ข่าว

เจาะใจ “เพชรมรกต vs พงษ์ศิริ” เปิดศึกเดือดแบบไม่ได้นัดหมาย

หลายคนคงเคยได้ยินประโยคในภาษาอังกฤษว่า “The Show Must Go On (การแสดงต้องดำเนินต่อไป)” ซึ่งสามารถอธิบายภาพกว้างๆ ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคู่เอกของศึก ONE: WARRIOR’S CODE ได้เป็นอย่างดี

ไม่ว่าจะเกิดปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ ผู้ชมทั่วโลกกว่า 140 ประเทศที่เฝ้ารอชมการแข่งขันชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ ที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย จะต้องไม่ผิดหวังที่เฝ้ารอมานานแรมเดือน

การโคจรมาพบกันของ “เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี” และ “พงษ์ศิริ พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” จึงอาจเรียกได้ว่าเป็น “ชะตาฟ้าลิขิต” ที่ขีดเส้นให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันในเวลาอันแสนรวดเร็ว

การเจ็บไข้ได้ป่วย ปัญหาสุขภาพ ความไม่พร้อมของนักกีฬา เป็นปัญหาที่ผู้จัดการแข่งขันไม่ว่าเวทีเล็ก ใหญ่ หรือแม้แต่เวทีระดับโลกอย่าง วัน แชมเปียนชิพ ต้องยอมรับความเสี่ยงอย่างไม่มีข้อยกเว้น

เมื่อโลกนี้ไม่มีปาฏิหาริย์ จึงต้องนับถือใน “สปิริต” ของนักกีฬา ฝ่ายหนึ่งที่เตรียมแผนแก้เกมมาอย่างดีสำหรับคู่ชกอีกคนหนึ่ง แต่ต้องชกกับอีกคนหนึ่ง ในขณะที่อีกฝ่ายอาจมีเวลาเตรียมตัวน้อยกว่าแต่ก็ใจกล้าที่จะเดินหน้าขึ้นเวที โดยไม่แคร์ว่าใครจะได้เปรียบ-เสียเปรียบกันในเรื่องใด

การเจอกันของ เพชรมรกต และ พงษ์ศิริ จะเกิดขึ้นภายใต้กติกามวยไทย 5 ยก ในรุ่นเฟเธอร์เวต (65.9-70.3 กก.) โดยทั้งคู่ได้ผ่านการชั่งน้ำหนัก วัดระดับน้ำในร่างกาย และตรวจสุขภาพร่างกายทั้งหมดอย่างครบถ้วนตามกฎกติกาสากลของ วัน แชมเปียนชิพ

แต่ก่อนที่สองนักสู้ซึ่งชะตาฟ้าลิขิตขีดเส้นให้มาเจอกันจะเผชิญหน้ากันบนเวที เราได้ไปเจาะใจถึงความรู้สึกเมื่อทั้งคู่รู้ตัวว่าต้องเปิดศึกกันเป็นครั้งแรกในเวที วัน แชมเปียนชิพ พวกเขามีความพร้อมและความมั่นใจแค่ไหนที่จะสร้างความสนุกเร้าใจให้แก่ผู้ชมแม้ต้องมาพบกันแบบไม่ได้นัดหมายก็ตาม

เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี

ONE: รู้สึกอย่างไรที่มีการเปลี่ยนตัวคู่ชกกะทันหัน และในที่สุดไฟต์นี้ก็เกิดขึ้น

เพชรมรกต: ทีแรกผมรู้สึกตกใจ นึกว่าจะไม่ได้ชกแล้ว แต่ก็ขอขอบคุณ วัน แชมเปียนชิพ ที่ไม่ยกเลิกไฟต์นี้ และพยายามหาคู่ชกที่เหมาะสม และสมศักดิ์ศรีที่สุดในเวลาที่จำกัด

ONE: คู่ชกมีจุดอ่อน-จุดแข็งอย่างไร วิตกกังวลไหมที่มีเวลาศึกษาคู่ชกไม่มากนัก

เพชรมรกต: เราเป็นคนไทยด้วยกัน ผมเคยดูเขาชกที่เวทีเมืองไทยหลายครั้ง เขาเก่งอยู่ครับ แม้จะรูปร่างเล็กและเตี้ยกว่าผม แต่เขาเป็นมวยที่แข็งแกร่ง และขยันออกอาวุธ ผมไม่วิตกกังวลนะครับ เพราะผมรู้ว่าเขาเป็นมวยสไตล์ไหน

