เดือดไม่แพ้ภาคแรก! “โจนาธาน ดิ เบลลา” ลั่นย้ำแค้น “จาง เป่ยเหมียน” รั้งบัลลังก์คิกบ็อกซิง ใน The Inner Circle 22
“โจนาธาน ดิ เบลลา” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) วัย 29 ปี สัญชาติอิตาลี-แคนาดา มั่นใจมาแกร่งกว่าเดิม พร้อมย้ำชัย “จาง เป่ยเหมียน” ผู้ท้าชิงคนเดิม วัย 22 ปี จากจีน ไม่ยอมปล่อยเข็มขัดง่าย ๆ ขึ้นป้ายคู่เอกของรายการ The Inner Circle 22 ที่จะจัดขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) วันศุกร์ที่ 17 ก.ค. 69 ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.
“ดิ เบลลา” ขึ้นสู่จุดสูงสุดในอาชีพตั้งแต่ไฟต์เปิดตัวใน ONE เมื่อเอาชนะคะแนน “จาง เป่ยเหมียน” ในศึก ONE 162: จาง vs โจนาธาน เมื่อเดือน ต.ค. 65 พร้อมได้ครองแชมป์โลกทันที หลังผ่านไปเกือบ 4 ปี ทั้งคู่โคจรมาเจอกันอีกครั้ง ซึ่ง “ดิ เบลลา” รับประกันเกมการต่อสู้ครั้งนี้สนุกถึงใจแฟนมวยไม่แพ้ภาคแรกแน่นอน
“นี่คือไฟต์ที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะ จาง เป่ยเหมียน มีสไตล์การชกเร้าใจ และสร้างความสนุกให้แฟนมวยได้เสมอ นี่จะเป็นอีกหนึ่งไฟต์ที่ทุกคนรอชม ภาคแรกดุเดือดแค่ไหน ภาคนี้ก็จะเดือดไม่แพ้กัน”
“ผมไม่ได้แปลกใจที่ จาง เป่ยเหมียน ได้ขึ้นมาชิงแชมป์อีกครั้ง เพราะเขากำลังฟอร์มแรง ชนะมาสองไฟต์รวด และเท่าที่ผมเห็น ในรุ่นนี้น่าจะมีแค่เขาคนเดียวที่มีสถิติดีแบบนี้ เขาจึงเป็นผู้ท้าชิงที่เหมาะสมครับ”
ดิ เบลลา มั่นใจฝีมือพัฒนาขึ้นกว่าเดิม
หลังชนะ “จาง เป่ยเหมียน” ในการเจอกันภาคแรก “ดิ เบลลา” เก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่อเนื่อง ผ่านการดวลฝีมือกับสุดยอดนักชกอย่าง “พระจันทร์ฉาย ป๋องสุพรรณ พีเค.” แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต และคู่ชกระดับตำนานอย่าง “สามเอ ไก่อย่างห้าดาว” ส่งผลให้เจ้าตัวยิ่งมั่นใจมากขึ้นเมื่อต้องดวลกับคู่ชกจากแดนมังกรอีกครั้ง
“ตอนที่เราเจอกันครั้งแรก จาง เป่ยเหมียน เพิ่งอายุ 19 ปี ส่วนผมอายุ 26 ปี เขาคือหนึ่งในตัวเต็งที่จะก้าวขึ้นมาเป็นดาวดวงใหม่ของวงการ แต่สุดท้ายเขามาแพ้ให้กับผม ทำให้เส้นทางของเขาต้องสะดุดไปช่วงหนึ่ง”
“ผมเชื่อว่าเขาคงอยากกลับมาแก้มือเต็มที่ ตอนนี้เขามีประสบการณ์มากขึ้น และชกด้วยความนิ่งกว่าเดิม แม้รูปเกมน่าจะยังดุเดือดเหมือนครั้งแรก แต่ด้วยหลายอย่างที่เปลี่ยนไป ผมเชื่อว่าไฟต์นี้จะออกมาแตกต่างจากเดิมแน่นอน”
“หลังจากไฟต์นั้น ผมปรับเรื่องโภชนาการและการดูแลร่างกายอย่างจริงจัง ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นมาก นอกจากนี้ การได้เจอกับนักชกระดับแชมป์โลกยังช่วยเพิ่มประสบการณ์ ทำให้ผมเข้าใจเกมการต่อสู้และการแก้เกมบนเวทีได้ดีขึ้นครับ”
ดิ เบลลา เชื่อดวลภาคสอง จาง เป่ยเหมียน คือสงคราม
กลับมาครั้งนี้ “ดิ เบลลา” พร้อมโชว์ผลงานสุดฝีมือเพื่อรั้งเข็มขัดสุดหวงเอาไว้ให้ได้ โดยไม่หวั่นต้องเจอกับ “จาง เป่ยเหมียน” ที่ฟอร์มกำลังสดเก็บชัยรวดใน 2 ไฟต์หลังที่พบกับ “ทองพูน พีเค.แสนชัย” และ “เอลลิส บาดร์ บาร์โบซา” จากสหราชอาณาจักรตามลำดับ
“ไฟต์นี้คือการเจอกันของนักชกสองคนที่ต่างพัฒนาตัวเองขึ้นมาอยู่ในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิม ผมเชื่อว่าเราจะแลกอาวุธกันอย่างเข้มข้นตลอดทั้ง 5 ยก และจะเป็นสงครามบนเวทีที่ไม่มีใครยอมใครแน่นอน”
“ผมไม่แน่ใจว่าจะปิดเกมเขาได้ไหม และเขาเองก็ยังไม่เคยโดนน็อกมาก่อน แต่สิ่งที่ผมบอกได้คือ ไฟต์นี้จะต้องสนุกแน่นอน เพราะเราต่างเป็นนักชกที่พร้อมปิดเกม บนเวทีอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้”

ดิ เบลลา ล็อกเป้าหมายขึ้นแท่นแชมป์โลก 2 รุ่น
นอกจากนี้ “ดิ เบลลา” ยังได้เผยถึงเป้าหมายต่อไปว่า พร้อมขยับขึ้นไปท้าชิงบัลลังก์ ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวตจาก “ซุปเปอร์เล็ก ซุปเปอร์เล็กมวยไทย” เชื่อจะเป็นบิ๊กไฟต์ที่ทั่วโลกเฝ้ารอชม และหากตนชนะจะยิ่งตอกย้ำความเป็นใหญ่ในวงการคิกบ็อกซิงระดับโลก
“แม้ว่าผมจะเอาชนะยอดฝีมือหลายคนในรุ่นนี้มาแล้ว แต่ครั้งนี้ผมยังต้องพิสูจน์ตัวเอง ไม่ใช่แค่เพื่อให้คนอื่นยอมรับ แต่เพื่อยืนยันกับตัวเองว่าผมยังคู่ควรกับการอยู่บนจุดสูงสุด”
“เป้าหมายต่อไป ผมอยากขยับขึ้นไปเป็นแชมป์โลก 2 รุ่น และเจอกับ ซุปเปอร์เล็ก ซึ่งน่าจะเป็นซูเปอร์ไฟต์ที่ทุกคนอยากเห็น การได้ครองเข็มขัด 2 เส้น ย่อมดีกว่าเส้นเดียวอยู่แล้วครับ”
ติดตาม “โจนาธาน vs เป่ยเหมียน 2” วันศุกร์ที่ 17 ก.ค. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 22 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle