ข่าว

โอกาสอยู่ไม่ไกล “ซุปเปอร์เล็ก” หมายเช็กบิล “พันธ์พยัคฆ์” ก่อนถีบตัวเองขึ้นชิงแชมป์โลก

16 ก.ค. 2020

“The Kicking Machine” ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9 ยอดมวยจอมเตะจากบุรีรัมย์ เตรียมเปิดศึกสายเลือดกับคู่ปรับเก่าซึ่งเจอกันมาแล้ว 6 ภาค อย่าง “ยอดมวย 3 พ.ศ.” พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ ภายใต้กติกามวยไทย 3 ยก ในศึก ONE: NO SURRENDER วันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ที่กรุงเทพฯ

 

ซุปเปอร์เล็ก vs พันธ์พยัคฆ์

 

ความพ่ายแพ้ 4 ครั้งกับคู่ปรับเก่า (ชนะ 1 เสมอ 1) ไม่ได้ทำให้ ซุปเปอร์เล็ก รู้สึกวิตกกังวลอย่างที่คนไทยชอบใช้คำว่า “แพ้ทาง” แต่อย่างใด หนำซ้ำเขายังเชื่อว่า การชกในกติกาของ วัน แชมเปียนชิพ ที่เน้นเรื่องรูปมวย การออกอาวุธเข้าเป้า และไม่มีราคาเซียน รวมถึงการใช้นวมเปิดนิ้ว 4 ออนซ์ ซึ่งเล็กและบางกว่าปกตินั้น จะส่งผลทำให้ไฟต์นี้แตกต่างและตื่นเต้นกว่า 6 ไฟต์ที่ชกในสนามมวยมาตรฐานบ้านเรา

“ผมไม่รู้สึกว่าผมแพ้ทางมวยเขานะครับ ผมอาจจะแพ้เขามาเยอะ แต่ไม่ได้แพ้แบบขี้เหร่ ส่วนหนึ่งมันก็มีเรื่องของราคาเซียนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ไม่ได้ดูที่ฝีมือหรืออาวุธมวยอย่างเดียว”

“ผมว่าการแข่งขันมันอยู่ที่ความมุ่งมั่น โดยเฉพาะกับไฟต์นี้ที่ใช้นวมเล็ก ซึ่งผมไม่ค่อยชอบนะเพราะมันป้องกันตัวยาก แต่มันก็เป็นตัวแปรสำคัญ เพราะนวมมันบาง บางคนโดนแล้วทนอยู่ได้ บางคนอยู่ไม่ได้ สำหรับผมก็เคยโดนมาแล้วในไฟต์ที่ผ่านๆ มา ก็ยังโอเคอยู่ และผมก็ใส่ซ้อมตลอดจนเริ่มชินมากขึ้นแล้วครับ”

 

 

หากนับจากไฟต์สุดท้ายที่ ซุปเปอร์เล็ก ขึ้นชกในเดือนธันวาคม ที่สนามมวยเวทีราชดำเนิน ก็เป็นเวลาร่วม 7 เดือนแล้วที่แฟนๆ ไม่ได้เห็นเขาขึ้นเวทีเลย ซึ่งจริงๆ แล้ว ซุปเปอร์เล็ก มีโปรแกรมขึ้นชกใน ศึก วัน แชมเปียนชิพ เมื่อเดือนมีนาคม 2563 แต่กลับมาเจอโควิด-19 เบรกไว้ซะก่อน

“ผมรู้ตัวว่าจะได้ขึ้นชกศึก ONE ในเดือนมีนาคม ผมก็เตรียมตัวซ้อมไว้แล้ว แต่พอมาเจอโควิด การแข่งขันต้องเลื่อนออกไป ผมก็ยังซ้อมอยู่ตลอด แทบทุกวัน ไม่ได้ขาด วิ่งบ้าง เตะกระสอบเล่นบ้าง ถึงไม่หนักเหมือนตอนซ้อมแข่ง แต่ก็ไม่ได้ปล่อยตัวครับ”

“พอช่วงกลางเดือนมิถุนายน ทางค่ายเพชรยินดีโทรมาบอกว่าให้ซ้อมรอ เพราะอาจจะมีรายการของ ONE ซึ่งตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าคู่ชกเป็นใคร ผมใช้เวลาปรับสภาพร่างกายอยู่สองอาทิตย์ เพื่อให้ร่างกายเข้าที่เข้าทาง เพราะมันร้างไปนาน จากนั้นผมก็ซ้อมหนักมาตลอด”

“มารู้ว่าคู่ชกคือ พันธ์พยัคฆ์ แว่บแรกผมก็รู้สึกธรรมดานะครับ ไม่ได้กังวลอะไร และถึงจะเจอกันมาหลายครั้งก็ยังไม่เบื่อ เอาจริงๆ ผมก็อยากแก้มือกับเขานะ อีกอย่างด้วยความที่ไม่มีรายการมานาน ผมก็หวังลึกๆ ว่าขอให้ได้ชกใน ONE ผมก็ดีใจแล้ว”

 

 

แม้คู่นี้จะเจอกันมาแล้วถึง 6 ครั้ง แต่จะเป็นครั้งแรกที่ใช้กติกามวยไทยของ วัน แชมเปียนชิพ โดยก่อนหน้านี้ต่างฝ่ายต่างเก็บชัยชนะแบบไร้พ่าย 2 ไฟต์เท่ากัน ซึ่งในแรงกิงนักกีฬา ONE จัดให้ พันธ์พยัคฆ์ รั้งอยู่ในอันดับ 1 (รองจากแชมป์โลก รถถัง) ตามมาด้วย ซุปเปอร์เล็ก อยู่ในอันดับ 2 ของนักกีฬามวยไทย รุ่นฟลายเวต (56.8-61.2 กิโลกรัม) จึงมีโอกาสลุ้นมากว่า หาก ซุปเปอร์เล็ก ผ่านด่านนี้ไปได้ ความฝันที่จะได้ชิงแชมป์โลกก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม

“ผมยังไม่ได้มองข้ามไปไกลถึงขั้นนั้น เพราะคู่แข่งรายนี้ไม่ง่าย แต่ลึกๆ ผมก็คิดมาตลอด คิดจริงๆ เวลาชกนี่ผมคิดตลอดว่าผมอยากเป็นแชมป์ ONE ยิ่งครั้งนี้ผมตั้งใจมากจริงๆ เพราะถ้าผ่านเขาไปได้ ผมก็อยากจะมีโอกาสได้ชิงแชมป์บ้าง”

“ผมกับพันธ์พยัคฆ์ ต่างคนต่างก็มีฝีมือนะครับ มันอยู่ที่ใครจะพลาดเท่านั้น ผมดูเขาชกใน ONE มาสองไฟต์ เขาก็ชกดีอยู่แล้วนะครับ เป็นมวยฝีมือ เข้าถึงตัวยาก ชกฉลาด มีลูกจุกจิก และไว เขามีแข้งซ้ายและลูกถีบขวาที่ต้องระวัง เขามีจังหวะอยู่แล้ว ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งเดินหาก็จะเสียเปรียบทันที”

“ที่ผ่านมาเขาอาจจะยังไม่เคยโดนเต็มๆ เพราะคู่ชกเข้าถึงตัวเขายาก ถึงโดนก็อาจจะไม่หนัก และโดนขึ้นมาก็ไม่รู้จะเป็นยังไง ยิ่งนวมเล็กด้วย นี่เป็นตัวแปรเลย ไฟต์นี้ล่ะครับเดี๋ยวจะได้รู้กัน”

 

ฟ้าใส – ซุปเปอร์เล็ก

 

ตอนนี้ ซุปเปอร์เล็ก ฝึกซ้อมอยู่ที่ค่ายเกียรติหมู่ 9 ในบ้านเกิดที่ จ.บุรีรัมย์ พร้อมกับพี่เลี้ยงคู่ใจคนเดิม “ฟ้าใส เกียรติหมู่ 9” โดยได้วางแผนสำหรับการชกครั้งนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว

“เรื่องแผนการชก ผมต้องอาวุธให้เยอะ ต้องเน้นทุกอย่าง ต้องทำให้ได้ และดูสถานการณ์บนเวทีประกอบกัน เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเขาจะมาแผนไหน ผมมองเห็นจุดอ่อนของเขา และเตรียมแผนที่จะเล่นงานเขาไว้แล้ว แต่ขอไม่เปิดเผยนะครับ”

“บอกเลยผมตั้งใจมากสำหรับไฟต์นี้ โอกาสชนะมีแน่นอน ถึงคู่ชกผมไม่ง่าย แต่ความมุ่งมั่นผมเต็มร้อย ถ้าผ่านเขาไปได้ โอกาสที่จะเข้าใกล้การชิงแชมป์โลกก็อยู่ไม่ไกลแล้วครับ”

 

อ่านเพิ่มเติม: