จัดเต็มทุกอาวุธ! “ดวงดาวน้อย” เล็งโค่นแชมป์ยุโรป “อลีน เซย์เบิร์ท” ล่าสัญญา ONE ศึก The Inner Circle 33
“ดวงดาวน้อย ลูกทรายกองดิน” นักชกสาวขาลุย ลับอาวุธมาครบมือพร้อมจัดหนัก “อลีน เซย์เบิร์ท” มวยสาวหน้าใหม่ในรายการจากสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อสานต่อชัยชนะ 4 ไฟต์รวด พร้อมลุ้นคว้าสัญญา ONE โดยทั้งคู่จะสู้กันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) ในรายการ The Inner Circle 33 วันศุกร์ที่ 2 ต.ค. นี้ ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา)ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.
ประวัติ ดวงดาวน้อย จากค่ายมวยในบ้านสู่เวทีพลิกอนาคต
“ดวงดาวน้อย” เติบโตมากับบรรยากาศของค่ายมวย “ลูกทรายกองดิน” ที่ก่อตั้งโดยครอบครัวของเธอเอง เจ้าตัวฝึกมวยไทยตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และขึ้นชกครั้งแรกในวัย 7 ขวบ โดย 3 ไฟต์แรกบนเส้นทางนักมวยจบลงด้วยความพ่ายแพ้ทั้งหมด แต่ด้วยวัยเด็กและมุมมองที่ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องแพ้ชนะมากนัก เธอยังคงเดินหน้าชกต่อ เพราะรายได้จากการขึ้นเวทีช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว
หลังจากนั้น “ดวงดาวน้อย” เดินหน้าสั่งสมประสบการณ์บนเวทีภูธรและราชดำเนิน ก่อนต้องหยุดชกมวยไปราว 2 ปีในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เพื่อกลับไปเรียนมหาวิทยาลัย ก่อนกลับคืนสู่สังเวียนอีกครั้งด้วยการเข้าร่วมการแข่งขัน Road To ONE Thailand ซีซัน 1 เมื่อปี 2565
อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านการแข่งขันดังกล่าว เธอตัดสินใจพักการชกมวยไปอีกราว 2 ปี โดยระหว่างนี้ เธอแต่งงานกับสามีชาวต่างชาติและเริ่มวางแผนสร้างครอบครัวอย่างจริงจัง จนกระทั่งสามีได้ถามถึงอนาคตบนเส้นทางนักมวย จนกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เธอตัดสินใจกลับมาขึ้นสังเวียนอีกครั้ง
“ตอนที่แพลนมีครอบครัว สามีถามว่า ‘คุณจะเลิกมวยแล้วไหม ถ้าเลิกก็กลับมาไม่ได้แล้วนะ’ ตอนนั้นหนูซ้อมมวยอยู่ตลอดทั้งที่ไม่มีรายการชก และคิดว่าร่างกายเรายังไปได้ เลยบอกตัวเองว่า ‘งั้นลองอีกสักตั้งหนึ่ง’ และตัดสินใจกลับมาชกมวย ซึ่งสามีก็เป็นคนที่จุดประกายให้เรากลับมาชกอีกครั้ง ไม่งั้นก็คงเลิกมวยไปมีลูกมีครอบครัวแล้วค่ะ”
หลังผ่านประสบการณ์บนสังเวียนมาอย่างโชกโชน “ดวงดาวน้อย” ได้รับโอกาสท้าทายตัวเองบนเวที ONE ลุมพินีเมื่อปีที่ผ่านมา ก่อนระเบิดฟอร์มคว้าชัย 3 ไฟต์ติดต่อกัน และปิดเกมได้ 1 ครั้ง ด้วยสไตล์การชกที่เดินหน้าบุก ออกอาวุธหลากหลาย และมีศอกเป็นทีเด็ด จนสร้างความประทับใจให้แฟนมวยอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าตัวยอมรับว่าได้เห็นพัฒนาการของตัวเองชัดเจนขึ้นจากไฟต์แรกจนถึงปัจจุบัน
“จากไฟต์แรกในรายการ มองว่าตัวเองพัฒนาขึ้นมากค่ะ ไม่ถึงกับต้องเปลี่ยนสไตล์การชกไปจนไม่เป็นเรา แต่เราเดินเกมในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน และทำได้ดีขึ้นทุกเรื่อง ทั้งการซ้อมและสไตล์การชก”
ไฟต์ล่าสุดในศึก The Inner Circle 12 เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา “ดวงดาวน้อย” สามารถเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ “ยานา ยิป” จากฮ่องกงได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยอมรับว่าไฟต์ดังกล่าวไม่ได้แสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่ เนื่องจากต้องรับมือกับแรงกดดันหลายด้านทั้งจากกระแสบนโซเชียลมีเดียและบรรยากาศรอบตัว
