เดินหน้าให้สุด! “ชาโด้” ประทับใจผลงานปีที่ผ่านมา ตั้งใจพัฒนาเพื่อความเป็นหนึ่ง
“ชาโด้ สิงห์มาวิน” กำปั้นนักบู๊ยอดกตัญญูจากเมืองตาก วัย 25 ปี เจ้าของตำแหน่งผู้ท้าชิงอันดับ 3 ของแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) จัดให้ปี 2568 เป็นอีกหนึ่งปีที่ดีในชีวิต เพราะทำผลงานได้เข้าเป้า สามารถคว่ำคู่แข่งระดับพระกาฬลงได้ มุ่งมั่นให้ปี 2569 เป็นอีกปีที่ดีพร้อมเดินหน้าล่าฝันในการชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต
ตลอดปี 2568 “ชาโด้” ทำผลงานได้น่าพอใจด้วยสถิติชนะ 2 ครั้ง จาก 4 ไฟต์ โดยเริ่มต้นไฟต์แรกของปีด้วยศึก ONE ลุมพินี 100 เมื่อ 14 มี.ค. 68 โดยสามารถปิดเกมน็อก “ฮัสซัน วาห์ดานิราด” ได้ในยกที่ 2 คว้าโบนัสกลับบ้านตั้งแต่ต้นปี ต่อมาช่วงกลางปีเขาขึ้นชกใน ONE Fight Night 33 หวังเก็บชัยชนะเพิ่มแต่เกิดอุบัติเหตุทำนิ้วจิ้มตาคู่ต่อสู้ ไฟต์นั้นจึงถูกตัดสินว่า “ไม่มีผลการแข่งขัน”
จากนั้นเพียง 2 เดือน “ชาโด้” กลับขึ้นสังเวียนวัดแกร่งกับ “บัมปารา คูยาเต” ผู้ท้าชิงอันดับ 2 ของแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต ตัวแทนจากฝรั่งเศส-มาลี ไฟต์นี้ “ชาโด้” หักด่านโหดอย่าง “บัมปารา” ด้วยการงัดท่าแม่ไม้มวยไทย “ขว้างจักรนารายณ์” เผด็จศึกทีเคโอคู่ได้ในยก 2 เรียกเสียงเฮสนั่นจากคนดู คว้าแต้มชัยแรกบนเวที ONE (ใหญ่) พร้อมหอบโบนัสก้อนโต 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 1.6 ล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)
“ปีที่แล้วเป็นปีที่ดีมาก รู้สึกประทับใจในผลงานของตัวเอง เพราะทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ จากที่ขึ้นชกไปทั้งหมด ผมชอบไฟต์ที่เจอกับ บัมปารา มากที่สุดครับ เพราะเราเห็นฝีมือมาตลอดว่าเขาเก่งมาก และอยู่อันดับสองของแรงกิง การที่ผมเอาชนะเขาได้ทำให้รู้สึกว่าเรามีความสามารถมากพอให้ขึ้นไปล่าแชมป์ของรุ่นนี้”
ปี 2568 ยังคงสร้างเซอร์ไพรส์ให้นักมวยลูกกตัญญูคนนี้อย่างต่อเนื่อง เมื่อได้รับโอกาสให้ขึ้นชกแทน “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” ที่บาดเจ็บระหว่างฝึกซ้อม ในศึก ONE ลุมพินี 126 ปะทะกับนักชกตัวตึงคิกบ็อกซิ่ง “หลิว เมิงหยาง”

งานนี้ “ชาโด้” ถือคติน้ำขึ้นให้รีบตัก แม้จะมีเวลาเตรียมตัวไม่นานแต่ก็กล้าเสี่ยงข้ามสายมาชกในกติกาคิกบ็อกซิ่งเป็นครั้งแรกในชีวิต ซึ่งก็ถือว่าทำผลงานบนเวทีได้ดีแต่พลาดท่าแพ้คะแนนเอกฉันท์ไปอย่างน่าเสียดาย
“ถึงจะไม่ชนะในการข้ามมาชกคิกบ็อกซิ่ง แต่ผมมองว่าเป็นประสบการณ์ครับ ทำให้เราได้ลองฝึกฝนการออกอาวุธในกติกาใหม่ ไม่ได้ทำให้กำลังใจถดถอย เพราะตอนนี้มีเป้าหมายชัดในเส้นทางของการสู้เพื่อชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย”
ปี 2569 ตั้งเป้าคว้าเข็มขัดแชมป์
จากประสบการณ์ในปีที่ผ่านมา ทำให้ “ชาโด้” มองเห็นข้อบกพร่องและพร้อมแก้ไข เพื่อล่าฝันในปีม้าไฟให้สำเร็จ
“สำหรับปีนี้ ผมต้องพัฒนาตัวเองให้มากขึ้น ยอมรับว่าในรุ่นเฟเธอร์เวตมีแต่คนเก่ง ๆ อย่างแรกเลยคือวางแผนว่าจะป้องกันตัวเองให้มากกว่าเดิมเวลาขึ้นชก เพราะบางทีผมเดินแลกมากเกินไป พอคู่ต่อสู้สวนกลับมา เราร่วงได้เลย อย่างที่คนดูเคยเห็นว่าผมก็เคยเปิดหน้าแลกจนโดนสวนกลับมาแล้วแพ้ ปีใหม่นี้ก็จะพยายามไม่ให้เป็นแบบนั้น”
“ตอนนี้มองว่าความพร้อมในการชิงแชมป์ของตัวเองอยู่ที่ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาก็ยังคงดูแลร่างกายด้วยการวิ่ง และกลับค่ายมาฟิตร่างกายแล้ว ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ถามว่าหายไปไหนก็อย่างที่บอกว่ารุ่นนี้มีแต่คนเก่ง เราต้องเผื่อใจไว้บ้าง”
“ถึงอย่างนั้นก็ขอย้ำคำเดิมว่าต้องการเข็มขัดมาพาดบ่าให้ได้ครับ ฝากแฟน ๆ ของชาโด้ติดตามและเป็นกำลังใจ ปีนี้จะทำให้ดีที่สุดครับ”
ล่าสุด “ชาโด้” ได้คิวขึ้นสังเวียนชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต เฉพาะกาล ปะทะมวยหมัดโหดจากสกอตแลนด์ “นิโค คาร์ริลโล” ในศึก ONE Fight Night 40 โดยผู้ชนะจากไฟต์นี้จะคว้าสิทธิ์ขึ้นเป็นผู้ท้าชิงบัลลังของ “ตะวันฉาย” ต่อไปทันที นี่จึงเป็นศึกชี้ชะตาที่ต้องพิสูจน์ว่า “ชาโด้” พร้อมฝ่าด่านอันตรายและก้าวถึงตำแหน่งแชมป์โลกหรือไม่
ศึก ONE Fight Night 40: แจ็กกี vs สเตลลา ll ถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) วันเสาร์ที่ 14 ก.พ. 69 จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR คู่แรกเริ่มเวลา 09.00 น. และรับชมทางช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
- เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เริ่ม 09.00 น.
- ยูทูบ ONE Championship (บางประเทศ) เริ่ม 09.00 น.
- Watch.ONEFC.com เริ่ม 09.00 น.