ข่าว

“รถเหล็ก” พร้อมแล้วกับการเก็บชัยครั้งที่ 3 ในกรุงมะนิลา

“พันธุ์เดือดปริญญาโท” รถเหล็ก พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม หนึ่งในนักมวยไทยเพียงไม่กี่คนที่จบการศึกษาระดับปริญญาโท มีช่วงหนึ่งที่เขาห่างหายจากวงการมวยไทย จนหลายคนคิดว่าเขาคงแขวนนวมไปตามวัยที่ใกล้อายุ 30 แต่สำหรับ รถเหล็ก เขามั่นใจตัวเองว่ายังสามารถสร้างผลงานดีๆ บนเวทีโลก และตามรอยนักมวยเจ้าตำนานหลายคนที่อายุไม่ใช่อุปสรรค

Rodlek PK.Saenchaimuaythaigym celebrates his victory over Andrew Miller at ONE: DAWN OF HEROES.

วัยเด็กของ รถเหล็ก เขาเกิดที่ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี พ่อแม่ฐานะยากจน มีอาชีพกรีดยางทำสวน เงินแทบไม่พอส่งให้ รถเหล็ก และ พี่ชายได้เรียนหนังสือ

เขาเป็นเด็กสุขภาพไม่ค่อยดี มีโรคประจำตัวเป็นหอบหืด เมื่อถึงวัย 10 ขวบ พ่อจึงเริ่มสอนมวยไทยให้เขาเพื่อเป็นกีฬาและออกกำลังกาย จะได้ไม่ต้องไปเที่ยวเตร่เกเรที่ไหน ซึ่งผลพลอยได้จากการชกมวยทำให้โรคหอบหืดของเขาทุเลาเบาลงจนหายดี

ไม่เพียงเท่านั้นเมื่อนำมวยไทยมาต่อยอดเป็นอาชีพเพื่อหาเงินแบ่งเบาภาระครอบครัว รถเหล็ก เดินสายชกมวยทั่วแดนใต้ ทั้งในงานวัดและเวทีมวยทั่วไป ก่อนคว้าแชมป์เวทีหาดเฉวง 70 ปอนด์ และแชมป์มาราธอน 100 ปอนด์มาครอบครอง

Rodlek PK.Saenchaimuaythaigym salutes the crowd before his match at ONE: DAWN OF HEROES.

เมื่อมีโอกาสมาชกเวทีใหญ่ระดับประเทศ รถเหล็ก คว้าแชมป์ WMC 126 ปอนด์ และแชมป์สนามมวยเวทีช่อง 7 สี 130 ปอนด์ ก่อนจะหยุดพักไปแรมปีเพื่อรักษาอาการนิ้วหัวแม่มือขวาบาดเจ็บเรื้อรัง ตั้งแต่ครั้งที่ไปชกในรายการท้องถิ่นที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 2560

หลังกลับมารักษาตัวที่เมืองไทยด้วยการใส่เฝือก ต้องพักชกนานถึง 6 เดือน เมื่อกลับไปชกใหม่ อาการเดิมก็กำเริบขึ้นมาอีก จนคราวนี้ต้องพักยาว

รถเหล็ก ย้ายสีเสื้อจาก “จ้าวทะเลทอง” มาใช้ “พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” เมื่อต้นปี 2562 และตัดสินใจเบนเข็มชกมวย 3 ยกตามคำแนะนำของ “เสี่ยแขก” สมชาย เทศรุ่งเรือง หัวหน้าค่าย โดยต่อมาเขาได้เซ็นสัญญากับ วัน แชมเปียนชิพ ซึ่งมีนักมวยไทยชื่อดังแถวหน้าของประเทศตบเท้าเข้ามาอยู่ในสังกัดนี้แล้วหลายคน

ช่วงพีคสุดของชีวิตนักสู้สมัยที่เป็นคู่เอกของรายการ รถเหล็ก คนนี้นี่ล่ะที่เป็นไอดอลให้กับนักมวยรุ่นน้องอย่าง “รถถัง จิตรเมืองนนท์” ซึ่งขณะนั้นยังเป็นมวยคู่หนึ่ง แต่ปัจจุบันเป็นแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต เขาอาศัยครูพักลักจำและเลียนแบบสไตล์การชกบู๊ดุดันมาจากนักมวยรุ่นพี่อย่างกับถอดจากพิมพ์เดียวกัน

หลังเคาะสนิมกลับมาในภาคใหม่ ด้วยการเปิดตัวไฟต์แรกใน วัน แชมเปียนชิพ ONE: LEGENDARY QUEST เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ที่แดนมังกร รถเหล็ก เจอกับงานหินอย่าง “เลียม แฮร์ริสัน” อดีตแชมป์โลกมวยไทย 8 สมัย ที่ได้ชื่อว่าเก่งเป็น 1 ใน 3 ของสหราชอาณาจักร แต่เขาอาศัยความดุดัน เดินหน้าตะบัน จนคว้าชัยมาได้อย่างงดงาม เป็นการเรียกกำลังใจให้ตัวเองได้ตั้งแต่ไฟต์ประเดิมเวทีโลก

เพียงเดือนกว่าๆ หลังจากนั้น รถเหล็ก ก็ได้ตีตั๋วบินสู่กรุงมะนิลา เพื่อเผชิญหน้ากับนักมวยชาวสกอต “แอนดรูว์ มิลเลอร์” ที่มีดีกรีแชมป์จากสกอตแลนด์และอังกฤษติดปลายนวมมาด้วย ที่สำคัญคือส่วนสูงถึง 180 ซม. (สูงกว่า บริซ เดลวัล ที่ชกกับ น้องโอ๋ และ เมืองไทย อีก) ซึ่งแม้จะเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงตัว แต่สุดท้าย รถเหล็ก ก็ใช้ความบู๊บุ๋นคว้าชัยชนะไปแบบน็อกเอาต์ในยกที่สาม

รถเหล็ก กำลังจะได้กลับสู่สังเวียนระดับโลกอีกครั้งในวันที่ 31 มกราคมนี้ ที่สนามมอลล์ ออฟ เอเชีย อารีน่า ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นเวทีเดิมที่เขาเคยแข่งมาแล้วในไฟต์ล่าสุด ในศึก ONE: FIRE & FURY โดยครั้งนี้เขาจะได้พบกับอีกหนึ่งนักชกชาวสกอตสูงยาว วัย 29 ปี ซึ่งเป็นหน้าใหม่จะมาเปิดตัวเป็นไฟต์แรกใน วัน แชมเปียนชิพ อย่าง “คริส ชอว์” ภายใต้กติกามวยไทย 3 ยก รุ่นแบนตัมเวต (65.8 กก.)

“ตอนนี้ร่างกายผมสมบูรณ์พร้อมทุกอย่างแล้วครับ วันที่ 31 มกราคมนี้ ผมจะนำชัยชนะกลับมาฝากคนไทยให้ได้ครับ”

อ่านเพิ่มเติม: “พาซิโอ” ป้องแชมป์ “ซิลวา” และ 3 ขุนพลไทยเปิดศึกเดือดที่มะนิลา