เคยลงนวมกันมาก่อน! “ก้องไกล” รู้จุดอ่อน “เคนดู” ท้องบางโดนไม่ได้
“ก้องไกล ส.สมหมาย” ยอดมวยขาลุยจากพิษณุโลก กลับมาพร้อมความมั่นใจเต็มถัง ขอสานต่อฟอร์มแรงด้วยการฝ่าด่าน “เคนดู เออร์วิง” คู่ชกหน่วยก้านดีจากสหรัฐอเมริกา เพื่อเก็บชัยชนะติดต่อกันเป็นไฟต์ที่ 2 ในการสู้กันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) โดยจะขึ้นเป็นคู่รองของศึก ONE ลุมพินี 135 ที่จะถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก ในวันศุกร์ที่ 28 พ.ย. นี้ เริ่มคู่แรก 19.30 น.
ไฟต์ล่าสุดในศึก ONE ลุมพินี 122 เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา “ก้องไกล” ถูกประกบให้มาเปิดศึกกู้ศรัทธากับอดีตคู่ซ้อม “เฟอร์รารี แฟร์เท็กซ์” ซึ่งแม้เกมการชกในช่วง 2 ยกแรก “ก้องไกล” จะดูตกเป็นรองอยู่เล็กน้อย แต่ในยกสุดท้ายเขาก็สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาชนะน็อก “เฟอร์รารี” ได้สำเร็จจากการยิงหมัดซ้ายสุดเฉียบคม
การน็อกเอาต์ยอดมวยผู้เคยผ่านสังเวียน ONE (ใหญ่) มาก่อนอย่าง “เฟอร์รารี” ทำให้ “ก้องไกล” เริ่มกลับมาเชื่อมั่นในตัวเองอีกครั้ง หลังจากที่เคยถูกแฟนมวยวิจารณ์อย่างหนักเรื่องฟอร์มที่ตกลงไป
“ไฟต์ล่าสุดผมตั้งใจมาเดินบู๊ตั้งแต่ยกแรก แต่ เฟอร์รารี ใช้เชิงฝีมือคอยดักเตะสวนและฉีกออกข้างจนทำให้ผมไม่มีจังหวะเข้าทำเท่าไหร่ พอเข้ายกสุดท้ายผมเลยตัดสินใจออกมาเดินลุยเต็มที่ หวังกดนับกดน็อกให้ได้เพื่อพลิกเกม จนมาได้จังหวะกดฮุกซ้ายเข้ากราม เฟอร์รารี เต็ม ๆ ซึ่งผมรู้เลยว่าเขาลุกไม่ขึ้นแน่ ๆ เพราะมันโดนจุดโฟกัสเลยครับ”
“ที่เห็นผมดีใจสุด ๆ ตอนอยู่บนเวทีเพราะผมรู้สึกว่าได้ปลดล็อกตัวเอง เนื่องจากไฟต์ก่อนหน้าที่ผมแพ้ แอนตาร์ (คาเซม) มีคนดูถูกผมเยอะว่าเอาดีในรายการนี้ไม่ได้แล้ว พอกลับมาเอาชนะได้อีกครั้งผมเลยรู้สึกคลายความกดดันทุกอย่าง ซึ่งก็ต้องให้เครดิตค่ายพีเค.แสนชัยด้วยที่ช่วยฝึกให้ผมกลายเป็นมวยที่ทนและอึดขึ้นเยอะ”
ก้องไกล มองทะลุจุดอ่อนคู่ซ้อมเก่า เคนดู
กลับมาครั้งนี้ “ก้องไกล” จะต้องโคจรมาพบกับ “เคนดู” คู่ชกหน้าคุ้นอีกครั้ง เพราะทั้งคู่เคยร่วมซ้อมด้วยกันมาก่อนในช่วงที่ “ก้องไกล” ย้ายไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ค่ายแฟร์เท็กซ์ ซึ่งทำให้ “ก้องไกล” ยังคงจดจำจุดอ่อนสำคัญของคู่ต่อสู้ชาวอเมริกันได้อย่างแม่นยำ
“ผมเคยซ้อมกับ เคนดู มาก่อน เขาเป็นมวยที่หน่วยก้านดีและมีความตั้งใจสูง สเตปการออกอาวุธ เขาคล้ายนักมวยคนไทยเลย แต่จุดอ่อนที่เห็นจากตอนลงนวมด้วยกันมาคืออาวุธไม่ค่อยหนักและทนอาวุธไม่ค่อยได้ครับ โดยเฉพาะบริเวณลำตัวที่โดนแล้วมีอาการให้เห็นตลอด”
“ไฟต์ล่าสุดที่เขาแพ้ ไทสัน (แฮร์ริสัน) ยิ่งเห็นได้ชัดเลยว่าเขาแพ้ลูกหนัก ไฟต์นี้ผมเลยเตรียมอาวุธมวยไทยหนัก ๆ ทั้ง หมัด เท้า เข่า ศอก มาครบทุกลูกครับ ตั้งใจจะเดินเข้าหาเหมือนไฟต์ที่แล้วเพื่อลดข้อเสียเปรียบเรื่องช่วงชก มั่นใจว่าผมทนอาวุธเขาได้แน่ แต่เขาจะทนอาวุธผมได้ไหมต้องไปรอดูบนเวทีครับ”
การที่ “เคนดู” กำลังตกอยู่ในสถานการณ์กดดันหลังหาชัยชนะไม่เจอมา 2 ไฟต์ติด ทำให้ “ก้องไกล” สามารถคาดการณ์รูปเกมในไฟต์นี้ได้ไม่ยาก โดยมั่นใจว่าจะสามารถคว้าชัยติดต่อกันเป็นไฟต์ที่ 2 เพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนก้าวสู่ศักราชใหม่
“ผมเชื่อว่า เคนดู น่าจะชกสไตล์มวยฝีมือ เน้นดักเตะกินคะแนนคล้ายกับที่ เฟอร์รารี ทำในไฟต์ล่าสุด เพราะเขาแพ้มา 2 ไฟต์ติดคงมีความกดดันและไม่กล้าเสี่ยงยืนแลกกับผมแน่นอน แต่ครั้งนี้ผมจะไม่เดินให้โดนดักเตะแบบเดิมอีกแล้ว รับรองว่าป้องกันตัวดีกว่าไฟต์ที่แล้วครับ”
“ไฟต์นี้ผมอยากจะโชว์ให้ทุกคนเห็น ก้องไกล เวอร์ชันค่ายพีเค.แสนชัย ที่ชกด้วยความมั่นใจและมีใจปิดเกมมากขึ้น สภาพร่างกายผมพร้อมมาก เป้าหมายหลักของผมคือคว้าชัยเป็นไฟต์ที่ 2 ติดต่อกันให้ได้เพื่อส่งท้ายปีนี้ให้ได้สวย ๆ ครับ”
ติดตาม “ก้องไกล vs เคนดู” ศึก ONE ลุมพินี 135 ถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) วันศุกร์ที่ 28 พ.ย.นี้ แฟนกีฬาการต่อสู้ชาวไทยสามารถจองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR คู่แรกเริ่มเวลา 19.30 น. และรับชมทางช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
- ช่อง 7HD กด 35 (ภาษาไทย) เริ่ม 20.30 น.
- เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เริ่ม 19.30 น.
- ยูทูบ ONE Championship (บางประเทศ) เริ่ม 19.30 น.
- Watch.ONEFC.com (บางประเทศ) เริ่ม 19.30 น.