ONE: คิดว่าอาวุธและแผนการแก้เกมที่เตรียมมาจะสามารถนำมาปรับใช้กับ “พงษ์ศิริ” ได้มากน้อยแค่ไหน

เพชรมรกต: ไฟต์นี้ผมซ้อมมา 2 เดือนเต็ม เตรียมอาวุธมวยไทยทุกลูก ทั้งเตะ เข่า เข่าลอย ศอก ครบเครื่องครับ โดยเฉพาะอาวุธเด็ดของผมคือเข่าและศอกที่รุนแรง ไม่เป็นรองใคร ถึงจะเปลี่ยนคู่ชกแต่ผมก็มั่นใจ 100% ว่าเตรียมตัวมาดีมาก แต่ยังไงผมก็จะไม่ประมาท เพราะมวยไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ครับ

พงษ์ศิริ พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม

ONE: รู้สึกอย่างไรที่ไฟต์แรกใน วัน แชมเปียนชิพ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นไฟต์ชิงแชมป์โลกด้วย

พงษ์ศิริ: ผมดีใจมากครับ และรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ชกใน วัน แชมเปียนชิพ อย่างที่ผมเคยฝันไว้ ทางค่ายบอกให้ผมเก็บกระเป๋าและเดินทางมาอินโดนีเซีย ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วครับ

ONE: รู้สึกวิตกกังวลไหมที่มีเวลาเตรียมตัวน้อย และเท่าที่ดูคู่ชกมีจุดอ่อน-จุดแข็งอะไรบ้าง

พงษ์ศิริ: ยอมรับว่าผมกังวลนิดหน่อยครับในเรื่องของการเตรียมตัว ผมชกครั้งสุดท้ายเมื่อกลางเดือนมกราคม หลังชกเสร็จก็พักร่างกาย 7 วัน แล้วเข้าค่ายซ้อมตามปกติ ความพร้อมผมว่าประมาณ 80% ครับ ส่วนรูปร่างก็อาจจะเสียเปรียบเรื่องช่วงชกอยู่บ้าง เขาเป็นมวยชอบรับอาวุธ มีอาวุธสำคัญคือเข่าและถีบ แต่ผมทนและอึด เอาผมลงยากครับ

ONE: มีความหวังที่จะคว้าชัยชนะและได้แชมป์โลกของ ONE มากน้อยแค่ไหน

พงษ์ศิริ: ผมมีความฝันที่อยากได้แชมป์โลกของ ONE เหมือนกับนักกีฬาทุกคนนั่นล่ะครับ ก่อนออกมาหัวหน้าค่ายก็บอกให้สู้เต็มที่ ชกให้สนุก ถ้าเอาแชมป์ของ ONE กลับค่ายได้ก็ถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจ เมื่อโอกาสมาถึงแล้วผมทำสุดความสามารถแน่นอนครับ

หากไม่นับเรื่องระยะเวลาการเตรียมตัว และความสูงที่ เพชรมรกต ได้ช่วงยาวกว่า พงษ์ศิริ ถึง 11 ซม. ก็นับว่าคู่นี้สูสีกันทีเดียว

โดย เพชรมรกต ในวัย 25 ปี มีสถิติการชก ชนะ 159 แพ้ 35 เสมอ 2 ในขณะที่ พงษ์ศิริ อายุ 29 ปี มีสถิติ 153 แพ้ 31 เสมอ 11  ทั้งคู่ต่างก็เป็นเจ้าของเข็มขัดแชมป์มวยไทยมาแล้วหลายเส้น อีกทั้งยังมาจากค่ายมวยคุณภาพชั้นนำของประเทศไทยซึ่งคนในวงการมวยรู้จักมักคุ้นกันดี

แฟนๆ ชาวไทยที่อาศัยอยู่ใน 140 ประเทศทั่วโลก สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ONE Super App และติดตามรับชมการถ่ายทอดสดได้ตั้งแต่คู่แรกต่อเนื่องจนถึงคู่สุดท้าย ตั้งแต่เวลา 17.30 น.เป็นต้นไป หรือจะรับชมทาง YouTube/ONE Championship หรือ AIS PLAY ก็ได้เช่นเดียวกัน

อ่านเพิ่มเติม:

ONE: WARRIOR’S CODE | จาการ์ตา อินโดนีเซีย | 7 กุมภาพันธ์ 2563 | 17.30 น. ตามเวลาไทย | รับชมทาง ONE Super APP เวลา 17.30 น. | ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เวลา 22.40 น.