ไม่หวั่นสายบู๊! “ฤทธิเดช” สู้ไม่ถอย หวังสยบฟอร์มแรง “เพชรหนึ่ง”
“ฤทธิเดช ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม” มวยฝีมือจากบุรีรัมย์ เตรียมงัดอาวุธครบเครื่องทั้งแข้ง ศอก และหมัด รับมือความดุดันของ “เพชรหนึ่ง” ไอแซค โมฮัมเหม็ด มวยฟอร์มฮอตจากฝรั่งเศส-แอลจีเรีย โดยตั้งเป้าหยุดสถิติชนะ 4 ไฟต์รวดของคู่ชก พร้อมลุ้นเก็บชัยชนะเป็นไฟต์ที่ 2 ติดต่อกันของตัวเอง ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) ในรายการ The Inner Circle วันศุกร์ที่ 10 เม.ย. นี้ ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) โดยจะถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 น.-20.30 น.
หลังจากสามารถกู้ฟอร์มกลับมาคว้าชัยแรกของรายการได้สำเร็จใน ศึก ONE ลุมพินี 133 เมื่อเดือน พ.ย. 68 “ฤทธิเดช” ก็ได้รับโอกาสกลับขึ้นสังเวียนของ ONE ในครั้งนี้ โดยเจ้าตัวอาสารับหน้าที่มวยแทน “ตี๋ใหญ่ พีเค.แสนชัย” ที่ต้องถอนตัวไปเนื่องจากป่วย และไฟต์ถูกเลื่อนมาในอีเวนต์นี้
แม้จะมีเวลาเตรียมตัวเพียง 2 สัปดาห์ แต่ยืนยันว่าร่างกายมีความพร้อม หลังซ้อมต่อเนื่องมาโดยตลอด และเริ่มปรับตัวเข้ากับรูปแบบการแข่งขันได้มากขึ้น จากการลงแข่งขันมาแล้ว 3 ไฟต์ และเพิ่งคว้าชัยในไฟต์ล่าสุด
“สองไฟต์แรกที่แพ้ ผมท้อเหมือนกัน ถึงขั้นคิดว่าอาจไม่ได้กลับมาชกในรายการนี้อีก แล้วก็หายไปถึง 2 ปี เพราะตอนนั้นรู้สึกว่าสไตล์ผมเป็นมวยฝีมือ อาจไม่ถูกใจกับรายการที่แฟน ๆ ชอบมวยเดินบู๊ครับ”

“พอกลับมาชกไฟต์ที่ 3 ผมพยายามปรับตัว เพิ่มอาวุธ ใส่ศอก และชกให้ดุดันขึ้น ผลเลยออกมาดีกว่าสองไฟต์แรก ชัยชนะวันนั้นเหมือนปลดล็อกให้ผมมั่นใจว่า เรายังไปต่อในรายการนี้ได้”
“ไฟต์นี้ผมเลยตัดสินใจรับ ถึงจะเป็นมวยแทนก็ตาม ผมรู้ตัวล่วงหน้าประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ก่อนหน้านี้ผมก็วิ่งและทำร่างกายต่อเนื่องมาตลอด ตอนนี้พร้อมขึ้นชกครับ”
ฤทธิเดช มั่นใจอาวุธครบเครื่อง ประสบการณ์เหนือชั้น
แม้จะเข้ามารับบทมวยแทนในเวลาจำกัด แต่ “ฤทธิเดช” ยังแสดงความมั่นใจเต็มเปี่ยม พร้อมเปิดเกมดวล “เพชรหนึ่ง” โดยมองว่าไฟต์นี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของการวัดชั้นเชิงระหว่าง “สายบุก” กับ “สายดักโต้” ว่าใครจะคุมจังหวะและปิดเกมได้ก่อน
“เพชรหนึ่ง เป็นมวยที่อันตราย หมัดหนัก จุดเด่นอยู่ที่หมัดชุด ส่วนอาวุธศอกก็น่ากลัวและชอบเดินกดดันส่วนจุดที่ผมมองว่าเขาต้องระวังคือคาง เพราะโดนหนัก ๆ ไม่ได้เหมือนกัน อยู่ที่ว่าใครจะพลาดก่อน อีกจุดคือลำตัว ไฟต์นี้คงต้องค่อย ๆ เล่นไปตามจังหวะ เพื่อดูว่าเขายุบง่ายแค่ไหน”
“ผมรู้อยู่แล้วว่าเขาจะมาบู๊แน่นอน ไฟต์นี้จะไม่แลกแบบไร้แผน ผมจะใช้อาวุธให้แม่น เน้นจังหวะและความเฉียบคม ขณะเดียวกัน ผมจะไม่ถอย และหากมีโอกาสก็พร้อมปิดเกมครับ”
นักชกจากบุรีรัมย์เผยถึงความมั่นใจขั้นสุด เนื่องจากมองว่าตัวเองพัฒนาขึ้นในหลายด้าน พร้อมรับมือกับความหนักของไฟต์นี้โดยเฉพาะ
“ผมเองเตรียมร่างกายมาให้ยืนได้จบเกม นอกจากแข้งซ้ายที่เป็นอาวุธหลัก ไฟต์นี้ผมมีศอกซ้าย และพัฒนาหมัดซ้ายเพิ่มขึ้นด้วย”
“อีกอย่างคือผมมีประสบการณ์มวยมากกว่า และตอนนี้พัฒนาขึ้นเยอะ ทั้งเรื่องร่างกาย อาวุธ และความเข้าใจเกม โดยเฉพาะการชกนวมเล็ก ตอนนี้เริ่มชินแล้ว หลังจากชกมา 3 ไฟต์ก็จับทางได้มากขึ้นครับ”
หวังสานต่อชัยชนะ ยกระดับตัวเอง
หากสามารถคว้าชัยในไฟต์นี้ได้ “ฤทธิเดช” มองว่านี่จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับตัวเอง พร้อมตั้งเป้าพิสูจน์ตัวเองต่อหน้าแฟนมวย ด้วยการโชว์ศักยภาพที่พัฒนาขึ้นอย่างรอบด้านในไฟต์นี้
“การกลับมาครั้งนี้ แฟน ๆ จะได้เห็นสิ่งที่ยังไม่เคยเห็นจากผมแน่นอน ผมเตรียมมาครบ และตั้งใจจะเก็บชัยชนะให้ได้เป็นครั้งที่ 2 ครับ”

“ถ้าผ่านไฟต์นี้ไปได้ ผมอยากเจอคู่ชกที่เก่งขึ้นอีก เพื่อทดสอบตัวเองและพัฒนาให้ก้าวไปอีกระดับ แต่ตอนนี้ผมขอโฟกัสทีละไฟต์ ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และเก็บชัยไปทีละก้าวครับ”
ติดตาม “เพชรหนึ่ง vs ฤทธิเดช” วันศุกร์ที่ 10 เม.ย. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle ในช่วงเวลา 18.30 น. – 20.30 น. ทาง LIVE.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ ONEFC.com