ฟอร์มกำลังพีก! “ก้องศึก” พกอาวุธครบมือสยบ “รุสลัน ตุกตารอฟ” ลุ้นสถิติไร้พ่ายตลอดปี ศึก The Inner Circle 34
“ก้องศึก ศิษย์สารวัตรเสือ” มวยฟอร์มแรง วัย 26 ปี จากเมืองย่าโมโคราช พกความมั่นใจมาเต็มร้อย เล็งทุบ “รุสลัน ตุกตารอฟ” นักสู้หมัดดุวัยเดียวกันจากรัสเซีย เพื่อสานต่อสถิติยังไม่แพ้ใครในปีนี้เป็นไฟต์ที่ 4 โดยทั้งคู่จะสู้กันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ในรายการ The Inner Circle 34 วันศุกร์ที่ 9 ต.ค. 69 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.
ก้องศึก จากค่าตัว 300 บาท สู่แชมป์มวยไทย 5 เส้น
“ก้องศึก” หรือ “สิทธิโชค แก้วสง่า” ชื่อเล่น “ก้อง” เกิดที่จังหวัดนครราชสีมา เริ่มต้นเส้นทางบนสังเวียนตั้งแต่อายุ 10 ขวบ โดยมีคุณพ่อทำหน้าที่เป็นครูมวย ฝึกซ้อมให้ที่บ้าน ขณะที่คุณตาเป็นผู้จัดการแข่งขันมวย
ก้องศึก ขึ้นชกครั้งแรกด้วยค่าตัวเพียง 300 บาท ก่อนจะหลงใหลในกีฬามวยและเดินหน้าสั่งสมประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง กระทั่งอายุ 13 ปี จึงได้รับโอกาสเข้ามาพิสูจน์ฝีมือบนเวทีในกรุงเทพฯ
เมื่ออายุ 16 ปี เขาตัดสินใจย้ายเข้าสังกัดค่ายศิษย์สารวัตรเสือ และฉายแววเก่งเกินวัยด้วยสไตล์การชกแบบมวยฝีมือ ออกอาวุธครบเครื่อง เป็นที่ประทับใจของแฟนมวย โดยกวาดเข็มขัดแชมป์ได้ถึง 5 เส้น ไล่ตั้งแต่แชมป์เวทีลุมพินี รุ่น 112 และ 118 ป., แชมป์ประเทศไทย รุ่น 115 และ 118 ป. และแชมป์ช่อง 7 สี รุ่น 135 ป.
หลังจากนั้น “ก้องศึก” มีอาการเจ็บบริเวณแผ่นหลัง บวกกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด ส่งผลให้เจ้าตัวหายหน้าจากสังเวียนไปพักใหญ่ ก่อนได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ที่เคารพให้ย้ายไปฝึกซ้อมอยู่ที่ค่ายแฟร์เท็กซ์ ในเมืองพัทยา ซึ่งทำให้เขาต่อยอดเส้นทางในอาชีพไปได้ไกล รวมถึงถูกเสนอตัวขึ้นชกในศึก ONE ลุมพินี
อย่างไรก็ตาม ช่วงหนึ่ง “ก้องศึก” รู้สึกว่าตัวเองทำผลงานได้ไม่คงเส้นคงวา จึงตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านเก่าที่คุ้นเคยอย่างค่ายศิษย์สารวัตรเสือ และตั้งหลักปั้นฟอร์มขึ้นมาใหม่ ล่าสุดถอนแค้นชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ “เด็ดดวงเล็ก ทอฝันฟาร์ม” ในศึก ONE ลุมพินี 167 เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา บวกสถิติหรูชนะต่อเนื่องเป็นไฟต์ที่ 3 ในปี 2569 ช่วยเรียกความฮึกเหิมกลับมาเต็มที่
“การชนะ 3 ไฟต์ติดช่วยให้ผมมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นมาก หลังจากก่อนหน้านี้ฟอร์มยังไม่นิ่ง ปีนี้ผมตั้งใจกลับมาแก้ไขข้อผิดพลาดของตัวเอง เมื่อได้กลับมาอยู่ค่ายศิษย์สารวัตรเสือก็มีสมาธิกับการฝึกซ้อมมากขึ้น และได้ทีมเทรนเนอร์ช่วยดูแลอย่างดี ทำให้ผมนำบทเรียนที่ผ่านมาไปปรับใช้ จนกลับมาทำผลงานได้ดี”
“ถ้าเทียบกับปี 2567 ที่ผมเคยชนะ 3 ไฟต์รวดเหมือนกัน ครั้งนี้ตัวเองมีความสม่ำเสมอมากกว่า ตอนนั้นผลงานกำลังดี แต่พอแพ้ เมืองไทย (พีเค.แสนชัย) ทำให้ฟอร์มหลุดไป รอบนี้ผมเอาสิ่งที่เคยพลาดมาเป็นบทเรียน ชกให้มีสติมากขึ้น และไม่ประมาท เพื่อไม่กลับไปเจอปัญหาเดิมอีกครับ”
ก้องศึก มั่นใจอาวุธครบเครื่องข่ม รุสลัน
นับตั้งแต่เปิดตัวใน ONE ครั้งแรกเมื่อช่วงกลางปี 2566 “ก้องศึก” พัฒนาฝีมือขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถปรับรูปแบบการชกให้มีความหลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับคู่ชกในแต่ละไฟต์ ส่งผลให้เก็บชัยชนะได้ถึง 9 จาก 13 ไฟต์ที่ขึ้นชกบนสังเวียนแห่งนี้ พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาทไปครองได้ 2 ครั้ง
อีกจุดที่น่าสนใจคือจากการเผชิญหน้านักชกต่างชาติทั้ง 3 ไฟต์ใน ONE “ก้องศึก” ยังไม่เคยแพ้เลย งานนี้เจ้าตัวจึงไม่หวั่นที่ต้องดวลมวยหมัดอันตรายอย่าง “รุสลัน” โดยมั่นใจในกระดูกมวยและการเตรียมแผนรับมือมาเป็นอย่างดีว่าจะช่วยให้เก็บชัย 4 ไฟต์ติดได้แน่

“นอกจากหมัดที่น่ากลัว รุสลัน ยังมีศอกกลับหรือลูกเตะกลับหลังที่ต้องระวัง เพราะเขาพร้อมออกได้ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือผมต้องมีสติ ไม่ประมาท และระวังลูกพลิกแพลงของเขาให้ดี ส่วนเรื่องช่วงชกที่เขาได้เปรียบ ผมไม่กังวลครับ เพราะเตรียมแผนรับมือไว้แล้ว”
“จากที่ผมดูไฟต์ที่ รุสลัน แพ้ให้กับ มงคลเดชเล็ก (พ.พิมพ์อร) เขายังมีปัญหาเรื่องความแข็งแรง และป้องกันอาวุธเข่าได้ไม่ดี ยกแรกยังดูสูสี แต่เมื่อ มงคลเดชเล็ก เดินกดดันหนักขึ้น เขาก็ทำอะไรได้ไม่ถนัด ผมเลยคิดว่าจะใช้แผนเล่นวงในและเดินกดดันต่อเนื่อง อาวุธผมก็มีครบเครื่อง น่าจะสู้กันได้สนุกครับ”

ก้องศึก วิเคราะห์เกม เล็งถึงน็อก รุสลัน
หากพูดถึงสไตล์การชกของทั้งคู่ถือว่ามีความแตกต่างกันชัดเจน โดย “ก้องศึก” ได้เปรียบด้านพื้นฐานมวยไทยและอาวุธครบเครื่อง ขณะที่ “รุสลัน” ขึ้นชื่อเรื่องพลังหมัดดุดันตามแบบฉบับนักชกจากแดนหมีขาว ส่วนอาวุธมวยไทยอื่น ๆ ยังไม่อันตรายจนน่ากังวล ซึ่งนั่นทำให้ “ก้องศึก” รู้สึกมั่นใจเป็นพิเศษว่าจะสามารถสู้ได้ โดยมองถึงขั้นปิดเกมทันทีหากจังหวะบนเวทีเป็นใจ
“สไตล์การชกเราต่างกัน รุสลัน น่าจะมาเน้นหมัดชุด แต่ผมไม่กังวล เพราะศึกษามาแล้วว่าต้องระวังอะไร และวางแผนรับมือไว้หมดแล้ว ผมมีลูกเตะเป็นทีเด็ด และเป็นมวยที่เดินเตะ จับปล้ำได้ครบเครื่องกว่า ถ้ามีจังหวะดี ๆ ผมเชื่อว่าน็อกเขาได้แน่”
ก้องศึก ตั้งเป้าไร้พ่ายตลอดปี 2569
แม้ฟอร์มกำลังสด แต่ “ก้องศึก” ยังถ่อมตัวไม่ขอคิดถึงเรื่องคว้าสัญญา ONE โดยเตรียมโฟกัสทำภารกิจทุบ “รุสลัน” เก็บชัยต่อเนื่องเป็นไฟต์ที่ 4 ให้ได้เป็นลำดับแรก เพื่อลุ้นทำสถิติไม่แพ้ใครตลอดปีนี้
“หากชนะ รุสลัน ได้ ก็แสดงให้เห็นว่าผมสามารถทำฟอร์มสม่ำเสมอ ส่วนเรื่องสัญญา ONE ผมยังมองว่าอีกไกล ตอนนี้ขอโฟกัสกับการเก็บชัยชนะและเจอคู่ชกที่เก่งขึ้นเรื่อย ๆ และการชนะ 4 ไฟต์ติดกันถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญที่ผมต้องทำให้ได้ครับ”
“ช่วงนี้กระแสแฟนมวยดีขึ้นมาก หลายคนบอกว่าผมออกอาวุธดีขึ้น ชกสนุกขึ้น ไม่ได้ชกเพื่อเอาชนะอย่างเดียว ผมดีใจที่ทุกคนชอบผมในเวอร์ชันนี้ คำชมเหล่านี้เป็นกำลังใจสำคัญ ทำให้ผมอยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิมในทุกวันครับ”
ติดตาม “ก้องศึก vs รุสลัน” วันศุกร์ที่ 9 ต.ค. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 34 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle