บทความ

เปิดใจ “เมืองไทย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” หลังคว้าชัยศึก ONE ที่เมืองทอง

19 ส.ค. 2019

เจ้าของฉายา “ขุนศอกผีดิบ” เมืองไทย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม เปิดใจหลังคว้าชัยเหนือ “เคนตะ ยามาดะ” แชมป์ WBC มวยไทยชาวญี่ปุ่น เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ในศึก ONE: DREAMS OF GOLD ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

Muangthai stuns Kenta Yamada

ONE:  รู้สึกอย่างไรกับฟอร์มการชกไฟต์ที่ผ่านมา

เมืองไทย:  ผมพอใจในระดับหนึ่งครับ ผมชอบในสไตล์การออกอาวุธของผม แต่ก็ยังมีจุดที่ต้องแก้ไข เช่นเรื่องความโหด ความบู๊ จริงๆ ผมอยากให้มันกว่านี้ แต่ด้วยนวมที่ผมยังไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่ ทำให้ผมไม่กล้าที่จะบู๊มากเกินไป เพราะอาจพลาดได้ และผมไม่อยากแพ้ครับ

ONE:  แฟนๆ ก็เลยไม่ได้เห็น “ขุนศอกผีดิบ” ในไฟต์นี้

เมืองไทย:  ถ้าจะฟันศอก มันต้องเดินเข้าไปแลก ก็อาจจะมีโดนหมัดสวนกลับมา ซึ่งถ้าเป็นนวมแบบที่ต่อยในบ้านเรา ผมก็กล้าบู๊เข้าไปแลกครับ เพราะชกมานาน กะน้ำหนักหมัดได้ แต่ด้วยนวมแบบนี้ ผมไม่รู้ว่าน้ำหนักหมัดมันประมาณไหน เพราะเพิ่งต่อยเป็นครั้งที่สอง และครั้งแรกตั้งแต่ 9 เดือนที่แล้ว ถ้าพลาดโดนหมัดขึ้นมา ผมจึงไม่อยากเสี่ยงครับ

Muangthai hits Kenta Yamada with a blinding punch

ONE:  เคนตะ ยามาดะ ชกยากไหม

เมืองไทย:  ก่อนขึ้นชก ผมดูจากคลิปที่เขาชกกับคนอื่น ดูเหมือนเขามีหมัดที่น่ากลัว แต่พอมาชกจริงๆ ผมว่าเขาก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ เขาเป็นมวยหมัด และเตะเจาะขา อายุเขามากกว่า ก็น่าจะทำให้พลังเขาน้อยกว่าผมด้วยครับ

ONE:  หลังจากชกเสร็จแล้วได้กลับมาดูการชกย้อนหลังของตัวเองไหม

เมืองไทย:  ผมจะกลับมาดูเฉพาะไฟต์ที่ผมประทับใจ อย่างไฟต์นี้ผมก็ดูครับ ผมชอบ และผมประทับใจในการออกอาวุธที่มีความหลากหลายมากขึ้น และฝีมือพัฒนามากขึ้นกว่าคราวแรกที่ผมมาชก ยิ่งมาจัดที่ประเทศไทย มีคนไทยมาดูกันเยอะ ผมชอบครับ

ONE:  หลังจากชกเสร็จแล้ว ทีมงานและเพื่อนๆ ในค่ายมีฟีดแบ็กอะไรบ้าง

เมืองไทย: เขาก็บอกว่าชกดีครับ รู้สึกแปลกตา เพราะเขาไม่ค่อยได้เห็นผมชกสไตล์นี้ ซึ่งจริงๆ ผมก็ชอบแบบนี้เหมือนกัน เป็นสไตล์ตั้งหลัก คอยดักออกอาวุธ รอจังหวะคู่ต่อสู้ ถ้าต่อยแบบมวยบู๊มันง่าย เดินชนอย่างเดียว รับอาวุธบ้าง แลกอาวุธบ้าง ถ้าเขาไม่หมด เราก็เสียเปรียบ เพราะเราเป็นตัวเดินทำตลอด ระบบป้องกันก็จะด้อยลงไป ซึ่งในการต่อยนวมแบบนี้ผมยังไม่คุ้นเคย แต่ถ้าไฟต์ต่อๆ ไป ผมคงจะบู๊ได้มากขึ้น ก็จะทำให้ความสนุกมันเพิ่มขึ้นด้วยครับ

ONE:  ในรุ่นนี้มีแต่คู่แข่งขันแกร่งๆ และมี น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว เป็นแชมป์โลกคนปัจจุบัน คิดว่าทางเดินไปสู่การชิงแชมป์โลกมันมีความหนักหนาสาหัสอย่างไร

เมืองไทย:  ถ้าในตอนนี้ผมว่ายังยากอยู่ครับ เพราะเท่าที่ทราบคู่แข่งขันรุ่นนี้มีแต่ตัวท็อปๆ ทั้งนั้น ทั้งคนไทยและต่างชาติ แต่ละคนระดับหัวกะทิ ถ้าผมคุ้นเคยกับนวมมากกว่านี้ และมีการวางแผนการชกที่ดี ผมก็พร้อมจะสู้กับใครก็ได้ครับ

ONE:  ไฟต์นี้จัดที่ประเทศไทย มีใครมาเชียร์เมืองไทยบ้าง

เมืองไทย:  ที่ค่ายมีซ้อใหญ่ภรรยาของเสี่ยแขก (สมชาย เทศรุ่งเรือง หัวหน้าค่าย) และน้องเกมลูกชาย รวมถึงพี่ๆ ในค่ายหลายคนครับ ส่วนที่บ้านผมก็มีพ่อแม่ของแฟน แฟนผม เด็กวัยรุ่นแถวบ้าน เขาเดินทางกันมาจากบุรีรัมย์ และมีเพื่อนๆ รวมถึงแฟนคลับด้วยครับ

ONE:  การชกมวยในเวทีบ้านเรา แตกต่างจากบนสังเวียน วัน แชมเปียนชิพ อย่างไร

เมืองไทย:  มันมีข้อแตกต่างกันหลายอย่างครับ ทั้งเรื่องน้ำหนักที่มีการได้เปรียบเสียเปรียบ และบางทีต้องลดน้ำหนักเยอะ เรื่องคู่ชก และความกดดันจากราคาเล่น ซึ่งทำให้เราหนักใจ การต่อยไม่เป็นตัวเอง แต่ในการชกกับวันฯ เราโชว์ได้เต็มที่ เราจะออกลูกไหนได้หมด ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนตำหนิ แต่ถึงอย่างนั้นการต่อยมวยในเวทีบ้านเรา มันก็เป็นสิ่งที่ผมอยู่มาตั้งแต่เด็กๆ จนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผม และทำให้ผมมีวันนี้ครับ