“ไฟต์ที่ผ่านมามีแรงกดดันหลายอย่าง ทั้งจากโซเชียลมีเดีย และบรรยากาศรอบข้างก็เลยอาจจะชกแบบไม่เป็นตัวเองมากนัก พยายามไม่เสี่ยงจนเกินไป บนเวทีเราคุมเกมได้ และคาดว่าน่าจะชนะ จึงไม่เร่งบุกเพื่อปิดเกม เพราะกลัวพลาดค่ะ”
ดวงดาวน้อย ไม่หวั่นพลังหมัด อลีน พร้อมปิดเกมทุกจังหวะ
แม้ไฟต์ที่ผ่านมาจะไม่ได้ปิดเกมอย่างที่ตั้งใจ แต่ชัยชนะดังกล่าวช่วยเพิ่มความมั่นใจและทำให้ “ดวงดาวน้อย” มองเห็นพัฒนาการของตัวเอง ก่อนก้าวเข้าสู่บททดสอบครั้งใหม่ที่หนักกว่าเดิม โดยครั้งนี้ต้องพบกับ “อลีน” แชมป์ยุโรป WBC มวยไทย รุ่นฟลายเวต และปัจจุบันรั้งตำแหน่งอันดับ 1 ของแรงกิง WBC มวยไทย รุ่นไลต์ฟลายเวต โดยจากการศึกษาคู่ชก เจ้าตัวมองว่า “อลีน” เป็นสายบุกและได้เปรียบเรื่องความแข็งแกร่ง
นอกจากนี้ยังมีความท้าทายเรื่องรูปร่าง เพราะคู่ชกสูงกว่าถึง 6 ซม. ขณะที่ไฟต์นี้ “ดวงดาวน้อย” ต้องขยับขึ้นมาชกในพิกัด 107 ป. ซึ่งมากกว่าพิกัดที่คุ้นเคยที่ 105 ป. ทำให้ต้องเน้นเรื่องความรัดกุมและไม่เปิดหน้าแลกอาวุธแบบไม่จำเป็น
“อลีน เป็นมวยกำปั้นหนัก เวลาออกอาวุธจะมีชุดคอมโบหมัดและเตะขา แต่นอกจากนั้นก็คิดว่าไม่ได้มีอาวุธที่ต้องกังวลเป็นพิเศษ”
“จากที่ศึกษามา ทันทีที่ระฆังดัง อลีน จะเดินเข้าใส่ ออกอาวุธรัว ซึ่งเราต้องรัดกุม ออกจังหวะสอง คอยโต้เวลาเขาเดินเข้ามา ส่วนเรื่องรูปร่างที่เขาสูงกว่า 6 ซม. หนูไม่ได้กังวลเรื่องช่วงชก แต่จะโฟกัสที่แรงปะทะมากกว่า เพราะเราขยับพิกัดขึ้นมา แรงปะทะเขาอาจจะดีกว่า ดังนั้นต้องดูจังหวะ ไม่แลกมั่วค่ะ”
อีกหนึ่งจุดเชื่อมโยงที่น่าสนใจของไฟต์นี้คือ “อลีน” เคยขึ้นชกกับ “คิม ทาวน์เซนด์” นักชกสาวชาวออสเตรเลีย ซึ่งเป็นคู่ปรับที่ “ดวงดาวน้อย” เคยเอาชนะมาแล้วในศึก ONE ลุมพินี 128 เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา โดยหลังจากศึกษาไฟต์ดังกล่าว เจ้าตัวยังคงเชื่อมั่นในตัวเองว่าจะสามารถผ่านคู่ชกรายนี้ไปได้
“ไฟต์ที่ อลีน เจอกับ คิม หนูมองว่าเขาแข็งแรงมาก และทั้งคู่ก็สู้กันได้สูสีค่ะ แต่ไฟต์นี้ยังไม่รู้ว่า อลีน จะวางแผนมายังไง เพราะเขาก็คงศึกษาเรามาเหมือนกัน และอาจปรับสไตล์มาเพื่อรับมือกับหนูโดยเฉพาะ แต่ไม่ว่าเขาจะมาไม้ไหน มั่นใจว่ารับมือได้หมดค่ะ”
“ไฟต์นี้หนูเตรียมอาวุธมาครบ ถ้าเห็นช่องว่าใช้อาวุธไหนได้ หนูก็พร้อมออกทันที เป้าหมายคืออยากปิดเกมให้ได้ ส่วนจะเป็นยกไหนก็ได้ค่ะ”
ดวงดาวน้อย หวังคว้าสัญญา ONE ล็อกเป้าดวล อิสไลย์
นอกจากต้องการชัยชนะ เพื่อรักษาสถิติไร้พ่ายแล้ว “ดวงดาวน้อย” ยังมีเป้าหมายชัดเจนในการลุ้นคว้าสัญญา ONE ให้ได้ หลังเห็น “อิสไลย์ เอริกา โบโมกาว” นักชกสาวในพิกัดเดียวกันสามารถคว้าสัญญาไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าต้องการเดินตามเส้นทางเดียวกัน เพื่อลุ้นก้าวขึ้นไปดวลกับ “อิสไลย์” ที่ตนจ้องอยากวัดฝีมือด้วยในอนาคต
“ไฟต์นี้อยากได้ชัยชนะและหวังถึงสัญญา ONE ค่ะ เพราะนักชกในพิกัดเดียวกันอย่าง อิสไลย์ ก็ได้สัญญาไปแล้ว ถ้าไฟต์นี้ชนะแล้วได้สัญญา หนูก็พร้อมเจอเขาทันทีเลยค่ะ”
“ส่วนศุกร์นี้ ขอฝากถึง อลีน ให้ทำเต็มที่ หนูคิดว่าเขาเป็นคนที่เก่งคนหนึ่งเลย และฝากแฟน ๆ เป็นกำลังใจให้ ดวงดาวน้อย ด้วยนะคะ ไม่ว่าคู่ชกจะมาแบบไหน หนูพร้อมแก้เกมบนเวทีเพื่อเอาชัยชนะให้ได้ค่ะ”
ติดตาม “ดวงดาวน้อย vs อลีน” วันศุกร์ที่ 2 ต.ค. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 33 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle