บทความ

เก่งที่สุดของรุ่นนี้! “ราฟฟี่ สิงห์ป่าตอง” ฝากอนาคตอันยิ่งใหญ่บนสังเวียน ONE

29 พฤษภาคม 2019

ชื่อของ “ราฟฟี่ โบฮิค” หรือที่แฟนหมัดมวยชาวไทยรู้จักกันดีในนาม “ราฟฟี่ สิงห์ป่าตอง” เป็นหนึ่งในนักมวยไทยชาวต่างชาติที่โด่งดังมากที่สุดในขณะนี้ ทั้งในแวดวงหมัดมวยชาวไทยจนถึงนานาชาติ

ด้วยฝีมือและความเป็นตัวพ่อของรุ่น 147 ปอนด์ “ราฟฟี่” ครองแชมป์สนามมวยเวทีลุมพินีในรุ่นน้ำหนักนี้มาร่วม 2 ปีและป้องกันแชมป์ไว้ได้หลายครั้งจนถึงปัจจุบัน จนกล่าวได้ว่าเป็นนักชกชาวต่างชาติที่ป้องกันแชมป์สนามมวยมาตรฐานของประเทศไทยไว้ได้ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้

ย้อนกลับไปสมัยที่ราฟฟี่เริ่มฝึกฝนมวยไทยเมื่อวัย 17 ปีที่เมืองเรนน์ ประเทศฝรั่งเศส เขาได้รับแรงบันดาลใจจากนักมวยหนุ่มคนชาติเดียวกัน “เดเมียน อลามอส” ซึ่งประสบความสำเร็จบนเส้นทางผืนผ้าใบในประเทศไทย จึงทำให้ราฟฟี่ตัดสินใจจากบ้านเกิดที่ฝรั่งเศสมาตามล่าความฝันอันยิ่งใหญ่ที่ประเทศต้นกำเนิดของมวยไทย

“ผมเห็น เดเมียน อลามอส เป็นแชมป์สนามมวยเวทีลุมพินีและเขาก็เก่งมากด้วย ผมจึงพูดกับตัวเองว่า ถ้าเขาเป็นแชมป์ได้ ผมก็น่าจะทำได้เช่นกัน”

ราฟฟี่มุ่งหน้าสู่ค่ายมวย “สิงห์ป่าตอง” จังหวัดภูเก็ต สถานที่ฝึกซ้อมเดียวกับไอดอลของเขา และพัฒนาฝีมือขึ้นจนอยู่ในระดับแถวหน้าของประเทศไทย ด้วยการคว้าแชมป์ WMC รุ่น 140 ปอนด์เมื่อปี 2556 ก่อนจะคว้าเข็มขัดเส้นที่สองด้วยการเป็นแชมป์สนามมวยเวทีลุมพินี รุ่น 147 ปอนด์ในปี 2560 โดยสามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้หลายครั้งจนปัจจุบัน

แม้จะผ่านสังเวียนการแข่งขันมากว่า 90 ไฟต์ แต่ครั้งที่ราฟฟี่ประทับใจมากที่สุด คือไฟต์ที่ได้กลับไปชกที่กรุงปารีส ประเทศบ้านเกิดของตัวเองเมื่อปี 2561 กับนักชกไทย “ธนัญชัย ราชานนท์” 

เดิมทีครั้งนั้นเป็นการป้องกันแชมป์สนามมวยเวทีลุมพินี แต่เนื่องจากทางฝรั่งเศสยืนยันให้นักมวยใส่สนับศอกซึ่งไม่ใช่กติกามวยไทย ทั้งคู่จึงชกกันแบบนอกรอบ ไม่มีเข็มขัดแชมป์เข้ามาเกี่ยวข้อง และผล ราฟฟี่ เตะขาน็อก ธนัญชัย ได้ในยกที่ 3

“ช่วงนั้น ธนัญชัย เป็นนักมวยที่มีชื่อเสียงเรื่องความแข็งแกร่งมาก ผมรู้สึกภูมิใจที่เป็นนักมวยคนแรกที่สามารถเอาชนะเขาได้หลังจากที่เขาไม่เคยแพ้ใครมาตลอดระยะเวลา 2 ปี”

ราฟฟี่ถือเป็นนักมวยที่มีพรสวรรค์อย่างมาก ด้วยสไตล์การชกที่ไม่ต่างอะไรกับนักมวยไทย เขาใช้อาวุธมวยได้อย่างหลากหลาย คล่องแคล่ว และมีความดุดัน ซึ่งหาได้ยากสำหรับนักมวยไทยที่เป็นชาวต่างชาติ 

เขาเปิดโอกาสอันยิ่งใหญ่ให้ตัวเองด้วยการเซ็นสัญญาเข้าร่วมงานกับองค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่และมาแรงที่สุดในขณะนี้อย่าง วัน แชมเปียนชิพ และมีเป้าหมายที่จะนั่งบัลลังก์แชมป์โลกมวยไทยของวันในรุ่นนี้ ซึ่งปัจจุบันมีเจ้าของอยู่แล้วคือ “น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว” 

“ผมดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับ ONE เพราะมันคือรายการแข่งขันที่นักมวยทุกคนใฝ่ฝันอยากจะได้แสดงฝีมือบนเวทีแห่งนี้กับนักมวยเก่งๆ ทั่วโลก และมีเป้าหมายที่จะเป็นแชมป์โลกของวันในรุ่นนี้ด้วย”

แม้วันนี้ ราฟฟี่ จะเดินทางมาถึงวัย 28 ปีแล้ว และต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งขันส่วนใหญ่ที่อายุน้อยกว่า แต่ราฟฟี่กลับมองว่าเขาเริ่มต้นชกมวยช้ากว่านักมวยไทยส่วนใหญ่ สภาพร่างกายจึงยังพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปบนเส้นทางผืนผ้าใบ ด้วยหัวใจที่มีเป้าหมายแห่งความสำเร็จอีกมากมายที่เขากระหายต้องการจะไขว่คว้ามาครอบครองให้ได้