บทความ

“ปราชญ์ บัวภา” ชายหนุ่มผู้เดินนอกกรอบครอบครัว ผู้กำกับคิวบู๊ สู่นักสู้สังเวียนเดือด

6 ก.ย. 2020

อีกหนึ่งนักกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสานสายเลือดไทย “ปราชญ์ บัวภา” ผู้เดินนอกกรอบการชี้นำของครอบครัว สู่เส้นทางที่หัวใจเรียกหา และได้ประสบการณ์ใหม่ในหลากหลายบทบาทของชีวิต จนในที่สุดเขามาหยุดที่เวทีระดับโลก และกำลังเริ่มต้นบทบาทใหม่ในฐานะนักกีฬาอาชีพ

“Superbest” ปราชญ์ บัวภา นักกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) สัญชาติไทยสายเลือดใหม่วัย 27 ปี ที่กำลังจะก้าวเท้าเข้าสู่สังเวียนใหญ่ระดับโลกอย่าง วัน แชมเปียนชิพ ภายใต้ชื่อศึก ONE: A NEW BREED II วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคมนี้ ประเดิมไฟต์แรกกับแชมป์เทควันโดแดนจิงโจ้ วัย 31 ปี “Broken Heart” โบรแกน สตอร์ตอิง  จับคู่พิกัดน้ำหนักเฉพาะ (แคตช์เวต) 67.5 กก. ในกติกาการต่อสู้แบบผสมผสาน 3 ยก

กว่าจะมีคำว่า “ซูเปอร์ (Super)” นำหน้าชื่อเล่น “เบสต์ (Best)” เส้นทางลูกผู้ชายกับถนนสายกีฬาการต่อสู้ของ ปราชญ์ ได้แสดงให้เห็นว่า ถ้าเลือกที่จะรักและทุ่มเทกับสิ่งที่ชอบ เราจะอยู่กับมันได้ทั้งหัวใจ และยังต่อยอดไปสู่อีกหลากหลายอาชีพที่เกี่ยวข้อง ช่วยต่อลมหายใจ เลี้ยงปากท้อง และเติมเต็มจิตวิญญาณแห่งการมีชีวิต

 

ออกจากกรอบของครอบครัว

(จากซ้าย) ปราชญ์, คุณแม่ และพี่ชาย

 

ปราชญ์ เป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด มีพ่อกับแม่รับราชการ และมีพี่ชายหนึ่งคน เขาเริ่มต้นทำความรู้จักกีฬาการต่อสู้ตั้งแต่ก่อนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้ร่ำเรียนทั้งมวยไทยและมวยสากลจากกรมพลศึกษาในช่วงปิดเทอม

เมื่อเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ปราชญ์ ในฐานะนักศึกษาทุนนักกีฬาของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีโอกาสลงแข่งขันมวยไทยในเวทีสมัครเล่นและระดับประเทศ เก็บเป็นประสบการณ์ราว 12 ไฟต์ โดยมีนักมวยเหรียญทองโอลิมปิกอย่าง “สมรักษ์ คำสิงห์” และ “สมจิตร จงจอหอ” เป็นไอดอล

“ผมเลือกเรียนคณะพลศึกษาครับ ตอนแรกที่บ้านตั้งใจให้ผมจบมาเป็นครู รับราชการเหมือนพ่อแม่ ไม่มีใครชอบมวยเลย แต่ผมเป็นคนที่ชอบความตื่นเต้น งานรับราชการน่าจะไม่ตอบโจทย์ ซึ่งคุณแม่ผมไม่เห็นด้วยครับ”

“ผมกับแม่ทะเลาะกันบ่อยมาก มีปากเสียงกันตลอด เพราะแม่ยังมีภาพจำเก่าๆ ว่า คนที่เลือกจะเป็นนักมวย เพราะฐานะทางบ้านยากจน ต้องเจ็บตัวแลกเงิน ซึ่งทางบ้านเราก็ไม่ได้ลำบากขนาดนั้น แม่ก็ไม่เข้าใจว่าผมจะไปต่อยมวยทำไม ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างที่เขาคิดครับ”

 

เปิดโลกกีฬาใหม่

ปราชญ์ ในระหว่างฝึกอบรมบราซิลเลียนยิวยิตสู

 

สมัย ปราชญ์ ศึกษาชั้นปีที่ 4 เขาเริ่มทำงานพิเศษระหว่างเรียน ด้วยการเป็นครูสอนกีฬาหลากหลายประเภท ได้รู้จักกับนักกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน จึงลองฝึกตามบ้าง โดยใช้พื้นฐานวิชายูโดที่เรียนมาจากมหาวิทยาลัย ต่อยอดไปสู่วิชาบราซิลเลียนยิวยิตสู (BJJ)

ปราชญ์ ลงสนามแข่งขันครั้งแรกในเขตภาคกลาง และคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขันบราซิลเลียนยิวยิตสูมาครอง จากนั้นปีถัดมาก็ได้แชมป์ระดับประเทศ ก่อนที่จะติดทีมชาติ ทำให้มีโอกาสไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ยังต่างแดน

 

ปราชญ์ บนสังเวียน Ignite Warrior Championship

 

สำหรับการแข่งขันการต่อสู้แบบผสมผสาน ปราชญ์ สั่งสมประสบการณ์บนสังเวียนหลายครั้ง โดยประเดิมศึกแรกในรายการสมัครเล่น MFC ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคว้าชัยเป็นอันดับสองของทัวร์นาเมนต์นี้ ตามมาด้วยรายการ Full Metal Dojo, One Shin Cup, Ignite Warrior Championship, นีโอ ไฟต์ รวมถึงรายการใหญ่ที่ไปชิงแชมป์โลกสมัครเล่น ที่ประเทศบาห์เรน ในปี 2561

 

นักกีฬาพ่อลูกอ่อน

ปราชญ์ ในระหว่างซ้อมออกแบบคิวบู๊กับทีมงาน

 

นอกจากการเป็นครูสอนกีฬาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ในช่วงนั้น ปราชญ์ ยังรับเล่นละครเวที ณ โรงละคร The Stage ที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ ด้วยอีกทางหนึ่ง

หลังเรียนจบ ปราชญ์ ก็ได้งานละครต่อเนื่องทางช่อง 7 สี เป็นนักแสดงแนวบู๊แอ็กชัน และได้ต่อยอดไปสู่อาชีพเบื้องหลังอย่างงานออกแบบและกำกับ ทั้งยังเป็นโปรโมเตอร์เวทีมวยชั่วคราวที่ MBK เซ็นเตอร์ อีกด้วย

ปัจจุบันเขาใช้ชีวิตอยู่กับภรรยา “น้องข้าวโพด” มุกมณี ศรีวิชัย ซึ่งทั้งคู่พบกันที่โรงละครเวทีตั้งแต่สมัยเรียน และขณะนี้ทั้งคู่ก็เพิ่งมีทายาทตัวน้อย ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนวัย 2 เดือน นามว่า “น้องพัฒน์” ณฐนนท์ บัวภา

 

(จากซ้าย) ลูกชาย, ภรรยา และ ปราชญ์

 

ปราชญ์ เซ็นสัญญาเป็นนักกีฬา ONE Warrior Series (OWS) ซึ่งเป็นเวทีค้นหาดาวรุ่งของ วัน แชมเปียนชิพ แต่ยังไม่ทันได้พิสูจน์ฝีมือก็เกิดภาวะวิกฤติโควิดเสียก่อน

อย่างไรก็ตามเขาได้ฟาสต์แทร็กข้ามเวทีเล็กมาสู่สังเวียนใหญ่ โดยได้เปิดซิงในการแข่งขันการต่อสู้แบบผสมผสานระดับอาชีพครั้งแรกในศึก ONE: A NEW BREED II เผชิญหน้านักกีฬาดีกรีแชมป์เทควันโด ชาวออสเตรเลีย ซึ่งมาเปิดตัวเป็นไฟต์แรกเช่นเดียวกัน

ศึกนี้จะมีการออกอากาศบันทึกการแข่งขันในวันศุกร์ที่ 11 กันยายน

** รับชมได้ทาง**

  • ONE Super App เวลา 19.30 น.
  • YouTube ONE Championship เวลา 19.30 น.
  • AIS PLAY เวลา 19.30 น.
  • ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เวลา 22.40 น.

 

 

อ่านเพิ่มเติม: