ข่าว

“บิ เหงียน” ลั่น ใครก็ล้มเธอไม่ได้ในบ้านเกิด

6 ก.ย. 2019

เป็นเวลากว่า 20 ปีที่ “Killer Bee” บิ เหงียน ไม่ได้กลับมาเยี่ยมเยียนประเทศเวียดนาม แต่เมื่อเธอเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ มันรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านอีกครั้ง

วันศุกร์ที่ 6 กันยายนนี้ นักกีฬาศิลปะการต่อสู้สาวสุดแกร่งจะขึ้นสังเวียนต่อหน้าแฟนๆ ในบ้านเกิด เมื่อมีคิวดวลหมัดกับ “The Cyclone” พูจา โทมาร์ ในการแข่งขัน วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ มวยไทย รุ่นอะตอมเวตหญิง ของศึก ONE: IMMORTAL TRIUMPH

แม้ว่าเธอจะเดินทางหลายพันไมล์ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกจากสหรัฐอเมริกาถึงโฮจิมินห์ซิตี้ แต่เธอไม่รู้สึกว่าอยู่ต่างบ้านต่างเมืองเลยแม้แต่น้อย

“มันแปลกดีที่ฉันไม่รู้สึกเลยว่าฉันกำลังเดินทางอยู่”

“เพราะฉันพูดภาษาเดียวกันกับพวกเขา พวกเราเหมือนกัน ฉันรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้าน”

การต่อสู้ที่กำลังจะมาถึงในเวียดนาม นอกจากจะทำให้ เหงียน ได้กลับบ้านเกิดแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเรื่องราวที่เธอเฝ้ารอจากไฟต์นี้

ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ขณะที่เธอมุ่งมั่นอยู่กับศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน อดีตดาวดังจากรายการทีวีเรียลลิตี้โชว์ Survivor เริ่มฝึกฝน “ศาสตร์แห่งอาวุธทั้งแปด” และเธอรู้สึกยินดีมากกับโอกาสที่จะได้ขึ้นชกมวยไทยบนสังเวียนระดับโลก

“ฉันเป็นที่รู้จักในกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน โดยเฉพาะที่ ONE และในเอเชีย ฉันมีเอกลักษณ์ที่การนอนสู้ แต่ฉันชอบมวยไทยมากๆ”

“ฉันหลงรักศิลปะการต่อสู้ เพราะความสวยงามของศิลปะแม่ไม้มวยไทย การที่ได้ขึ้นสังเวียนในศึกที่มีความสร้างสรรค์อย่าง วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ ด้วยการสวมนวมศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันพอดีกับมือของเรา ฉันชอบมันมาก”

“ฉันคิดว่า ONE ได้ทำสิ่งที่พิเศษจริงๆ กับ วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ โดยการหลอมรวมสองอย่างนี้เข้าด้วยกัน ฉันรู้สึกตื่นเต้น มันจะเป็นไฟต์ที่เต็มไปด้วยความมัน”

ปัจจัยหลักของ บิ เหงียน ในการเข้าร่วมงานกับ “บ้านของศิลปะการต่อสู้” คือโอกาสในการต่อยอดกับการแข่งขันที่หลากหลาย ดังนั้น การขึ้นชกกับ โทมาร์ ด้วยกติกามวยไทยในศึกครั้งแรกของ ONE ที่เวียดนาม เปรียบเสมือนความฝันที่เป็นจริงของเธอ

“สิ่งที่ฉันได้จากคุณชาตรี (ศิษย์ยอดธง) คือความตั้งใจของเขาที่จะนำศิลปะการต่อสู้สู่สายตาชาวโลก”

“เราไม่สามารถนำเสนอศิลปะการต่อสู้ที่แท้จริงด้วยกีฬามิกซ์ มาร์เชียล อาร์ต (MMA) เพียงอย่างเดียว ฉันคิดว่ามันสุดยอดมากที่เขาให้เราได้มีโอกาสแสดงฝีมืออย่างหลากหลายในแบบที่เรารัก”

หลังจากกลับคืนสู่สังเวียนผ้าใบเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสามปี บิ เหงียน ได้นำตำราแม่ไม้มวยไทยของเธอมาปัดฝุ่นเพื่อเตรียมรับมือกับ โทมาร์ ในสุดสัปดาห์นี้

อาวุธของเธอต้องเฉียบคมในการเผชิญหน้ากับนักสู้สาวจากอินเดีย แม้ โทมาร์ จะมาจากกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน แต่เกมยืนของเธอนั้นเด็ดขาดมาก

โทมาร์ ในวัย 25 ปี เป็นแชมป์วูซูระดับประเทศถึง 4 สมัย ด้วยสถิติที่น่าทึ่ง ชนะ 67 แพ้ 5 และเธอยังมั่นใจอีกว่า เธอสามารถนำทักษะการต่อสู้มาปรับใช้กับมวยไทยได้แน่นอน

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการเตรียมความพร้อม บิ เหงียน พยายามไม่โฟกัสเรื่องอื่นนอกจากตัวเธอเอง เธอมั่นใจในตัวโค้ชว่าจะมีวิธีที่ทำให้เธอออกจาก ฝูเถาะ อินดอร์ สเตเดียม ด้วยชัยชนะ

“สำหรับคู่ต่อสู้ทุกคน ฉันส่งวิดีโอทั้งหมดไปให้โค้ช หรือเขาจะศึกษาสไตล์การชก และวางแผนฝึกซ้อมเพื่อให้ฉันต่อกรกับคู่ต่อสู้นั้นๆ”

“การประเมินคู่ต่อสู้ของฉันคือสิ่งที่โค้ชให้การบ้านมา ฉันรู้ว่า โทมาร์ มีหมัดที่หนักหน่วง ดังนั้นเราจึงซ้อมเพื่อรับมือกับหมัดเหล่านั้น รวมถึงการเตะ ซึ่งฉันก็ได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว”

“ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ความเร็วและการโจมตีที่หลากหลายของฉันจะทำให้ฉันเหนือกว่าเธอในไฟต์นี้”

แม้ว่า บิ เหงียน จะยอมรับในความอันตรายของคู่ต่อสู้ และได้เตรียมตัวเป็นอย่างดี แต่เธอรู้สึกว่า เธอจะไม่สร้างความผิดหวังต่อหน้าแฟนๆ ชาวเวียดนามแน่นอน

“เธอไม่สามารถล้มฉันในบ้านเกิดได้” 

“เธอจะต้องยอมรับมัน เพราะฉันจะสู้ด้วยความดุดันและยืนหยัดอย่างหนักแน่น ฉันนึกไม่ออกเลยว่า ความแข็งแกร่งของฉันจะเพิ่มขึ้นมากแค่ไหนเมื่อได้รับเสียงเชียร์จากแฟนๆ ในวันที่ 6 กันยายนนี้”

โฮจิมินห์  ซิตี้ | 6 กันยายน | 17.30 น. | ONE: IMMORTAL TRIUMPH | ทีวี: ตรวจสอบวัน-เวลาออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์ในประเทศ | บัตรเข้าชม: http://bit.ly/oneimmortal19