ข่าว

“ริกะ” อำลาอาลัยนักสู้ร่วมอาชีพ “ฮานะ คิมูระ” ขอให้นี่คือเหยื่อรายสุดท้าย

26 พ.ค. 2020

กลายเป็นอีกหนึ่งข่าวเศร้าของวงการกีฬาต่อสู้ เมื่อ “ฮานะ คิมูระ” นักมวยปล้ำหญิงแดนอาทิตย์อุทัย เลือกจบชีวิตตนเองอย่างน่าสลด เหตุเพราะถูกไซเบอร์บูลลี หรือการคุกคามผ่านสังคมออนไลน์ จึงด่วนตัดสินใจจากโลกนี้ไปด้วยวัยเพียงแค่ 22 ปี

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะนักสู้สาวศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น “Tiny Doll” ริกะ อิชิเกะ ก็เคยผ่านประสบการณ์ทำนองนี้มาเช่นกัน ทำให้เธอเข้าใจหัวอกของ “ผู้ถูกกระทำ” และขอให้นี่คือเหยื่อรายสุดท้ายที่เกิดขึ้น

 

โพสต์สุดท้ายของ ฮานะ คิมูระ กับแมวของเธอ พร้อมข้อความซึ่งแปลโดยรวมว่า “ลาก่อน”

 

ช่วงกลางคืนของวันที่ 23 พฤษภาคม 2563 ค่ายมวยปล้ำหญิงต้นสังกัด “สตาร์ดอม” ออกแถลงการณ์ว่า “ฮานะ คิมูระ” เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย พร้อมข้อความสั่งเสียของเธอว่า…

“มีข้อความแรงๆ มากกว่า 100 ข้อความที่ส่งมาหาฉันในแต่ละวัน ไม่ปฏิเสธหรอกว่าฉันเสียใจทุกครั้งที่ได้เห็น แต่มันจบแล้วล่ะ ขอบคุณแม่ที่ทำให้หนูเกิดมา ฉันแค่อยากจะเป็นที่รักของคนอื่นดูบ้าง ขอบคุณทุกคนที่ใจดีกับฉัน มันมีความหมายมาก ฉันมันอ่อนแอเอง ขอโทษนะ”

สื่อหลายสำนักต่างคาดการณ์ถึงสาเหตุหลักที่ทำให้ ฮานะ โดนโซเชียลบูลลีว่า เกิดจากการที่เธอได้เข้าร่วมรายการ Terrace House Tokyo ซึ่งเป็นเรียลลิตีโชว์ค้นหาความรักสัญชาติญี่ปุ่น จากนั้นก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในด้านลบมาอย่างต่อเนื่องว่าเธอไม่เหมาะสมกับรายการนี้ เช่น บอกว่าเธอไม่สวยพอในแบบฉบับพิมพ์นิยมของแฟนๆ ชาวญี่ปุ่น หรือด้วยหุ่นแบบนักมวยปล้ำ จึงล้อเลียนเธอเปรียบเทียบกับลิงกอริลลา

 

ริกะ อิชิเกะ

 

ทางด้าน “ริกะ อิชิเกะ” นักกีฬาหญิงของสังเวียน วัน แชมเปียนชิพ ซึ่งเธอเองก็มีสายเลือดญี่ปุ่นจากทางฝั่งพ่อ หลังจากทราบข่าวร้ายนี้ เธอรู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รู้จักกับ ฮานะ เป็นการส่วนตัว และอย่างน้อยก็ถือเป็นเพื่อนร่วมอาชีพที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน

“ประเทศญี่ปุ่นเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยความกดดัน มีความเครียดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เท่าที่รู้ ริกะ พอจะทราบมาว่า การไซเบอร์บูลลีของที่นั่นรุนแรงมาก มากกว่าบ้านเราเยอะ ยิ่งถ้าคนถูกกระทำมีภาวะที่จะเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้วด้วย มันยากเหลือเกินที่จะรับมือไหว”

