ข่าว

“เปี๊ยก พงษ์ศิริ” นักสู้หนุ่มดอย เตรียมลับเข่าลอยไว้สอยคู่แข่งจอมเก๋าแดนซามูไร

12 ส.ค. 2020

“พงษ์ศิริ มิตรสาธิต” นักสู้หนุ่มดอยแชมป์มวยไทยล้านนา วัย 24 ปี เตรียมเปิดศึกแรกหลังห่างหายไปหลายเดือนในช่วงโควิด-19 กับนักสู้จอมเก๋าแดนซามูไร “อากิฮิโร ฟูจิซาวา” วัย 40 ปี ที่อาศัยอยู่เมืองไทยจนเปรียบเสมือนเป็นบ้านหลังที่สอง โดยทั้งคู่ตกลงดวลกันในกติกาการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ศึก ONE: NO SURRENDER II ศุกร์ที่ 14 สิงหาคมนี้

 

อากิฮิโร vs พงษ์ศิริ

 

จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ไม่เชิง เพราะคู่แข่งรายนี้มีอายุ 40 ปี ซึ่งมาพร้อมกับประสบการณ์ที่สั่งสมในกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสานถึง 16 ปีเต็ม แถม อากิฮิโร ยังเข้ามาใน วัน แชมเปียนชิพ ด้วยการพิสูจน์ตัวเอง ในฐานะผู้ชนะการแข่งขัน ONE Warrior Series (OWS) ซีซันแรก เมื่อเดือนมีนาคม 2561 ซึ่งการันตีได้ว่า ฝีมือย่อมไม่ใช่ไก่กาแน่นอน

ส่วนตัว พงษ์ศิริ มีแต้มต่อก็เรื่องที่เคยผ่านเวทีมวยไทยมาร่วม 90 ไฟต์ ทำให้เขามั่นใจว่ามีทักษะการยืนสู้ชนิดข้นคลั่ก และเชื่อว่าด้วยความหนุ่มสดกว่าถึง 16 ปี จะทำให้เขามีแรงกำลังในการหักโค่นนักสู้จอมเก๋ารายนี้ได้

“กับคู่ต่อสู้รายนี้ ผมได้ยินชื่อเขามาบ้าง แต่ไม่ได้ติดตามอย่างจริงจัง พอรู้ว่าต้องมาเจอกัน ผมจึงกลับไปศึกษาไฟต์ย้อนหลังของเขา ซึ่งทำให้รู้ว่าเขามีเกมภาคพื้นที่แข็งแกร่งพอสมควร แต่คิดว่าผมสามารถรับมือได้ โดยใช้เกมยืนสู้ซึ่งเป็นจุดแข็ง บีบเกมให้เข้าทางของผมครับ”

 

Yoshitaka Natio vs. Pongsiri Mitsatit at ONE: MASTERS OF DESTINY in Manila, Philippines

 

ทั้ง พงษ์ศิริ และ อากิฮิโร เอง ต่างก็เคยเป็นนักสู้ที่มีสถิติไร้พ่ายต่อเนื่องหลายไฟต์ แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งคู่กลับพ่าย 3 ไฟต์ติดต่อกันใน วัน แชมเปียนชิพ ต่างฝ่ายจึงต่างมีความหวังที่จะคืนฟอร์ม และเรียกความศรัทธาของแฟนๆ โดยไฟต์นี้ทั้งคู่เจอกันในน้ำหนักเฉพาะ (แคตช์เวต) 59.5 กก. ซึ่งมากกว่ารุ่นสตรอว์เวต (52.3 – 56.7 กก.) ที่เคยชกอยู่ แต่ก็เป็นความเห็นพ้องต้องกันของทั้งสองคน

อย่างไรก็ตาม การร้างเวทีไปนานทำให้ พงษ์ศิริ ยอมรับว่าสภาพร่างกายของเขาอาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทาง แม้จะทำงานเป็นเทรนเนอร์สอนมวยไทย แต่ก็ไม่ได้ซ้อมหนักเหมือนช่วงปกติ

 

 

ส่วนการเตรียมความพร้อมในไฟต์นี้ เจ้าตัวลงไปเก็บตัวที่ค่ายไทเกอร์มวยไทยตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม โดยเน้นฝึกซ้อมการป้องกันตัวในเกมนอนสู้เพื่อไว้รับมือกับคู่แข่งรายนี้โดยเฉพาะ

“ผมคิดว่าทั้งเกมยืนและเกมนอน ผมมีการพัฒนาขึ้นเป็นลำดับนะครับ โดยเฉพาะการยืนสู้ซึ่งผมมีพื้นฐานมวยไทยอยู่แล้ว แต่สิ่งที่จะแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมาคือการชกในรุ่นน้ำหนักเฉพาะ 59.5 กก.”

“แผนการต่อสู้ ผมคงเน้นการป้องกันตัว และการยืนสู้ที่ถนัด โดยตั้งใจจะใช้ลูกเข่าลอยซึ่งเป็นอาวุธที่ฝึกฝนเป็นพิเศษ ซึ่งจะมีโอกาสได้ใช้ไหม ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์บนเวทีด้วยครับ”

 

อ่านเพิ่มเติม: