บทความ

รู้จัก “เพชรดำ” ให้มากกว่าที่คุณเคยรู้ ในฐานะอดีตนักมวยตัวแถม ก่อนเป็นดาวเด่นบนเวทีระดับโลก

โบราณว่า “แข่งเรือ แข่งพาย แข่งได้ แข่งบุญ แข่งวาสนา แข่งไม่ได้” เรื่องราวของ “เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี” ไม่รู้จะเรียกว่า “วาสนา” หรือว่า “หาจุดขายเป็น” ถึงทำให้จากอดีตนักมวยตัวแถม ชกตามบ้านนอก รอขึ้นรายการตามนักมวยรุ่นพี่ วันนี้กลายเป็นขวัญใจแฟนรายการระดับโลก วัน แชมเปียนชิพ และเคยไต่อันดับสูงสุดถึงขั้นคว้าแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต คนแรกในประวัติศาสตร์ของรายการมาครองได้สำเร็จ

 

 

ขึ้นชกทั้งที่ไม่เป็นมวย

เพชรดำ เป็นลูกชายคนโตในบรรดาลูกชาย 3 คนของครอบครัวชาวนาที่มีฐานะยากจน ซึ่งอาศัยอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี พวกเขาต้องดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตัว เพชรดำ แม้จะเป็นเด็กก็ต้องหาทางช่วยเหลือแบ่งเบาภาระพ่อแม่

เมื่อวัย 8-9 ขวบ เพชรดำ ได้เห็นการแข่งขันชกมวยในงานสงกรานต์แถวบ้าน พ่อของเขาซึ่งชอบดูมวยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงพาเขาไปเปรียบมวยทั้งที่ เพชรดำ ชกมวยไม่เป็นเลยสักนิด

พ่อซึ่งมีความรู้เรื่องมวยแบบงูๆ ปลาๆ ก็ช่วยฝึกซ้อมให้โดยอาศัยนวม กระสอบ เป้าที่มีคนเอามามอบให้ทางหมู่บ้าน ซ้อมไปวันๆ กลางทุ่งนา ด้วยความหวังว่าสักวันจะได้เห็น เพชรดำ ชกมวยออกทีวี

 

 

“ตอนผมขึ้นชกครั้งแรก ผมกับคู่ชกต่างคนต่างก็ไม่เป็นมวยเลยครับ ชกเหมือนว่ายน้ำใส่กัน กางเกงมวยก็ไม่รู้เอามาจากไหน ตัวใหญ่จนต้องพันเอวอยู่หลายรอบ” เพชรดำ อธิบายให้เห็นภาพ

“ผลการแข่งขันไฟต์แรก ผมแพ้คะแนน ได้รับค่าตัว 300 บาท จำได้ว่าผมดีใจมากที่ได้เงินมา แต่ชกอยู่ 4-5 ไฟต์ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเราไม่ได้ฝึกมวยอย่างถูกต้อง พ่อผมชอบดูมวย แต่ก็ไม่รู้จะสอนยังไงเพราะเขาไม่เป็นมวย ตอนหลังเขาจึงพาผมไปฝากค่ายมวยแถวบ้านครับ”

 

นักมวยตัวแถม

(แถวล่างซ้าย) เพชรดำ (แถวบนที่สองจากขวา) เพชรมรกต

 

เพชรดำ เข้ามาอยู่ภายใต้การดูแลของ “ครูอ๊อด พิบูลย์” เจ้าของค่ายมวยศิษย์อ๊อดพิบูลย์ ซึ่งเลี้ยงดูเขาเหมือนลูกเหมือนหลาน จากคนไม่เป็นมวย เพชรดำ ก็ค่อยๆ ซึมซับวิชาความรู้ และเดินสายชกสั่งสมกระดูกมวยหลายครั้ง แต่ยังไม่มีชื่อเสียงอะไรในตอนนั้น

ช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ เพชรดำ มีออกนอกลู่นอกทางบ้างตามประสาเด็กๆ ที่อยากไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน เพราะมันน่าสนุกกว่าการขลุกอยู่ในค่ายมวยเป็นไหนๆ แต่โชคดีที่เขายังมีจิตสำนึกรักดี และรู้ว่าเขาจะสามารถเป็นอีกหนึ่งเรี่ยวแรงในการหาเลี้ยงครอบครัวได้ในอนาคต

“ตอนอยู่ที่อุบลฯ ผมซ้อมมวยกับ พ่ออ๊อด พิบูลย์ โดยมีโปรโมเตอร์ มิตร นคร ให้การสนับสนุน พี่ๆ ในค่ายเขาไปชกที่ไหนผมจะตามไปเชียร์ตลอด บางครั้งเขาก็ให้ผมเป็นมวยแถม ผมว่าก็ดีเหมือนกันจะได้มีรายการชก ได้ฝึกกระดูกมวยไปด้วย”

 

เพชรมรกต – เพชรดำ

 

ฝึกมวยกับ ครูอ๊อด อยู่หลายปี จนกระทั่งเขาเรียนอยู่ชั้น ม.1 ครูอ๊อด ก็ตัดสินใจเลิกทำค่ายเพราะไม่มีเวลา จึงมอบนักมวยในค่ายทุกคนรวมทั้ง เพชรดำ ให้กับค่ายมวยใหญ่อย่างเพชรยินดีอะคาเดมี ด้วยความเชื่อมั่นว่าค่ายใหญ่แห่งนี้จะมีศักยภาพในการสนับสนุนและผลักดันให้นักมวยมีโอกาสในอนาคตที่ดียิ่งขึ้น