“อย่างเคสของ ฮานะ เราไม่รู้ว่าเขามีภาวะสุ่มเสี่ยงอะไรแบบนั้นอยู่ด้วยหรือเปล่า แต่ก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับทั้งตัวน้องเองและคนรอบข้างที่รักเขา มันแย่มากๆ ที่มีข่าวแบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว”

 

 

ในฐานะที่ ริกะ เคยตกเป็นผู้ถูกกระทำจากการโดนบูลลีมาก่อน ทั้งทางตรงตั้งแต่สมัยเด็ก โดนล้อเลียน กลั่นแกล้งถึงขั้นทำร้ายร่างกาย จนต้องย้ายโรงเรียนหนี มาถึงตอนนี้เมื่อเธอกลายเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นที่รู้จักจากการก้าวสู่เส้นทางศิลปะการต่อสู้ ก็ใช่ว่าจะไม่มีการบูลลีตามมาหลอกหลอน แต่ยิ่งทำให้การไซเบอร์บูลลีนั้นเข้าถึงเธอได้ง่ายขึ้น

“มีหมดเลยค่ะ ทั้งแบบคุกคามทางเพศ ดูถูก หรือตัดสินเราที่ภายนอก บอกว่า ริกะ ต่อย MMA ไม่ได้หรอก ยิ่งถ้าเกิดว่าเราแพ้มา คนพวกนี้ก็จะเข้ามาซ้ำเติม ทำทีสั่งสอนเป็นโค้ชคีย์บอร์ด เปรียบตัวเองเป็นผู้รู้ ริกะ โดนมาหมดแล้วค่ะ แต่แฟนๆ ที่ดี คอยให้กำลังใจก็มีนะคะ เพื่อนๆ และคนรอบข้างเรา พวกเขาก็คอยช่วยปกป้องเราด้วยประมาณหนึ่งค่ะ”

 

 

ริกะ สามารถก้าวผ่านเรื่องร้ายในวัยเด็ก เติบโตบนเส้นทางอาชีพนักกีฬาการต่อสู้ได้อย่างทุกวันนี้ ด้วยความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ ประกอบกับการบริหารควบคุมอารมณ์ให้มั่นคง รู้จักการใช้ตรรกะแยกแยะระหว่างโลกความจริงกับโลกสมมติ เลือกเสพข้อมูลทุกอย่างแต่พอดี และดีพอที่จะให้ความสำคัญ

“สำคัญที่สุด คือเราต้องไม่มองว่าการโดนไซเบอร์บูลลีเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต อย่างพวกที่เข้ามาคอมเมนต์แนวคุกคามทางเพศ ริกะ จะบล็อกเลยค่ะ แต่ถ้ามาแบบเข้าใจผิด ริกะ ก็จะพยายามอธิบายก่อน ซึ่งทั้งหมดนี้เฉพาะช่องทางโซเชียลของตัวเองนะคะ ส่วนที่บูลลีมาจากช่องทางออนไลน์อื่นๆ เราจำเป็นต้องปล่อยวางค่ะ คนอื่นจะว่าร้ายเรายังไงก็อย่าเก็บมาใส่ใจ ขอแค่คนรอบข้างเข้าใจเราก็พอ”

 

 

ทั้งนี้ ริกะ ได้ปิดท้ายเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า…

“หยุดเถอะค่ะ อย่าระบายความเครียดด้วยการส่งต่อความเกลียดชังลงไปยังโซเชียลมีเดียเลย บางทีคุณอาจจะกำลังฆ่าคนทางอ้อมด้วยความสนุกคึกคะนองโดยที่ไม่ทันรู้ตัว แค่ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดสักนิดก่อนจะพิมพ์อะไรลงไปค่ะ และ ริกะ ขอให้นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ค่ะ”

 

อ่านเพิ่มเติม: