“เอ็ดดี อัลวาเรซ” แจงรู้จุดอ่อน “เซยิด กูเซน อาร์สลานาลิเอฟ”

Eddie Alvarez YKT_6314 768x513

“The Underground King” เอ็ดดี อัลวาเรซ ยังไม่เคยพบกับงานง่าย ตั้งแต่เข้าร่วมการแข่งขันกับ วัน แชมเปียนชิพ และเขารู้ว่าจะต้องเจอกับอุปสรรคสุดหินอีกครั้งในศึก ONE: CENTURY PART I

ในวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคมนี้ แชมป์โลกศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นไลต์เวต 4 สมัย จะโคจรมาพบกับ “Dagi” เซยิด กูเซน อาร์สลานาลิเอฟ ที่สังเวียนเรียวโงกุ โกกุงิกัง กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

นักสู้ชาวตุรกี “Dagi” ถือเป็นหนึ่งในคู่แข่งขันสุดแกร่งและอันตรายที่สุดบนเวทีระดับโลก ซึ่งฮีโร่ชาวอเมริกันตระหนักดีว่า หากหวังจะได้รับการชูมือใน ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นไลต์เวต รอบชิงชนะเลิศ เขาจำเป็นต้องเดินเครื่องเต็มสูบ

“ผมบอกตามตรงว่า ผมไม่เห็นจุดอ่อนของเขามากเท่าไหร่ ผมเห็นแต่ความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ซึ่งอยู่ตรงหน้า”“มันทำให้ผมตื่นเต้น จนต้องตื่นนอนตั้งแต่เช้า และเข้านอนดึกแทบทุกวัน”

“The Underground King” ยอมรับว่า การที่ไม่มีคลิปวีดีโอการแข่งขันของ อาร์สลานาลิเอฟ มากพอเพื่อศึกษาสไตล์การต่อสู้ เป็นหนึ่งในอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการเตรียมตัวรับมือกับคู่แข่งรายนี้

“Dagi” ในวัย 24 ปี เขามีประสบการณ์ผ่านสังเวียนระดับอาชีพมาแล้วว 9 ไฟต์ ซึ่งทุกครั้งจบลงตั้งแต่ยกแรก เอกลักษณ์ของเขาคือการไม่หยุดโจมตี จนกว่าเขาจะพิชิตคู่ต่อสู้ได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม อัลวาเรซ หวังพึ่งประสบการณ์เป็นกุญแจสำคัญของการแข่งขันครั้งนี้ และใช้เป็นข้อได้เปรียบในการกดดันคู่ต่อสู้ 

“มันไม่มีอะไรให้เราได้ศึกษาสไตล์การชกหรือจุดอ่อนของเขาทั้งนั้น แต่ผมได้ต่อสู้กับคู่แข่งระดับโลกมากมาย รวมถึงไฟต์ชิงแชมป์โลก  ทำให้ผมเข้าใจว่าอะไรคือสาเหตุของความพ่ายแพ้ และรู้ว่าจะรับมืออย่างไรเมื่อต้องตกเป็นรอง” 

“ผมเคยเก็บชัยชนะแบบไร้พ่ายได้ 10 ไฟต์รวด และไม่เคยตกเป็นรองใคร จนเมื่อเจอคู่แข่งที่ทำได้ดีกว่าและผมถูกยำ ผมไม่รู้เลยว่าจะต้องรับมือกับมันยังไง”

“ผมคิดว่าเขาไม่มีประสบการณ์ตรงนี้ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะรับมือกับการต้องเป็นฝ่ายถูกไล่ต้อนอย่างไร เพราะเขาไม่เคยตกเป็นรองคู่ต่อสู้สักครั้ง”



จริงอยู่ว่า อาร์สลานาลิเอฟ เล่นงานคู่ต่อสู้ทุกคนในการแข่งขัน ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ได้เพียงฝ่ายเดียว ทั้งการน็อก “เอฟ ทิง” ด้วยเวลาเพียง 25 วิ และปิดเกม “อาเมียร์ ข่าน” ภายใน 3 นาที แต่ อัลวาเรซ ยังมองเห็นช่องว่างและจุดอ่อนของเขาบนสังเวียน วัน แชมเปียนชิพ

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นักสู้จากเมืองอิสตันบูลอย่าง “Dagi” ต้องออกแรงสู้ถึงยกที่สามเป็นครั้งแรกกับ “MMA Fantasista” เทตสึยะ ยามาดะ แม้ว่าเขาจะโค่นคู่แข่งขันได้ แต่ อัลวาเรซ กลับมองเห็นจุดอ่อนที่เผยออกมาในครั้งนั้น

“เขาแข่งถึงยกที่สาม และดูมันไม่ค่อยเข้าทางเขาเท่าไหร่ เขาทำมันได้ไม่ดีนัก ในยกที่สองเขาเสียท่าอย่างเห็นได้ชัด และยกสุดท้ายก็ยังเป็นที่น่ากังขา”

“นั่นเป็นไฟต์ที่ทำให้ผมได้เห็นบางอย่าง เขาเกือบจะแพ้ และมันทำให้ผมมองเห็นการรับมือของเขา”

“ผมยังบอกอะไรได้ไม่มาก แต่มันจะเป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นของการต่อสู้แน่นอน มันอยู่ที่ใครจะมีสมาธิมากกว่ากัน ใครที่พร้อมกว่าและมีความกระหายมากกว่า”

“ผมจะหาวิธีเอาชนะให้ได้อยู่แล้ว ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นนักสู้ที่เก่งกว่าหรอกนะ แต่ผมมักจะหาช่องทางในการเอาชนะได้เสมอ ถ้าคู่ต่อสู้เก่งมากๆ ผมก็จะก้าวขึ้นไปในระดับเดียวกันกับพวกเขา และผมตื่นเต้นมากสำหรับโอกาสนั้นๆ”

ชัยชนะในครั้งนี้จะทำให้เขาได้ครองเข็มขัดเส้นใหม่ รวมถึงการขึ้นไปเป็นผู้ท้าชิงแชมป์โลก ONE รุ่นไลต์เวตกับ “The Warrior” คริสเตียน ลี ในอนาคตอันใกล้นี้ 

นั่นคือความมุ่งมั่นของ “The Underground King” ตั้งแต่วันแรกในองค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก กับการเป็นนักสู้คนแรกที่เป็นแชมป์โลกของสามองค์กรใหญ่ในโลกแห่งศิลปะการต่อสู้ 

และนี่คือเหตุผลที่ทำให้เขาอยากได้รับการชูมือที่กรุงโตเกียว 

“ผมอยากได้เข็มขัดเส้นนั้น มันคือประวัติศาสตร์ของกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ไม่มีใครทำได้มาก่อน และผมก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่จะมีใครทำแบบนี้ได้”

“มันต้องใช้เวลาหลายปีในการต่อสู้ และขึ้นชกในสังเวียนต่างๆ มากมาย ก่อนจะขึ้นมาสู่ระดับนี้และสามารถเรียกตัวเองได้ว่า แชมป์โลก มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผม”

“ในฐานะนักสู้ ผมรู้ว่าอะไรที่ทำให้ผมยังคงเป็นนักสู้ที่ทำผลงานได้คงเส้นคงวาตลอดระยะเวลาหลายปี และมันจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผมภาคภูมิใจตลอดชีวิต”

อ่านเพิ่มเติม : “เอ็ดดี อัลวาเรซ” ถึงพ่ายแพ้ แต่ไม่เคยแพ้พ่าย

โตเกียว | 13 ตุลาคม | ONE: CENTURY | ทีวี: ตรวจสอบวัน-เวลาออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์ในประเทศ | บัตรเข้าชม: http://bit.ly/onecentury19

ONE: CENTURY คือศึกชิงแชมป์โลกศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งมีแชมป์โลก 28 คนจากหลากหลายศิลปะการต่อสู้ขึ้นเวที ไม่มีองค์กรใดที่เคยจัดอีเวนต์ชิงแชมป์โลกแบบเต็มสเกลถึง 2 ศึกในวันเดียวกันมาก่อนในประวัติศาสตร์

วัน แชมเปียนชิพ เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการชิงแชมป์โลกมากมาย รอบชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 3 คู่ และแชมป์โลกปะทะแชมป์โลกอีกมากมาย ในสังเวียน เรียวโงกุ โกกุงิกัง กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 13 ตุลาคมนี้

ดูเพิ่มเติมในหมวด ข่าว

ภาพประกบคู่ ก้องศึก ศิษย์สารวัตรเสือ และ รุสลัน ตุกตารอฟ ที่จะเจอกันใน The Inner Circle 34
รีเกียน เออร์เซล ครองเข็มขัดแชมป์ 2 กติการุ่นไลต์เวตสำเร็จในศึก The Inner Circle 10
“นักรบ แฟร์เท็กซ์” เบ่งกล้ามดีใจหลังเอาชนะ "จาค็อบ สมิธ" ในศึก ONE Fight Night 44
โจฮัน กาซาลี สาดแข้งใส่ ดิเอโก ปาเอซ ในศึก ONE Fight Night 32
Cover_flyweight muay thai world รถถัง จิตรเมืองนนท์ น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย ชิมอน รามาดาน ออนดาช อัสซาดูลาห์ อิมานกาซาลิเอฟ อัสลามจอน ออร์ติคอฟ แบล็คแพนเธอร์ อูเบด ฮัสเซน ในการแข่งขัน ONE มวยไทย เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) 
จอร์จ จาร์วิส สาดแข้งใส่ รีเกียน เออร์เซล ในรายการ ONE Fight Night 34
ดวงดาวน้อย ลูกทรายกองดิน เดินเข้าสู่สนาม The Inner Circle 12
“พาร์แฮม กีราติ” เบ่งกล้ามดีใจหลังชนะน็อก “ไทสัน แฮร์ริสัน” ในศึก ONE ลุมพินี 127
ภาพประกบคู่ "คริสเตียน ลี" และ "ไท รูโทโล" ที่จะพบกันใน The Inner Circle 37
ภาพประกบคู่ “ไทสัน แฮร์ริสัน” และ “ลีนุส บีลันเดอร์” ที่พบกันใน The Inner Circle 34
นิโค คาร์ริลโล ยอดไอคิว อ.พิมลศรี อัลลิเซีย เฮลเลน รอดริเกส อัสซาดูลาห์ อิมานกาซาลิเอฟ แชมป์โลก ONE มวยไทยในรุ่นต่าง ๆ จากการอัปเดตแรงกิงด้วย AI
 บัวแก้ว สส.ปกรณ์ รีเกียน เออร์เซล จอร์จ จาร์วิส นัต คัต มิน นำทัพศึก ONE ลุมพินี 173 & The Inner Circle 33