกก็ออกมาเต็มที่และสนุก เพราะต่างฝ่ายต่างมีความสมบูรณ์พร้อม แต่ถ้าชั่งเช้าชกเย็น เป็นผลเสียต่อตัวนักมวยมากๆ บางคนซ้อมมาดีร่างกายดี แต่พอลดน้ำหนักก่อนชกมากๆ ลดเสร็จร่างกายไม่ฟื้น ไม่มีแรงชก สิ่งที่ซ้อมมาทั้งหมดก็เสียไป ถ้าปรับเปลี่ยนเป็นชั่งก่อนชก 1 วัน ผมรับรองว่า ผลออกมาดีแน่นอนครับ”

 

#เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี

แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต คนปัจจุบัน ผ่านการชั่งน้ำหนักมาแล้วเกือบ 200 ไฟต์ โดยผ่านการชั่งน้ำหนักล่วงหน้า พร้อมกับตรวจระดับน้ำในร่างกายตามกติกาของ วัน แชมเปียนชิพ มาแล้ว 8 ไฟต์

 

Thailand striker Petchmorakot Petchyindee Academy celebrates a victory

 

“ผมเห็นด้วยกับการชั่งก่อนชก 1 วัน เราจะได้มีเวลาฟื้นตัวเต็มที่ เวลาต่อยก็ไม่ต้องกังวลว่าจะหมดแรง ส่วนเมื่อชั่งเสร็จแล้วใครจะใหญ่กว่ากัน ไม่น่ามีผลเยอะ อยู่ที่การวางแผนการชกมากกว่า”

 

#แสงมณี แสงมณีเสถียรมวยไทย

แม้อายุเพียง 23 ปี แต่ แสงมณี ผ่านการชั่งน้ำหนักมาแล้วกว่า 200 ไฟต์ โดยใน วัน แชมเปียนชิพ เขาผ่านการชกมาแล้วสองไฟต์ โดยชกอยู่ในรุ่น 65.8 กิโลกรัม (144.76 ปอนด์) ซึ่งเป็นน้ำหนักธรรมชาติและรวมระดับน้ำในร่างกาย

 

Sangmanee Sathian MuayThai makes his ONE Super Series debut at ONE: MASTERS OF FATE

 

“สำหรับในไทยผมไม่ค่อยเห็นด้วยครับกับการชั่งข้ามวัน เพราะนักมวยตัวเล็กเสียเปรียบแน่นอน ถ้าชั่งวันชกนักมวยตัวเล็กจะพอยืดหยุ่นน้ำหนักไปชกกับตัวใหญ่ได้บ้าง ยกตัวอย่างบางไฟต์ที่ผมเจอมวยตัวใหญ่ที่เขาบีบน้ำหนักลงมา ขนาดชั่งวันชกเขายังใหญ่ขนาดนั้น ถ้าชั่งข้ามวันผมไม่อยากจะคิดเลย ผมรีดน้ำหนักได้ต่ำสุด 133 ปอนด์ ในขณะที่ผมน้ำหนักจริง 140 ปอนด์ และถ้าผมเก่งที่สุดในน้ำหนัก 133 ปอนด์ มันจะมีคู่ชกเหรอครับ ในทางตรงกันข้ามที่ต่างประเทศเขาชั่งน้ำหนักล่วงหน้าได้ เพราะเขาชั่งเป็นรุ่นๆ เช่น 60, 65, 70 กิโลกรัม แต่ที่ไทยเราไม่ได้ชั่งเป็นรุ่นครับ”

 

#เมืองไทย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม

รายนี้เป็นอีกคนหนึ่งที่ผ่านสังเวียนมาอย่างโชกโชนเกือบ 250 ไฟต์ โดยชกใน วัน แชมเปียนชิพ มาแล้ว 3 ครั้ง โดยชกอยู่ในรุ่น 65.8 กิโลกรัม (144.76 ปอนด์)

 

 

“ถ้าเป็นในไทย ใครลดได้เยอะ คนนั้นได้เปรียบครับ ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับชั่งล่วงหน้า 1 วัน อีกอย่างนักมวยจะโดนหัวหน้าคณะให้บีบน้ำหนักเยอะขึ้น เรื่องฟื้นตัวไม่ต้องห่วงเลย เพราะต่างคนต่างอยากได้เปรียบ ยิ่งลดเยอะได้เท่าไหร่ก็ได้เปรียบเท่านั้น ทีนี้ล่ะครับ ความลำบากน่าจะตกกับนักมวย จากที่เคยลด 4-5 กิโลกรัม อาจจะลดถึง 7-8 กิโลกรัม มวยตัวเล็กจะบาดเจ็บมากกว่านี้ มีนับมีน็อกกันเพิ่มขึ้นอีกมากครับ”

 

#เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี

อดีตแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต ผ่านการชั่งน้ำหนักในบ้านเรามากว่า 100 ไฟต์ และอีก 6 ไฟต์ ใน วัน แชมเปียนชิพ ซึ่งเทียบได้กับรุ่นน้ำหนัก 61.2 กิโลกรัม หรือ 134.64 ปอนด์

 

 

“ผมชอบชั่งน้ำหนักก่อนชก 1 วันครับ เพราะร่างกายฟื้นตัวเต็มที่หลังจากพักผ่อนเพียงพอ ส่วนคู่ชกจะใหญ่หรือเล็ก คิดว่าไม่สำคัญเท่าไร เหมือนที่ต่อยกับ ONE ต้องวางแผนคุมน้ำหนักกันเป็นเดือนๆ ครับ”

 

#ยอดพนมรุ้ง จิตรเมืองนนท์

อีกหนึ่งนักมวยสูงยาวของรุ่นแบนตัมเวต (65.8 กิโลกรัม / 144.76 ปอนด์) ของ วัน แชมเปียนชิพ ซึ่งผ่านสังเวียนมวยไทยมาอย่างโชกโชนกว่า 300 ไฟต์ และผ่านการชั่งน้ำหนักในระบบของ ONE มาแล้ว 2 ครั้ง

 

 

“ถ้าไม่ติดเรื่องการได้เสีย ผมเห็นด้วยกับการชั่งก่อนชก 1 วัน เพราะจะได้พักผ่อนเต็มที่ และก็จะไม่เกิดปัญหาการเป็นตะคริวระหว่างชกด้วย เหมือนที่ชกกับ ONE ต้องชั่งก่อน 1 วัน ผมว่าจะเป็นเซฟสภาพร่างกายนักมวยดี ส่วนใครลดน้ำหนักเก่ง จะได้เปรียบเวลาชกครับ”

 

#แสตมป์ แฟร์เท็กซ์

นักมวยสาวไทยเบอร์หนึ่งของประเทศที่เริ่มขึ้นสังเวียนมาตั้งแต่ 5 ขวบ เธอผ่านการชกทั้งในกติกามวยไทย คิกบ็อกซิ่ง และการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ปัจจุบันครองแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต และอดีตแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง

 

Stamp All Smiles Before Her Match Against Janet Todd

 

“แสตมป์ เห็นด้วยกับการชั่งก่อนชก 1 วันนะคะ เพราะทำให้เราได้พัก ร่างกายฟื้นตัวด้วยค่ะ แน่นอนว่าคนตัวใหญ่กว่าย่อมได้เปรียบ แต่กติกา ONE นอกจากชั่งน้ำหนักล่วงหน้า 1 วันแล้ว เขายังต้องวัดค่าน้ำในร่างกายด้วย อันนี้มวยตัวใหญ่ที่ลดน้ำหนักเก่งๆ อาจจะไม่ผ่าน เพราะระดับน้ำไม่ได้ ONE จะไม่ให้แข่งเลยเพราะเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ ข้อนี้เป็นผลดีเพราะจะช่วยทำให้นักมวยมีรูปร่างที่ไม่แตกต่างกันมากค่ะ”

 

อ่านเพิ่มเติม: