จับตาสาวน้อยจอมน็อก “พลอยชมพู” เตรียมประเดิมบู๊ ONE ลุมพินี ครั้งแรก
พาไปทำความรู้จัก “พลอยชมพู พียู.ผ้าใบ” ดาวรุ่งพุ่งแรงวัย 16 ปี ดีกรีแชมป์ประเทศไทย รุ่น 105 ป. จากสุราษฎร์ธานี ก่อนเปิดตัวท้าชน “อิสไลย์ เอริกา โบโมกาว” นักสู้สาวขวัญใจมหาชน วัย 25 ปี จากฟิลิปปินส์ ที่คว้าชัยมา 3 ไฟต์รวด ในกติกามวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) ในศึก ONE ลุมพินี 134 ที่จะถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก ในวันศุกร์ที่ 21 พ.ย. นี้ เริ่มคู่แรก 19.30 น.

มวยสาวใต้ใจถึง
“พลอยชมพู” มีชื่อจริงว่า “กมลรัตน์ มีพริ้ง” เป็นคน อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี เกิดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 51 มีน้องชาย 1 คน เธอเริ่มหัดชกมวยตั้งแต่อายุ 8 ขวบ โดยได้คุณพ่อซึ่งเคยเป็นอดีตนักมวยไทยรับบทครูสอนมวยคนแรกในชีวิต หลังฝึกซ้อมกันเองได้ไม่นาน “พลอยชมพู” ได้โอกาสขึ้นสังเวียนนักสู้ครั้งแรกที่เวทีมวยภูธรในละแวกบ้าน โดยสามารถเก็บชัยชนะน็อกได้ทันที และได้ค่าตัว 500 บาท
หลังจากขึ้นชกไฟต์แรก “พลอยชมพู” เริ่มติดใจการชกมวยที่สามารถหาเงินได้อย่างรวดเร็ว จนนำมาซึ่งการตัดสินใจย้ายมาฝึกซ้อมอย่างจริงจังที่โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี และตระเวนเดินสายชกมวยภูธรเพื่อเก็บประสบการณ์อย่างต่อเนื่องจนเริ่มมีชื่อขึ้นมาในแถบภาคใต้

ล่าแชมป์ระดับประเทศ
เส้นทางความสำเร็จของ “พลอยชมพู” เริ่มต้นขึ้นในปี 2566 เมื่อเธอได้รับโอกาสให้เป็นตัวแทนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงแข่งขันมวยไทยในกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 38 และสามารถคว้าเหรียญทองมาครองสำเร็จ
และในปี 2567 ที่ผ่านมมา ถือได้ว่าเป็นปีทองของเธออย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะประเดิมความสำเร็จระดับอาชีพด้วยการคว้าแชมป์ประเทศไทย รุ่น 105 ป. มาครองแล้ว เธอยังสามารถคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขันมวยไทยในกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 39 มาครองได้อีกด้วย

โอกาสพิสูจน์ตัวใน ONE ลุมพินี
ด้วยผลงานที่เฉิดฉายเกินวัย ทั้งที่อายุแค่ 16 ปี ส่งผลให้ “พลอยชมพู” ที่ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้รับโอกาสครั้งสำคัญให้เข้ามาพิสูจน์ฝีมือบนเวที ONE ลุมพินี ซึ่งนับเป็นนักชกรายที่ 2 ของโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ต่อจาก “เพชรตาปี รร.กีฬาสุราษฎร์” ที่ได้โอกาสเข้ามาปล่อยของบนเวทีแห่งนี้
“ตอนที่อาจารย์บอกว่าหนูจะได้ขึ้นชกในศึก ONE ลุมพินี หนูตกใจมากค่ะ ไม่คิดว่าจะได้รับโอกาสเร็วขนาดนี้ เพราะหนูเพิ่งอายุ 16 ปี และยังไม่เคยชกในเมืองกรุงมาก่อน วันนั้นหลังซ้อมเสร็จ หนูรีบกลับไปบอกครอบครัว ทุกคนดีใจมาก เพราะที่บ้านเป็นแฟนรายการ ONE ลุมพินี อยู่แล้วค่ะ”

“ก่อนหน้านี้ เห็น เพชรตาปี ได้เข้ามาชกที่นี่ หนูก็แอบคิดเหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวของตัวเอง และในที่สุดวันนี้โอกาสก็มาถึง ตั้งแต่รู้ว่าหนูได้ชกบนเวที ONE ลุมพินี หนูซ้อมหนักขึ้นเป็นสองเท่า ทั้งซ้อมตอนเช้าและซ้อมเพิ่มหลังเลิกเรียน หนูสัญญาว่าจะสู้เต็มที่และจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังค่ะ”
พลอยชมพู มั่นใจพลังน็อกดับฮอต อิสไลย์
ไฟต์เปิดตัวของ “พลอยชมพู” จะต้องเจอกับด่านหินทันทีอย่าง “อิสไลย์” มวยสาวหน้าใสชาวฟิลิปปินส์ ที่คว้าชัยมา 3 ไฟต์รวดบนเวทีแห่งนี้ และหวังบุกมาสกัดทางแจ้งเกิดของ “พลอยชมพู” ให้ได้อย่างเด็ดขาด เพื่อทำฟอร์มสู่การไล่ล่าความฝันบนเวทีระดับโลกต่อไป

แม้อาจจะดูเป็นรอง “อิสไลย์” ในหลายด้าน แต่ “พลอยชมพู” มั่นใจในทักษะวิชาที่ได้เรียนรู้จากการติดตามผลงานของไอดอลในดวงใจ “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” อดีตแชมป์โลก ONE รุ่นอะตอมเวต 3 กติกา (มวยไทย,คิกบ็อกซิ่ง และ MMA) และพร้อมนำมาใช้เล่นงานคู่ชกฟอร์มฮอตจากฟิลิปปินส์แบบจัดเต็มเพื่อแจ้งเกิดให้ได้ในไฟต์นี้
“หนูมีพี่แสตมป์ เป็นไอดอล เพราะชอบสไตล์การชกของพี่เขา โดยเฉพาะลูกเตะที่ทั้งเร็วและรุนแรง ไฟต์นี้หนูเตรียมอาวุธเด็ดที่ศึกษามาจากพี่แสตมป์ ไว้เหมือนกัน แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นลูกอะไร อยากให้ไปรอชมกันบนเวทีดีกว่าและหนูรับรองว่าจะลุยเต็มที่แน่นอน”

“อิสไลย์ เป็นนักมวยครบเครื่อง จุดเด่นคือการเล่นวงนอกที่มีแข้งและหมัดที่เร็วและคมมาก ไฟต์ที่ผ่าน ๆ มา เขาเจอแต่คู่ชกที่เล่นวงนอกเหมือนกัน เลยทำให้เก็บชัยชนะต่อเนื่อง แต่ไฟต์นี้เขาจะเจอหนูซึ่งเป็นมวยเข่าธรรมชาติ ไม่แน่ใจว่าวงในของเขาจะแกร่งแค่ไหน เพราะยังไม่เคยเห็นใครเดินเข้าไปบุกเขาในระยะประชิดเลยค่ะ”
“รูปเกมน่าจะสนุกแน่นอน เพราะหนูเป็นมวยเข่า ยังไงต้องเดินลุยเข้าไปเล่นวงในอยู่แล้ว และส่วนใหญ่สถิติการชกของหนูก็จบไม่ครบยก หนูเชื่อว่าไฟต์นี้ก็น่าจะเหมือนเดิม ไม่หนูก็เขา คงมีฝ่ายหนึ่งร่วงแน่”
“ถ้าหนูสามารถชนะ อิสไลย์ ได้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ชื่อของหนูเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศค่ะ”
ติดตาม “อิสไลย์ vs พลอยชมพู” ศึก ONE ลุมพินี 134 ถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) วันศุกร์ที่ 21 พ.ย.นี้ แฟนกีฬาการต่อสู้ชาวไทยสามารถจองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR คู่แรกเริ่มเวลา 19.30 น. และรับชมทางช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
- ช่อง 7HD กด 35 (ภาษาไทย) เริ่ม 20.30 น.
- เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เริ่ม 19.30 น.
- ยูทูบ ONE Championship (บางประเทศ) เริ่ม 19.30 น.
- Watch.ONEFC.com (บางประเทศ) เริ่ม 19.30 น.