คิกบ็อกซิ่ง

ทำความรู้จัก “ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง” ก่อนมาเป็น “กัปปิตัน” มือปราบเทพคิกบ็อกซิ่ง

22 ก.ย. 2020

ไปทำความรู้จัก “กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเดมี” ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง มือปราบเทพคิกบ็อกซิ่ง เจ้าของสถิติใหม่บนเวทีระดับโลก วัน แชมเปียนชิพ ด้วยเวลา 6 วินาที

“กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเดมี” นักมวยไทยที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ด้านศิลปะการต่อสู้ บู๊ได้ทั้งเชิงรุกและเชิงรับ มีรางวัลเกียรติยศหลากหลายสาขาเป็นเครื่องการันตี ทั้งประเภทมวยไทยอาชีพ มวยไทยสมัครเล่น และมวยสากลสมัครเล่น กว่าจะยืนหยัดเป็นนักมวยแถวหน้าของวงการ เขาต้องผ่านหลายสิ่งหลายอย่างมากมาย

อะไรคือเบ้าหลอมทำให้เขาแข็งแกร่ง จนสามารถเอาชนะ “เพชรทนง เพชรเฟอร์กัส” ได้เพียงหมัดเดียว ด้วยเวลา 6 วินาที ในศึก ONE: A NEW BREED III เมื่อ 18 กันยายนที่ผ่านมา ติดตามได้ที่นี่

 

#แพ้ 7 ไฟต์รวด

 

กัปปิตัน มีชื่อเล่นว่า “เบส” (Best) มาจากภาษาอังกฤษที่แปลว่าดีที่สุด มีชื่อจริง “นายอนึ่ง คัฒมารศรี” เกิดเมื่อ 24 มีนาคม 2536 ปัจจุบันอายุ 27 ปี เป็นชาวจังหวัดหนองบัวลำภู มีพี่สาวหนึ่งคนอายุห่างกัน 3 ปี พ่อแม่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

เจ้าเบส เป็นคนชอบเล่นต่อสู้ ตอนอายุ 9 ขวบ เขาชวนก๊วนเพื่อนประมาณ 20 คน ไปเรียนมวยที่ค่ายมวย ต.ประสิทธิ์ ของ “นายประสิทธิ์ อ้วนแพง” ซึ่งอยู่แถวบ้าน มีครูมวยคนแรกคือ “นากลางน้อย ส.คิงส์สตาร์”

เบส เป็นเด็กใจร้อน ซ้อมมวยได้เพียงเดือนเดียว ก็ขอขึ้นชกตามประสาเด็กอยากลองวิชา ได้ค่าตัว 100 บาท ใช้ชื่อว่า “ดีเซลเล็ก ต.ประสิทธิ์” ชกในงานบุญบั้งไฟของ จ.หนองบัวลำภู ผลการชกแพ้น็อกยก 2 เพราะคู่ชกสูงยาวกว่าเยอะ

แม้การเปิดตัวจะไม่สวย แต่ เบส กลับหลงเสน่ห์และรักมวยไทยมากขึ้น อาจเป็นเพราะฐานะทางบ้านยากจน เจ้าตัวจึงปักหลักชกมวยแบ่งเบาภาระครอบครัว พร้อมกับตั้งหน้าตั้งตาเรียนที่โรงเรียนบ้านนาหนองทุ่ม ต.ฝั่งแดง อ.นากลาง ควบคู่ไปด้วย

“ชกไฟต์แรกผมได้ค่าตัว 100 บาท จากนั้นก็ขึ้นชกมาเรื่อยๆ และแพ้ติดต่อกัน 7 ไฟต์รวด จนพ่อกับแม่ถามว่า เลิกชกไหม (หัวเราะ) แต่ผมก็รั้น อยากชกต่อครับ”

 

#ฉายา “ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง”

 

คนแถวบ้านที่มาทำงานกรุงเทพฯ รู้จัก “อ.ฉลองศักดิ์ ส.ธนิกุล” เทรนเนอร์ค่ายมวย เพชรศิริยิม ของ “นายชาลี โพธิ์ศิริ” จึงชักชวนให้ เบส ย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ หลังเรียนจบ ป.4 และเปลี่ยนสังกัดเป็น “ดีเซลเล็ก เพชรศิริยิม”

เบส เป็นเด็กรูปร่างโตช้า จึงต้องตระเวนชกตามเวทีมวยล้อมผ้านานถึง 3 ปี เพื่อรอให้ได้น้ำหนักตัวซัก 100 ปอนด์ จึงได้ขึ้นชกเวทีมวยมาตรฐาน เปิดตัวครั้งแรกศึกลุมพินีเกริกไกร ที่สนามมวยเวทีลุมพินี เอาชนะคะแนน “ลำน้ำมูล ส.ธนะภิญโญ” เมื่อต้นปี 2550

ตอนเด็กๆ ว่าแคระแกร็น แต่พอตอนจะเป็นหนุ่มก็โตไม่หยุด ช่วงอายุ 18 ปี จึงมีปัญหาเรื่องการทำน้ำหนัก อย่างไรก็ตามช่วงนั้น เขาได้เปลี่ยนสีเสื้ออีกครั้งเป็น “ดีเซลเล็ก อู๊ดดอนเมือง”

ด้วยสไตล์การตัดผมทรงหน้าม้าประกอบกับเป็นคนหน้าตี๋ ดีเซลเล็ก จึงได้รับฉายาจากสื่อมวลชนให้เป็น “ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง” โชว์ผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์บนสถิติการชกสุดหรู

จนปี 2555 ได้รับการเสนอชื่อให้เข้ารับรางวัลนักมวยดีเด่นการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) แต่ทว่าพอถึงรอบชิงแพ้โหวตให้กับ “ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9” เจ้าตัวจึงได้ตำแหน่งรองนักมวยไทยดีเด่น กกท.ไปครอง ในวัยเพียง 19 ปี นับว่าเป็นรางวัลเกียรติยศแรกของชีวิต

 

#นักมวยทีมชาติ

 

เส้นทางการต่อสู้ของ ดีเซลเล็ก โลดแล่นอยู่บนสังเวียนมวยไทย ควบคู่ไปกับการชกมวยสากลสมัครเล่น ตั้งแต่สมัยที่เขาอายุ 16 ปี ในฐานะตัวแทนโรงเรียนวิทยาลัยอาชีพนวมินทร์ราชูทิศ

“ใจจริงตัวผมเองอยากลงแข่งขันชกมวยไทย แต่เขามีกฎที่ว่า ถ้าเป็นนักกีฬาอาชีพในประเภทนั้นๆ อยู่แล้ว จะไม่มีสิทธิ์ลงแข่ง ผมจึงต้องเปลี่ยนไปเลือกมวยสากลสมัครเล่นแทน ซึ่งทำให้ผมได้เรียนรู้และฝึกซ้อมกีฬาชนิดนี้ด้วยตัวเอง โดยอาศัยพื้นฐานมวยไทยที่ผมมีเป็นทุนอยู่แล้วครับ”

เมื่ออายุครบ 21 ปี ดีเซลเล็ก ถูกเกณฑ์ทหารรับใช้ชาติ ครูฝึกรู้ว่าเป็นนักมวยฝีมือดีจึงสนับสนุนให้ชกมวยทหาร และคว้ารางวัลมากมาย เช่น เหรียญทองมวยสากลสมัครเล่น รุ่น 69 กก. 2 ปีซ้อน (2560 – 2561) และ เหรียญทองมวยไทยสมัครเล่น รุ่น 69 กก.ในปี 2562

ในระหว่างนั้น ดีเซลเล็ก ยังได้รับการคัดเลือกให้ติดทีมชาติไทยแข่งขัน 2 รายการใหญ่ กีฬาซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย คว้าเหรียญทองมวยไทยสมัครเล่น รุ่น 71 กก. และศึกเวิล์ดเกมส์ 2017 ที่ประเทศโปแลนด์ ได้เหรียญทองแดงมวยไทยสมัครเล่น รุ่น 67 กก.

 

#เปลี่ยนบ้านใหม่

 

ในสังเวียนอาชีพ ดีเซลเล็ก ได้ครองแชมป์ประเทศไทย รุ่น 154 ปอนด์ จากการเอาชนะ “เดชฤทธิ์ ภพธีรธรรม” เมื่อ 27 กรกฎาคม 2559 ที่ราชตฤณมัยสมาคม ก่อนจะย้ำแค้นคู่แข่งเดิมอีกครั้ง และคว้าแชมป์สนามมวยเวทีลุมพินีมาครองเป็นเส้นที่สอง เมื่อ 1 มิถุนายน 2562

ปี 2562 เป็นปีทองของ ดีเซลเล็ก และเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ คราวนี้ไม่เพียงเปลี่ยนสีเสื้อ แต่เปลี่ยนทั้งค่ายมวยและเปลี่ยนชื่อนักมวย เป็น “กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเดมี” ซึ่งชื่อมาจากภาษาสเปน หมายถึง กัปตัน หรือ หัวหน้าในเรือ

การย้ายมาอยู่บ้านใหม่กับเพชรยินดีอะคาเดมี กัปปิตัน ได้ตอกย้ำความสำเร็จ ประเดิมชัยชนะคะแนน คว้าแชมป์ทรูโฟร์ยู รุ่นมิดเดิลเวตมาเชยชมอีกเส้น เมื่อ 22 พฤศจิกายน 2562

 

#ก้าวสู่เวทีระดับโลก

 

ด้วยดีกรีความสำเร็จที่มากมาย ต้นปี 2563 กัปปิตัน จึงได้จรดปากการ่วมศึกกับ วัน แชมเปียนชิพ ในรุ่นแบนตัมเวต (61.3-65.8 กก.) ซึ่งมี “น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว” ยอดมวยรุ่นพี่ครองบัลลังก์แชมป์อยู่ โดยได้เปิดตัวครั้งแรกก็น็อกช็อกโลก สร้างสถิติใหม่บนสังเวียน วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ (กติกามวยไทยและคิกบ็อกซิ่ง) ของ วัน แชมเปียนชิพ ด้วยเวลาเพียง 6 วินาที

ปัจจุบัน กัปปิตัน มีแฟนแล้วเป็นครูอยู่ที่ จ.นครราชสีมา วางเป้าหมายอนาคตจะต่อยมวยอีก 3 – 4 ปี เก็บเงินเก็บทองไปอยู่บ้านต่างจังหวัด ใช้ชีวิตไม่โลดโผน อยู่กับท้องไร่ท้องนา พอได้ทำมาหากิน และอยากมีฟาร์มวัวฟาร์มไก่เป็นของตัวเอง

 

อ่านเพิ่มเติม: