ข่าว

“คริสเตียน ลี” ลั่นเป้าหมายชัด! กำจัดเสี้ยนหนามทุกรายให้พ้นทางรวมถึง “ยูรี ลาปิคัส”

23 ต.ค. 2020

ปี 2562 ถือเป็นปีทองสำหรับ “The Worrior” คริสเตียน ลี หลังกระชากเข็มขัดแชมป์โลก ONE รุ่นไลต์เวต และเข็มขัด ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นไลต์เวต มาครองถึงสองเส้น

ตอนนี้ถึงเวลาของเจ้าบัลลังก์จะต้องป้องกันตำแหน่งครั้งแรกกับผู้ท้าชิงอันดับหนึ่งของแรงกิง “ยูรี ลาปิคัส” ในศึก ONE: INSIDE THE MATRIX วันศุกร์ 30 ตุลาคมนี้ ที่ถิ่นฐานของตัวเอง ณ ประเทศสิงคโปร์

 

คริสเตียน ลี vs ยูรี ลาปิคัส

 

“เรากำลังจะเจอกันกลางสังเวียน และผมจะงัดประสบการณ์ทุกอย่างออกมาใช้ และคว้าชัยชนะให้ได้ในยกแรก”

คริสเตียน ลี ไม่ได้พูดอย่างเลื่อนลอย สิ่งที่การันตีฝีมือของเขานอกจากเข็มขัดแชมป์โลกสองเส้น ยังมีสถิติน็อกเอาต์ 8 ครั้ง โดย 4 ไฟต์หลังสุดเขาปิดเกมไวได้ถึง 3 ครั้ง

หนึ่งในนั้นคือศึกชิงบัลลังก์แชมป์โลกกับยอดฝีมือระดับตำนานชาวญี่ปุ่น “Tobikan Judan” ชินยะ อาโอกิ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 ที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของนักสู้หนุ่มวัย 22 ปีรายนี้ได้อย่างชัดเจน

 

คริสเตียน ลี vs ชินยะ อาโอกิ

 

ต่อมาในเดือนตุลาคม 2562 กับการแข่งขัน ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ซึ่งไม่มีชื่อของ คริสเตียน ลี ปรากฏอยู่ในนั้น แต่ปรากฏว่าในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเหลือผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ามาเพียง 2 คน คือ “Dagi” เซยิด กูเซน อาร์สลานาลิเอฟ และ “The Underground King” เอ็ดดี อัลวาเรซ โดยฝ่ายหลังขอถอนตัวเนื่องจากได้รับบาดเจ็บ คริสเตียน จึงลงแข่งในฐานะนักมวยขัดตาทัพ โดยรู้ตัวล่วงหน้าไม่ถึง 10 วัน แต่เขาสามารถดับฝัน เซยิด คว้าเข็มขัด ONE เส้นที่สองมาครอง

 

คริสเตียน ลี คว้าเข็มขัด ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ มาครอบครอง

 

“มีหลายคนพูดว่า เรายังไม่ใช่แชมป์โลกที่แท้จริง จนกว่าจะได้ป้องกันตำแหน่งของตัวเอง ซึ่งมันก็จริงอยู่นะ แต่เมื่อเราได้เข็มขัดมา ก็เท่ากับเราได้รับชัยชนะแล้ว”

“แม้ว่านี่จะเป็นการป้องกันตำแหน่งครั้งแรกของผม แต่การล้ม ‘Dagi’ ในรอบชิงชนะเลิศเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ก็เสมือนกับการป้องกันตำแหน่งไปในที เพราะ ‘Dagi’ ก็คือผู้ท้าชิงตัวท็อปของรุ่นนี้”

 

View this post on Instagram

#ANDNEW

A post shared by Christian Lee (@christianleemma) on

 

ด้าน ยูรี ลาปิคัส ผู้ท้าชิงรายล่าสุด ซึ่งรั้งอันดับหนึ่งของแรงกิง ONE รุ่นไลต์เวต เขาเหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับการขึ้นชิงบัลลังก์ครั้งนี้ ด้วยสถิติไร้พ่าย 14 ไฟต์

ศึกแรกหลังเซ็นสัญญาร่วมชายคา วัน แชมเปียนชิพ ยูรี เผชิญหน้านักสู้ผู้บุกเบิกศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสมในประเทศไทย “OneShin” ชนนภัทร วิรัชชัย ก่อนปิดเกมยกสุดท้ายด้วยชัยชนะแบบซับมิชชันในเดือนพฤษภาคม 2562

จากนั้นก็ขึ้นสังเวียนฟาดฟันกับอดีตแชมป์โลก ONE รุ่นเฟเธอร์เวต “Cobra” มารัต กาฟูรอฟ ก่อนจะปิดเกมไปแบบโลกตะลึงด้วยเวลาเพียง 67 วินาที ด้วยการซับมิชชันล็อกคอ rear-naked choke เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และส่งให้เขาขึ้นรั้งเบอร์หนึ่งของแรงกิงในทันที

 

Christian Lee at ONE CENTURY

 

คริสเตียน เฝ้ามองการเดินทางของ ยูรี และหมายตาคู่แข่งรายนี้ไว้อยู่แล้ว

“กับ ยูรี ลาปิคัส ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่รู้ว่าเขาจะเป็นคู่แข่งคนแรกในการกลับมาขึ้นสังเวียนของผมในปีนี้ เขาโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นจนครองอันดับหนึ่งในบรรดาผู้ท้าชิง ผมต้องให้เครดิตเขา และคิดว่าเขาจะเป็นคู่ต่อกรที่คู่ควรกับผมที่สุดในนาทีนี้”

“นี่เป็นโอกาสครั้งแรกในการท้าชิงแชมป์โลกของเขา ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ เมื่อเขาก้าวเข้ามาในสังเวียนกับผม เขาจะต้องใส่เต็มเหนี่ยว และพยายามหาทางโค่นผมแน่นอนอยู่แล้ว ศึกนี้น่าจะเป็นการห้ำหั่นกันตั้งแต่ต้นยก และเราจะได้เห็นว่าใครเหนือกว่ากัน”

 

View this post on Instagram

Day 1 of fight camp! Fight news coming soon!!

A post shared by Christian Lee (@christianleemma) on

 

แม้จะร้างสังเวียนไปนานเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่แฟนๆ มั่นใจได้เลยว่าจะได้เห็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดอีกครั้งของบรรดานักสู้ทั้ง 12 ชีวิตในศึกนี้

ที่สำคัญ ONE: INSIDE THE MATRIX ยังมีการชิงเข็มขัดแชมป์โลกถึง 4 เส้นในรายการเดียว และนับเป็น “ศึกแห่งปี” ของ วัน แชมเปียนชิพ ด้วย

 

 

“มันเป็นศึกที่ยิ่งใหญ่มาก และเชื่อว่าจะเป็นรายการที่มีคนดูมากที่สุดในปีนี้ของ วัน แชมเปียนชิพ ผมรู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานช้างระดับนี้ และยินดีที่จะได้ทำหน้าที่ของตัวเองอีกครั้ง”

“ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องเข็มขัด หรือจะทำให้ใครๆ พอใจ ผมจะมีสมาธิอยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และจะเข้าหาเขาให้เร็วที่สุด การคว้าเข็มขัดมาได้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่หลังจากนั้นผมจะต้องกำจัดผู้ท้าชิงทุกคนออกไปให้พ้นทาง”

 

ช่องทางการรับชมศึก ONE: INSIDE THE MATRIX 30 ต.ค.63

  • ONE Super App เวลา 19.30 น.
  • YouTube เวลา 19.30 น.
  • AIS Play เวลา 19.30 น.
  • ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เวลา 21.30 น.

 

อ่านเพิ่มเติม: