ข่าว

“ตะวันฉาย” รับฝืนใจซัด “เสมาเพชร” เพราะหน้าที่ พร้อมประกาศเปลี่ยนแผนขยับชกรุ่นใหญ่

“ตะวันฉาย” รับรู้สึกตกใจเมื่อเห็นนักมวยรุ่นพี่ที่รัก “เสมาเพชร” โดนหมัดล้มลงต่อหน้าต่อตาแต่ต้องฝืนใจปิดเกมเพราะหน้าที่บนสังเวียนต้องมาก่อน พร้อมประกาศเปลี่ยนแผนขยับน้ำหนักขึ้นเทียบชั้นรุ่นใหญ่ “เพชรมรกต”

เจ้าของฉายา “ซ้ายดารา” ตะวันฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม หลังคว้าชัยจากการน็อกเอาต์ “เสมาเพชร แฟร์เท็กซ์” ในศึก ONE: HEAVY HITTERS เมื่อวันศุกร์ที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ก็ออกมายอมรับว่ารู้สึกฝืนใจที่ต้องฟาดฟันกับเพื่อนรักแต่ตนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ไม่มีคำว่าเกรงใจ แค่รู้สึกตกใจมากกว่าที่จะต้องเห็นเพื่อนเจ็บขนาดนั้น

เสมาเพชร vs ตะวันฉาย (14 ม.ค.65)


ก่อนหน้านี้อาจมีหลายคนสงสัยว่าความสัมพันธ์ฉันพี่น้องของทั้ง ตะวันฉาย และ เสมาเพชร จะทำให้ทั้งคู่เกิดมีลูกเกรงใจกันกลางเวทีหรือไม่ แต่จากผลการแข่งขันที่ผ่านมา ตะวันฉาย ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่มีคำว่าพี่น้องบนสังเวียนจริง ๆ

“ผมคิดว่าถ้าเราออมมือให้คู่ต่อสู้ก็เท่ากับเราไม่ให้เกียรติเขา ถ้าเป็นผม ใครมาสงสารผม ผมก็รู้สึกว่าเขาไม่ให้เกียรติผมเหมือนกัน ผมก็เลยจำเป็นต้องทำหน้าที่เต็มที่ครับ”

ทั้งคู่เปิดเกมด้วยการดูเชิงก่อนจะค่อย ๆ เร่งเครื่องแลกแข้งและหมัด เสมาเพชร พยายามบุกเข้าประชิดเพื่อโจมตีด้วยหมัดเด็ด แต่ถูก ตะวันฉาย ถีบสกัดแล้วตามไปกระหน่ำหมัดชุดจน เสมาเพชร ร่วงลงไป เมื่อลุกขึ้นมาได้ ตะวันฉาย รีบตามไปถล่มหมัดอีกเป็นชุดไม่ให้เกมนี้ยืดเยื้อ เสมาเพชร เดินเซออกอาการไม่ดี กรรมการจึงยุติการแข่งขันในนาทีที่ 2.55 ของยกแรก



โดย ตะวันฉาย ออกมาเปิดใจถึงวินาทีนั้นว่า “ในจังหวะนั้น ผมก็ทำตามเกมครับ ตอนเห็นพี่เขาร่วงลงไปครั้งแรก ผมก็คิดในใจว่าไม่อยากให้พี่เขาลุกขึ้นมาสู้แล้ว เขาจะได้เจ็บทีเดียว แต่เขาก็ลุกขึ้นมา ผมก็ต้องซ้ำตามสัญชาตญาณมวยครับ ตอนนั้นลืมไปเลยว่าสนิทกัน ก็ใส่ไปเต็มแรงเลยครับ”

“พอเห็นว่าน็อก ผมก็ตกใจนะครับ มาคิดว่าเราทำแรงไปหรือเปล่า (หัวเราะ) ก็รีบเข้าไปขอโทษพี่เขาที่ต้องทำให้เขาเจ็บขนาดนั้นครับ พี่เขาก็บอกไม่เป็นไร คือผมคิดว่าต้องรีบทำให้จบ เพราะถ้าชกกันครบยก พี่เขาต้องเจ็บตัวอีกเยอะแน่นอน”


อย่างไรก็ตาม หลังจบศึกนี้ ตะวันฉาย ได้ประกาศลั่นบนเวทีหลังจบว่าเขาต้องการขยับน้ำหนักขึ้นไปสู้ในรุ่นเฟเธอร์เวต (70 กก.) หลังประสบปัญหาการทำน้ำหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ONE ที่มีการตรวจระดับน้ำในร่างกาย จึงทำให้การลดน้ำหนักด้วยวิธีการตัดน้ำแบบทั่วไป ไม่สามารถใช้ได้ ตะวันฉาย จึงตัดสินใจยอมเฉือนเนื้อหักค่าตัว 20% ให้ เสมาเพชร และสู้กันในพิกัดเฉพาะ (แคตช์เวต) ที่ 66.45 กก.

นอกจากนี้ ตะวันฉาย ยังมองว่าด้วยโครงสร้างร่างกายของตนที่ยังใหญ่ไม่หยุด อาจทำให้เกิดปัญหาในการทำน้ำหนักให้ได้ตามเกณฑ์อีกในครั้งต่อ ๆ ไป ทำให้ความตั้งใจที่จะลุยรุ่นแบนตัมเวตให้ถึงแชมป์โลกอย่าง น้องโอ๋ มีอันต้องเปลี่ยนแผน



ตะวันฉาย vs น้องโอ๋


“ผมมองการณ์ไกลไปว่า ตอนนี้ผมอายุเพิ่ง 22 ร่างกายยังไม่เต็มเวต ยังโตได้อีกเรื่อย ๆ ซึ่งผมคงชกในน้ำหนักนี้ (แบนตัมเวต) ได้ไม่นานแน่ ผมก็เลยตัดสินใจไป 70 กก. ดีกว่าครับ” 

“ผมรู้ดีว่าในรุ่นเฟเธอร์เวตก็ไม่ใช่งานง่ายเหมือนกัน เพราะก็มีแต่คนเก่ง ๆ ไม่แพ้รุ่นแบนตัมเวตเลย แต่ผมมองว่ามันเป็นความท้าทายของผม ยิ่งเจอคนเก่งยิ่งพัฒนา ผมไม่เคยกลัวครับ ยิ่งเจอนักมวยที่เก่งและมีชื่อเสียง ผมยิ่งชอบครับ ผมตั้งใจ ผมมีความมุ่งมั่นที่จะคว้าแชมป์มาให้ได้ครับ” 


เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี


หาก ตะวันฉาย ต้องการจะเริ่มต้นใหม่ในรุ่นเฟเธอร์เวตซึ่งได้ชื่อว่าเป็นรุ่นที่แข็งแกร่งที่สุดของ ONE โดยอัดแน่นไปด้วยยอดฝีมือระดับโลกทั้งไทยและเทศ รวมถึง “ซุปเปอร์บอน” และ “สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง” ถือว่าเป็นด่านหินของ ตะวันฉาย ก็ว่าได้

อย่างไรก็ตาม คงต้องมีการปรึกษาหารือกับทางค่ายต้นสังกัดและทีมงาน ONE กับการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงรุ่นในครั้งนี้ของ ตะวันฉาย ต่อไป แฟนกีฬาคงต้องรอติดตามว่าเส้นทางของยอดมวยดาวรุ่งอย่าง ตะวันฉาย บนเวทีระดับโลกจะเป็นอย่างไรในอนาคต แต่แน่นอนว่าเขายังมีบททดสอบมากมายไม่ว่าจะเลือกเดินเส้นทางใดต่อจากนี้





อ่านเพิ่มเติม:

 

สมัครเพื่อไม่พลาดข่าวเด็ด

เพื่อไม่พลาดข่าวสารของ วัน แชมเปียนชิพ สมัครตอนนี้! เพื่ออ่านข่าวล่าสุดก่อนใคร รวมทั้งร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลสุดว้าวและรับสิทธิพิเศษในการเข้าชมการแข่งขันแบบไลฟ์สด
การส่งแบบฟอร์มนี้ถือว่าท่านให้ความยินยอมให้เรารวบรวม ใช้งาน และเปิดเผยข้อมูลของท่านภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา ท่านสามารถยกเลิกการสมัครรับข่าวสารได้ตลอดเวลา