บทความ

“ออง ลา เอ็น ซาง” ซูเปอร์สตาร์เมียนมา ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นคนเลี้ยงผึ้ง

31 ม.ค. 2020

แชมป์โลก ONE สองรุ่นผู้เป็นขวัญใจชาวเมียนมาอย่าง “ออง ลา เอ็น ซาง” หลายคนนึกภาพของเขาในฐานะไอคอนตัวพ่อด้านกีฬาการต่อสู้ แต่หากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน สมัยที่เขายังไม่มีชื่อเสียง เขาเป็นเพียงนักสู้ธรรมดาที่ลิ้มรสความหวานเป็นอาจิณ

ออง ลา ย้ายจากเมียนมาเพื่อไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา และฝึกฝนศิลปะการต่อสู้บราซิลเลียนยิวยิตสู และแขนงอื่นๆ ในระหว่างที่ศึกษาวิทยาศาสตร์การเกษตรที่มหาวิทยาลัยแอนดรูวส์ ในรัฐมิชิแกน

ระหว่างนั้นเขาพัฒนาทักษะด้านการต่อสู้ พร้อมขึ้นสังเวียนแข่งขันเพื่อทดสอบฝีมือของตัวเอง และสั่งสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ

View this post on Instagram

After college in 2008, I ending up working for Eisele Honey and Bee Pollination company. I lived in a small trailer park in Felda, Florida ???????? and worked as a beekeeper ????. I got stung almost everyday but I enjoyed it. I loved working outdoors, making honey ???? and pollinating almonds in California, cranberries in Wisconsin, blue berries in Michigan and orange ???? in Florida. The nomadic life style felt very carefree. However, I felt like my life was passing before me because my passion for MMA was taking a backseat while I worked as a beekeeper. So I had to give up this ???? life to pursue my passion ????. I’m super grateful for this journey and thankful my ex-boss Steve Eisele for hiring me and also for sending me these photos this morning.

A post shared by Aung La Nsang (@aunglansang) on

หลังจบการศึกษาในปี 2551 ออง ลา ทำงานตามสาขาวิชาที่ร่ำเรียนมา ด้วยการเป็นคนเลี้ยงผึ้งให้กับบริษัท Eisele Honey and Bee Pollination เขาโดนผึ้งต่อยเป็นประจำทุกวัน แต่เขาก็รักงานที่ทำ

เขาชอบออกไปทำงานในฟาร์ม เก็บน้ำผึ้ง และได้เดินทางไปทั่วอเมริกา ทั้งแคลิฟอร์เนีย, วิสคอนซิน, มิชิแกน และฟลอริดา ฯลฯ วิถีชีวิตแบบนี้ทำให้เขารู้สึกเป็นอิสระ แต่เขากลับพบว่าในใจลึกๆ ยังมีแรงปรารถนาและไฟแห่งการต่อสู้คุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา

ออง ลา ตัดสินใจลาออกจากการเป็นคนเลี้ยงผึ้งซึ่งทำรายได้อันมั่นคง วันนั้นหลายคนอาจคิดว่าเขาบ้าไปแล้ว แต่เมื่อหัวใจมันเรียกร้อง จึงทำให้เกิดแรงขับเคลื่อน และสัมฤทธิ์ผลในเวลาต่อมา

ปี 2557 ออง ลา กลับมาเยืนอนประเทศเมียนมา และเปิดตัวในรายการ วัน แชมเปียนชิพ พร้อมกับคว้าชัยชนะบนเวทีระดับโลก ซึ่งทำให้เขากลายเป็นฮีโร่ระดับชาติ และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับเมียนมา หลังคว้าแชมป์โลก ONE รุ่นมิดเดิลเวต เมื่อเดือนมิถุนายน 2560 ก่อนจะคว้าเข็มขัดแชมป์โลก ONE รุ่นไลต์เฮฟวีเวต เป็นเส้นที่สองในปีต่อมา

ขวัญใจชาวเมียนมา วัย 34 ปี นั่งแท่นแชมป์โลก ONE สองรุ่น พร้อมได้รับการจารึกว่าเป็นนักกีฬาคนแรกในประวัติศาสตร์ของเมียนมาที่เป็นแชมป์โลก

และภาพล่าสุดของ ออง ลา ที่เปิดเผยในโซเชียลมีเดีย กับทายาทตัวน้อยคนที่สองซึ่งภรรยา “เคที” เพิ่งมอบให้เป็นของขวัญที่วิเศษที่สุดต้อนรับปี 2563 เธอชื่อ “ซาน เซง เกรซ เอ็น ซาง” เธอกำลังเข้ามาเติมความสุขให้กับคุณพ่อซูเปอร์เมียนมาคนนี้

อ่านเพิ่มเติม: ภาพความคลั่งไคล้ที่ชาวเมียนมามีต่อ “ออง ลา เอ็น ซาง”