ด่านแกร่งที่ต้องฝ่า! “ขุนพลน้อย” อาสาหยุดไร้พ่าย “รุสตัม” พิสูจน์ตัวคู่ควรลุ้นสัญญา
“ขุนพลน้อย ส.สมหมาย” มวยครบเครื่อง วัย 33 ปี จากนครศรีธรรมราช พร้อมเดินหน้าพิสูจน์ฝีมือว่ามีศักยภาพที่จะลุ้นคว้าสัญญา ONE มาครองด้วยการเอาชนะ “รุสตัม ยูนูซอฟ” ดาวรุ่งไร้พ่าย วัย 18 ปี จากรัสเซีย ในการสู้กันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ขึ้นป้ายคู่เอกภาคอินเตอร์ของศึก ONE ลุมพินี 139 ที่จะถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก ในวันศุกร์ที่ 23 ม.ค. นี้ เริ่มคู่แรก 18.30 น.
“ขุนพลน้อย” คือหนึ่งในนักชกไทยที่โชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงมากที่สุดคนหนึ่งบนเวที ONE ลุมพินี จากผลงานการเก็บชัยชนะต่อเนื่อง 6 ไฟต์ โดยเฉพาะใน 4 ไฟต์หลังที่เป็นการคว้าชัยเหนือนักชกต่างชาติทั้งหมด ปัจจุบันเป็นเจ้าของสถิติชนะ 8 จากทั้งหมด 10 ไฟต์ บนเวทีนี้ทำให้เจ้าตัวมีความมั่นใจเต็มพิกัดก่อนออกล่าความสำเร็จต่อไป
“ผมรู้สึกภูมิใจในตัวเองมากที่สามารถเก็บชัยชนะติดต่อกันได้ถึง 6 ไฟต์ ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะมาไกลได้ถึงขนาดนี้ เพราะช่วงแรกที่เข้ามาชก ฟอร์มยังขึ้น ๆ ลง ๆ จนแอบคิดเหมือนกันว่าจะไปรอดในรายการนี้ไหม แต่พอได้โอกาสขึ้นชกต่อเนื่อง ทำให้เริ่มคุ้นกับเวทีและนวมเล็กมากขึ้น ยิ่งชกก็ยิ่งมั่นใจ ผลงานก็เลยดีขึ้นเรื่อย ๆ ครับ”
“สำหรับผลงานไร้พ่ายตลอดปีที่ผ่านมา ผมขอยกเครดิตให้กับค่ายมวย ส.เสกสรร ของตัวเอง การได้เก็บตัวซ้อมอยู่ที่บ้าน ใกล้ชิดครอบครัว มีเทรนเนอร์ที่เข้าใจกัน รวมถึงคุณพ่อที่ช่วยล่อเป้าให้ ทำให้ผมมีความสุขกับการซ้อมในทุกวัน แม้จะเป็นค่ายเล็ก ๆ แต่ผมนำวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วยเสริม โดยเฉพาะการเวตเทรนนิงที่ให้ความสำคัญมาก เพราะการชกใน ONE ลุมพินี ความแข็งแกร่งของร่างกายถือว่าสำคัญไม่แพ้อาวุธมวยเลยครับ”
ไฟต์แรกของปีนี้ “ขุนพลน้อย” จะต้องโคจรมาปะทะกับด่านอันตรายอย่าง “รุสตัม” ผู้ไม่เคยแพ้ใครตลอดการชกมวยไทยระดับอาชีพ และเก็บชัยชนะเหนือนักชกไทยและต่างชาติบนเวที ONE ลุมพินี มาแล้วถึง 6 ไฟต์รวด โดยผลงานล่าสุดคือการกดน็อกยกแรก “เพชรสุขุมวิท ต้อมทุ่งใหญ่” ในศึก ONE ลุมพินี 131 เมื่อเดือน ต.ค. 68

ขุนพลน้อย กางตำราปราบไร้พ่าย รุสตัม
แม้จะต้องเผชิญหน้ากับนักชกแดนหมีขาวครั้งแรกในชีวิต แถมยังอายุมากกว่าถึง 15 ปี แต่ “ขุนพลน้อย” ที่เตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดีขอการันตีว่าไม่มีปัญหา พร้อมเดินหน้าบุกแบบจัดเต็มเพื่อแสดงให้โลกเห็นว่าดาวรุ่งไร้พ่ายรายนี้ก็มีจุดอ่อนเช่นกัน
“รุสตัม เป็นมวยที่ครบเครื่องมาก จะเดินบู๊หรือเล่นฝีมือก็ทำได้หมด เขาน่าจะเป็นคู่ชกที่มีความคล่องแคล่วว่องไวที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา อาวุธอันตรายทุกอย่าง โดยเฉพาะหมัดที่ทั้งเร็วและคม ส่วนจุดอ่อนของเขา ผมยังมองไม่ออกเลย เพราะทุกไฟต์ในรายการนี้เขาชนะขาดลอย ผมยังไม่เห็นใครสู้กับเขาได้สูสีจริง ๆ สักคน”
“ไฟต์นี้ผมมองว่าทางเดียวที่จะชนะได้ คือผมต้องเดินบี้ให้ถึงตัวรุสตัม ถ้าปล่อยให้เขาที่เร็วกว่าเป็นฝ่ายคุมเกม เขาจะเตะต่อยเก็บคะแนนไปเรื่อย ๆ เหมือนทุกไฟต์ที่ผ่านมา ดังนั้นผมถอยไม่ได้ ต้องเดินกดดันให้สุด บีบให้เขาถอย และพาเกมเข้าไประยะประชิดให้ได้ เพื่อตัดจังหวะอาวุธของเขา”
“นอกจากนี้ ผมยังซ้อมความทนทานมาเป็นพิเศษ มั่นใจว่าถ้าไม่โดนจุดโฟกัสก็ไม่ร่วงแน่นอน และเตรียมแข้งซ้ายมาหนักเหมือนเดิม ถ้าเขาจะเดินเข้าหาก็ต้องรับแข้งผมเยอะหน่อย รวมถึงยังเตรียมศอกสั้นกับหมัดฮุกไว้ใช้ในเกมระยะประชิดด้วย อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเขาโดนบี้หนัก ๆ แล้วจะแก้เกมยังไง และจะทนอาวุธของผมได้แค่ไหน เพราะที่ผ่านมาเขายังไม่เคยเจอใครเดินติดตัวหรือโดนจัง ๆ ครับ”
มุ่งมั่นตามรอยพี่ชาย เสกสรร สู่ระดับโลก
การถูกประกบให้มาพบกับมวยฟอร์มร้อนเช่นกันอย่าง “รุสตัม” ทำให้ “ขุนพลน้อย” มองว่าไฟต์นี้คือโอกาสครั้งสำคัญที่เขาจะต้องฉายแสงออกมาด้วยการขึ้นแท่นเป็นคนแรกที่เอาชนะ “รุสตัม” ให้ได้ในการชกระดับอาชีพ ซึ่งจะถือเป็นบทพิสูจน์ชั้นดีที่แสดงให้ทุกคนเห็นว่าตนก็มีดีพอที่จะคว้าสัญญา ONE ตามรอยพี่ชายแท้ ๆ อย่าง “เสกสรร อ.ขวัญเมือง” ก้าวขึ้นไปโลดแล่นบนเวทีระดับโลก
“รูปเกมไฟต์นี้เดือดแน่นอน ผมคิดว่าเขาน่าจะเปิดเกมเข้าหาผมก่อน และอยากปิดเกมให้เร็วเพื่อโอกาสลุ้นสัญญา ONE ส่วนผมยกแรกจะยังไม่รีบลุย จะยืนคุมเชิงดูแผนกับอาวุธของเขาก่อน แต่ก็จะไม่ถอยจนเป็นรอง พอจับทางได้แล้ว ตั้งแต่ปลายยกแรกไปจนถึงยกสองยกสาม ผมจะเดินลุยเต็มที่ตามแผนที่เตรียมมาแน่นอนครับ”

“ไฟต์นี้สำคัญกับผมมาก เป็นงานยากที่ผมต้องผ่านให้ได้ ถ้าผมเอาชนะรุสตัมได้ มันจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าผมมีศักยภาพมากพอที่จะลุ้นคว้าสัญญา ONE และเดินตามรอยพี่เสกสรรไปสู่เวทีระดับโลกครับ”
ติดตาม “ขุนพลน้อย vs รุสตัม” ศึก ONE ลุมพินี 139 ถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) วันศุกร์ที่ 23 ม.ค. นี้ แฟนกีฬาการต่อสู้ชาวไทยสามารถจองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR คู่แรกเริ่มเวลา 18.30 น. และรับชมทางช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
- ช่อง 7HD กด 35 (ภาษาไทย) เริ่ม 20.30 น.
- เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เริ่ม 18.30 น.
- ยูทูบ ONE Championship (บางประเทศ) เริ่ม 18.30 น.
- Watch.ONEFC.com (บางประเทศ) เริ่ม 18.30 น.