เพชรดำ ซึ่งตัดสินใจศึกษาต่อให้จบชั้น ม.3 จึงร้างเวทีไปนานถึง 2 ปี ก่อนที่จะย้ายตามนักมวยรุ่นพี่ของค่าย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี” เข้าสู่เมืองหลวงของประเทศไทยในวัย 16 ปี

 

จุดเปลี่ยนบนเส้นทางนักสู้

 

การฝึกซ้อมมวยในค่ายเพชรยินดีฯ ทำให้ เพชรดำ เหมือนต้องเริ่มต้นใหม่ เพราะมันแตกต่างจากค่ายเดิมที่อีสานอย่างมาก และเมื่อได้อยู่ท่ามกลางนักมวยเก่งๆ อย่างเช่น สามเอ และ น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว จึงทำให้ เพชรดำ พัฒนาฝีมือขึ้นอย่างรวดเร็ว

เพชรดำ ขึ้นชกไฟต์แรกที่สนามมวยเวทีราชดำเนินในฐานะมวยหลังคู่เอก แต่เนื่องจากวันนั้นคู่สองมีการถอนชก จึงเป็นโอกาสให้ เพชรดำ เข้าไปเสียบแทน กลายเป็นมวยในรายการซึ่งมีคนดูมากกว่าที่เขาเคยชกตามบ้านนอก ครั้งนั้นเขาชนะคะแนนได้ค่าตัว 10,000 บาท เจ้าตัวดีใจมาก เพราะตั้งแต่ชกมาไม่เคยได้เงินเยอะขนาดนี้มาก่อน

 

 

การมาอยู่ค่ายเพชรยินดีฯ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของ เพชรดำ ช่วงเวลากว่า 7 ปีในค่ายนี้พลิกชีวิตนักมวยตัวแถม จากค่าตัวหลักพันขยับเป็นหลักหมื่น ปัจจุบันได้ค่าตัวหลักแสน ขึ้นแท่นนักชกดีกรีแชมป์เข็มขัดหลายเส้น ทั้งแชมป์สนามมวยเวทีลุมพินีและแชมป์ประเทศไทย 118 ป. แชมป์ WBC 126 ป. และแชมป์โตโยต้ามาราธอน 135 ป.

นอกเหนือจากความสำเร็จบนสังเวียนแล้ว สิ่งที่ทำให้ เพชรดำ ภาคภูมิใจคือการได้เลี้ยงดูบุพการี และส่งเสียน้องชายทั้งสองคนเรียนหนังสือ ส่วนตัวเขาเองก็เรียนจบ กศน. ชั้น ม.6 จากอุบลราชธานี โดยหวังว่าจะส่งน้องๆ ทั้งสองคนจนเรียนจบมหาวิทยาลัยให้ได้

 

ผงาดบนเวทีระดับโลก

 

หลังจากได้รับการสนับสนุนให้ชกในรายการ วัน แชมเปียนชิพ ตั้งแต่ปี 2561 ดูเหมือนว่า เพชรดำ จะถูกกับตลาดนี้ ซึ่งมีรูปแบบเป็นสปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนต์

เขาโชว์ผลงานน็อกเอาต์คู่แข่งขันทั้งในกติกามวยไทยและคิกบ็อกซิ่ง 3 ไฟต์รวด ก่อนจะคว้าแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรายการมาครองได้สำเร็จ ถือเป็นความภาคภูมิใจสำหรับนักมวยไทยคนหนึ่ง

แม้ต่อมา เพชรดำ จะสูญเสียบัลลังก์หลังจากครองแชมป์โลกได้เพียง 3 เดือน ให้กับคิกบ็อกเซอร์หนุ่มอย่าง “อิเลียส เอ็นนาฮาชิ” ที่มีดีกรีเป็นแชมป์โลกคิกบ็อกซิ่งมาแล้ว 6 สมัย ตั้งแต่ก่อนเข้ามาชิงชัยใน วัน แชมเปียนชิพ แต่ก็ถือว่าเป็นบทเรียนในฐานะนักกีฬาคิกบ็อกซิ่งมือใหม่ที่ผ่านสังเวียนได้เพียงไม่กี่ไฟต์ และทำให้ เพชรดำ ตระหนักว่าเส้นทางมวยไทยกับคิกบ็อกซิ่ง อย่างไหนที่เขาต้องการเดินมากกว่ากัน

หากมองย้อนกลับไปนักมวยตัวแถมอย่าง เพชรดำ จะเรียกว่ามี “วาสนา” อย่างเดียวคงไม่ใช่ เพราะกว่าที่นักมวยคนหนึ่งจะเดินทางไปสู่จุดสูงสุดได้ เขาต้องใช้ทั้งความมุมานะพยายาม อดทน รวมถึงความเป็นมืออาชีพของค่ายเพชรยินดีอะคาเดมี ที่รู้จุดแข็ง จุดขาย ตลอดจนผลักดันศักยภาพของเขาให้ออกมาใช้อย่างเต็มที่

 

อ่านเพิ่มเติม: