ความคิดเห็น

จากใจ มิชา เทต: ทำไมถึงรัก “วัน แชมเปียนชิพ”

26 ก.ค. 2019

ฉันรู้สึกขอบคุณที่มีโอกาสได้แบ่งปันความรู้ในศิลปะการต่อสู้ผ่านตัวอักษร และนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้มีพื้นที่เป็นของตัวเอง

การให้ประโยชน์กลับคืนสู่วงการศิลปะการต่อสู้ คือสิ่งที่ฉันฝันมาตลอด ฉันจึงรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะทำให้แฟนๆ ได้รู้ถึงเรื่องราวเจาะลึกเกี่ยวกับชีวิตของฉันที่ผ่านมา  รวมถึงความรู้เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้บนพื้นที่นี้

นับตั้งแต่ที่ฉันย้ายมาอยู่ทวีปเอเชียเมื่อต้นปี วัน แชมเปียนชิพ ได้มอบประสบการณ์สุดประทับใจผ่านการร่วมงานมากมาย

อันที่จริง ถ้าฉันจะกลับมาขึ้นสังเวียนอีกครั้ง ฉันจะเลือกที่จะแข่งขันในสังกัดของ ONE มากกว่าที่นี่ในโลก เพราะที่นี่เปิดโอกาสอย่างมากให้นักกีฬาได้บอกเล่าเรื่องราวของตนเอง

ในทวีปเอเชียนั้น ศิลปะการต่อสู้มักจะถูกเผยแพร่โดยให้ความสำคัญกับเกียรติยศ, ความเคารพ, ความกล้าหาญ, ระเบียบวินัย และ ความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งฉันว่านี่ล่ะคือสิ่งที่มันควรจะเป็น มันคือคุณค่าสำหรับพื้นฐานการเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ทุกแขนง กีฬานี้เปรียบเสมือนสงครามที่สวยงาม กีฬาการต่อสู้ด้วยมือเปล่าคือการแข่งขันในรูปแบบที่ดิบที่สุดแล้ว

อย่างไรก็ตาม หนึ่งเรื่องที่ทำให้ศิลปะการต่อสู้มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร นั่นคือ ตัวนักกีฬาเอง มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตที่ยากลำบาก การได้รับแรงบันดาลใจจากทักษะการต่อสู้ของพวกเขา และโอกาสในการเป็นนักศิลปะการต่อสู้ที่เก่งกาจที่สุดของโลก

จะว่าไปก็เหมือนกับตัวฉันเอง นักสู้ทุกคนล้วนมีปูมหลังซึ่งสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลก เพราะเรื่องราวการต่อสู้กับอุปสรรคและความยากลำบากนั้นเชื่อมโยงได้กับทุกคน ไม่ว่าจะคนขับแท็กซี่หรือผู้บริหาร ก็ไม่ได้แตกต่างกัน เพราะนี่คือเรื่องราวชีวิตของมนุษย์ มันเข้าถึงทุกคนได้

ฉันรักตรงที่เรื่องราวของ ONE ไม่ใช่แค่เรื่องของการเอาชนะบนสังเวียน และการเป็นนักสู้ที่เก่งที่สุด อันที่จริงฉันต้องพูดว่า เรื่องราวส่วนใหญ่คล้ายกับเรื่อง “ร็อคกี บาลบัว (Rocky Balboa)” ใครที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็อยากให้นักสู้ที่ตกเป็นรองประสบความสำเร็จ ผ่านพ้นความยากลำบาก มีความอุตสาหะ และเห็นอกเห็นใจมนุษย์ด้วยกัน

ถึงกระนั้น สิ่งเดียวที่แตกต่างจาก ร็อคกี คือเรื่องราวใน ONE นั้นเป็นความจริง

นักกีฬาศิลปะการต่อสู้ระดับโลกของเราไม่ใช่ตัวละครในนิยาย ทุกคนต้องการต้นแบบเพื่อดำเนินรอยตาม โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ไม่จำเป็นต้องมีแค่พ่อหรือแม่เป็นต้นแบบ และ ONE คือเวทีที่จะทำให้นักสู้รุ่นใหม่ได้แรงบันดาลใจเพื่อดำเนินรอยตาม

สิ่งที่เราทำใน วัน แชมเปียนชิพ นั้นแตกต่างและเป็นเอกลักษณ์กว่าองค์กรไหนๆ

ฉันคิดว่าศิลปะการต่อสู้ในโลกตะวันตกถูกโปรโมตด้วยเรื่องราวในแง่ลบ ความสำคัญของมันถูกแปรเปลี่ยนเป็นเรื่องของคำพูดและพฤติกรรมนอกสังเวียน ยิ่งสร้างดราม่า สร้างเรื่องอื้อฉาว ก็ยิ่งทำเงินได้มาก และนั่นเป็นการทำร้าย ทำลายคุณค่าของกีฬาให้ค่อยๆ ลดลงไป

อีกสิ่งหนึ่งของ ONE ที่โดนใจฉันอย่างมากคือการแข่งขัน วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ ฉันไม่เคยเห็นการแข่งขันคิกบ็อกซิ่งระดับสูง ในเวทีเดียวกับศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานมาก่อน มันจึงเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก

ฉันรู้สึกว่าที่ผ่านมาคิกบ็อกซิ่งได้รับการยอมรับน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ลองคิดดูว่า นักกีฬาแทบทุกคนล้วนใช้ศิลปะการต่อสู้นี้เป็น และถือเป็นหนึ่งในศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เมื่อนักสู้แลกหมัดแลกแข้งกัน มันคือความบันเทิงขนานใหญ่ที่แฟนๆ ต่างชื่นชอบ แต่พอเกมการต่อสู้ลงไปสู่ภาคพื้นเมื่อไหร่ แฟนๆ หลายคนก็เริ่มรู้สึกว่ามันน่าเบื่อ

การที่ ONE นำการแข่งขันคิกบ็อกซิ่งมาใส่ในเวทีเดียวกัน ถือเป็นการคิดใหม่ทำใหม่ที่น่าสนใจ และแฟนๆ ทั่วโลกก็จะได้ชมศิลปะการต่อสู้แขนงต่างๆ ที่พวกเขาชอบอย่างเต็มอิ่ม

ตอนที่ฉันได้ดูการแข่งขันคิกบ็อกซิ่งและมวยไทยที่ ONE นี้ ฉันถึงกับอ้าปากค้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสู้ด้วยนวม 4 ออนซ์ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน มันตื่นเต้น เร้าใจ และสนุกอย่างไม่น่าเชื่อ ฉันชื่นชอบกับการนำกีฬายุคใหม่อย่างศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน และกีฬาดั้งเดิมอย่างมวยไทยและคิกบ็อกซิ่งมาประสานเป็นหนึ่ง

นอกจากเรื่องของศิลปะการต่อสู้สุดอัศจรรย์แล้ว ฉันยังรักที่ทุกคนใน ONE รู้จักหน้าและรักในงานของตนเอง ฉันรักข้อเท็จจริงที่ว่าทุกคนรับผิดชอบหน้าที่ของตนเป็นอย่างดี ไม่ต้องตอกบัตรเข้าออก ทุกคนเข้าใจในส่วนของตัวเอง จะเข้าออกออฟฟิศ ออกกำลังกาย และกลับมาทำงานต่อตอนไหนก็ได้

เมื่อฉันเดินเข้าไปในสำนักงานใหญ่ของ ONE เวลาไหนก็ตาม ฉันเห็นผู้คนที่นี่มีความสุข ทุกคนพร้อมที่จะมาทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้าเพื่อตามล่าความฝัน

ฉันรักทีมสร้างสรรค์กิจกรรมของเรา รวมถึงความจริงที่ว่าเราจะมีเวลาได้ทำอะไรร่วมกันอย่างน้อยเดือนละครั้ง แม้ตารางงานของเราจะวุ่นแค่ไหนก็ตาม เราสามารถใช้เวลาครึ่งวันทำงานนอกออฟฟิศ เพื่อทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน และทำให้ทุกคนรู้จักเพื่อนร่วมงานของตนเองในมุมที่แตกต่างจากเดิม

พวกเรายังมีการจัดปาร์ตี้ประจำปี และมันก็สนุกมากด้วยเช่นกัน มันทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นคนสำคัญในงานที่ทำ ทำให้เห็นคุณค่าและชื่นชมในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูงไปจนถึงแม่บ้าน

ทุกคนที่นั่นได้รับความสำคัญอย่างเท่าเทียม ถูกประเมินค่าเสมอกัน และทุกคนอยู่ที่นี่ก็เพราะเคารพในความฝันหรือเป้าหมายที่ต้องการพิชิต

Hey YOU, yea you! Have a great day!!

Posted by Miesha Tate on Wednesday, June 12, 2019

บรรยากาศที่นี่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนครอบครัว เราอยู่ด้วยกัน สนิทสนม และเชื่อใจกัน

แน่นอนเราทุกคนที่ ONE ล้วนทำงานหนัก แต่มันก็เป็นความรู้สึกที่ดี

“มิชา เทต” คือรองประธานของ วัน แชมเปียนชิพ อดีตเธอคือแชมป์โลกศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานหลายสมัย รวมถึงเป็นนักกีฬาหญิงผู้บุกเบิกกีฬานี้ ติดตามบทความของเธอได้ในโอกาสต่อๆ ไป

โหลดเพิ่มเติม

สมัครเพื่อไม่พลาดข่าวเด็ด

เพื่อไม่พลาดข่าวสารของ วัน แชมเปียนชิพ สมัครตอนนี้! เพื่ออ่านข่าวล่าสุดก่อนใคร รวมทั้งร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลสุดว้าวและรับสิทธิพิเศษในการเข้าชมการแข่งขันแบบไลฟ์สด
การส่งแบบฟอร์มนี้ถือว่าท่านให้ความยินยอมให้เรารวบรวม ใช้งาน และเปิดเผยข้อมูลของท่านภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา ท่านสามารถยกเลิกการสมัครรับข่าวสารได้ตลอดเวลา