ปีแห่งการเติบโต “นาบิล” ให้เต็ม 10 ผลงานปี 2568 พร้อมล่าเข็มขัดคิกบ็อกซิ่งเพิ่ม
“นาบิล อานาน” แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) วัย 21 ปี สัญชาติแอลจีเรีย-ไทย ยกผลงานภาพรวมในปี 2568 ว่าดีที่สุดในชีวิต ส่งผลให้ตนเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมตั้งเป้าขยับสู่ความท้าทายใหม่ในปี 2569 เพื่อลุ้นทำตามความฝันคว้าเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่งเพิ่มอีกเส้น
“นาบิล” เปิดปี 2568 ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเอาชนะทีเคโอ ยกแรก “นิโค คาร์ริลโล” จากสกอตแลนด์ คว้าตำแหน่งแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต เฉพาะกาลมาครอง ในศึก ONE 170 เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 68 และจากนั้นเขาก็ล้างตาเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ “ซุปเปอร์เล็ก ซุปเปอร์เล็กมวยไทย” ได้สำเร็จ ในศึก ONE 172 เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 68 ก่อนได้รับการสถาปนาให้เป็นแชมป์โลกอย่างเป็นทางการในเดือน มิ.ย. 68
หลังจากนั้น “นาบิล” ข้ามไปโชว์ฝืมือในกติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต แต่การพบกับ “อิเลียส เอ็นนาฮาชิ” จากเนเธอร์แลนด์-โมร็อกโก ในศึก ONE ลุมพินี 126 เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 68 ต้องยุติลงแบบ “ไม่มีผลการแข่งขัน” หลังเขาพลาดเตะกระจับจนคู่ชกฝืนแข่งต่อไม่ได้ ล่าสุด “นาบิล” ขยับรุ่นขึ้นไปเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) เอาชนะคะแนนเอกฉันท์ “ฮิโรมิ วาจิมะ” อดีตแชมป์ K-1 จากญี่ปุ่น ในศึก ONE 173 เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 68
“ภาพรวมตลอดปี 2568 ที่ผ่านมาถือว่าน่าพอใจ ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก รู้สึกชัดเจนว่าชีวิตเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ได้ทำอะไรหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในด้านอาชีพมวยหรือชีวิตส่วนตัว เรียกได้ว่าเป็นปีที่เติบโตมากที่สุด ผมให้คะแนนเต็มสิบ เพราะไม่เคยมีช่วงปีใดที่รู้สึกดีกับชีวิตมากเท่านี้มาก่อน”
“สิ่งที่ผมประทับใจมากที่สุดคือผลงานไฟต์แรกของปีที่เก็บชัยเหนือ นิโค และคว้าตำแหน่งแชมป์โลก เฉพาะกาล มาครองได้ นอกจากนั้นยังได้เอาชนะคนที่อยากชกด้วยมาตลอดอย่าง ซุปเปอร์เล็ก รวมถึงการได้ก้าวขึ้นมาชกในรุ่นเฟเธอร์เวต ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นรวดเร็วแบบนี้ครับ”
ผลงานทั้ง 4 ไฟต์ตลอดทั้งปีดังกล่าว ทำให้ “นาบิล” ได้เรียนรู้ชีวิตการต่อสู้ในหลากหลายรสชาติซึ่งกลายเป็นบทเรียนสำคัญทำให้ตนได้เติบโตขึ้นไปอีกขั้น โดยเจ้าตัวยอมรับว่ากว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย
“บทเรียนสำคัญที่ได้เรียนรู้ในปี 2568 คือเรื่องของความรับผิดชอบ ผมรู้สึกโตขึ้น มีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเดิม หลายอย่างที่ปรากฏออกมาไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด คนนอกไม่มีทางรู้ว่าผมต้องผ่านอะไรมาบ้าง นอกจากเขาจะลองมาทำด้วยตัวเอง ทุกอารมณ์ที่เกิดขึ้นบนสังเวียนยากที่จะอธิบายออกมาได้ ถ้าใครไม่เคยสัมผัสคงนึกภาพไม่ออกครับ”
เมื่อถามถึงเป้าหมายในปี 2569 “นาบิล” แสดงความมุ่งมั่นชัดเจนว่าอยากพัฒนาฝีมือขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวขึ้นสู่ระดับที่สูงกว่าเดิม และทำความฝันคว้าเข็มขัด ONE เส้นที่ 2 มาครองให้ได้
“ผมรู้สึกว่าในปี 2568 ได้พบกับประสบการณ์หลากหลาย ถือว่าถึงจุดที่มีความสุขมากที่สุดแล้ว คิดแทบไม่ออกเหมือนกันว่าในปี 2569 ต้องผ่านอะไรอีกบ้างถึงจะได้พบกับความสุขในระดับนี้อีกครั้ง แต่อย่างไรก็ยังอยากให้ดีกว่าปีที่ผ่านมา”
“ผมจะพยายามทำผลงานออกมาให้ดีกว่าเดิม อยากไปถึงเป้าหมายคือการคว้าแชมป์โลก 2 เส้นมาครองได้ ตอนนี้ผมถึงจุดหนึ่งที่ประสบความสำเร็จมากแล้ว ถ้าอยากได้มากกว่าเดิมอีกก็ต้องพร้อมเจอกับงานที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ”
นาบิล พร้อมลุยเส้นทางคิกบ็อกซิ่ง ชิงเข็มขัดเส้นที่ 2
ตอนนี้ “นาบิล” กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจอย่างมาก พร้อมเดินหน้าโชว์ฟอร์มเก่งต่อเนื่อง แม้จะมีภารกิจป้องกันตำแหน่งแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต เป็นหลักในปีนี้ แต่อีกทางเขาก็พร้อมเผชิญหน้ากับ “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” ยอดนักสู้จากสหราชอาณาจักร ที่ถือครองบัลลังก์ ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต มายาวนาน
“ผมหวังจะทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเหมือนปี 2568 อีกครั้ง โดยไม่มีเคล็ดลับพิเศษ นอกจากการทำงานหนักและรักษาวินัยอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ง่าย แต่ผมจะเดินหน้าทุ่มเทต่อไป เพราะทุกชัยชนะย่อมผ่านความยากลำบาก หน้าที่ของเราคือก้าวข้ามอุปสรรค แล้วสิ่งดี ๆ จะตามมาเอง”
“ปีหน้าผมพร้อมชกกับทุกคนเพื่อเก็บเกี่ยวและสั่งสมประสบการณ์ในกติกาคิกบ็อกซิ่งให้มากขึ้น แม้ปัจจุบันยังไม่มีชื่อติดแรงกิงก็ไม่ใช่ปัญหา และหากได้รับโอกาสชิงแชมป์โลกคิกบ็อกซิ่งก็ถือว่าสมเหตุสมผล เพราะผมเป็นแชมป์โลกอยู่แล้ว จึงมองว่าไม่จำเป็นต้องมีชื่อติดอันดับแรงกิงครับ”
แฟนกีฬาการต่อสู้สามารถติดตามข่าวสารอัปเดตของ ONE ได้ที่เว็บไซต์ ONEFC.com รวมถึงโซเชียลมีเดียของ ONE ประเทศไทย ได้แก่ Facebook ONE Championship Thailand Instagram ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH