บทความ

Spotlight Sunday: 3 เรื่องน่าทึ่งของนักสู้หญิงเก่งและแกร่ง “เจเน็ต ท็อดด์”

24 พ.ค. 2020

“JT” เจเน็ต ท็อดด์ ก้าวขึ้นมาเป็นนักสู้แถวหน้าในชุด  วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ ของ วัน แชมเปียนชิพ อย่างรวดเร็ว จากการสร้างผลงานอันโดดเด่น บุคลิกที่เป็นสาวมั่น มีความเป็นตัวเอง และหัวจิตหัวใจที่รักในศิลปะการต่อสู้ ถึงขั้นที่ทิ้งอนาคตวิศวกรรมการบิน เพื่อเดินหน้าล่าฝันอันยิ่งใหญ่

วันนี้ เจเน็ต อยู่ในฐานะแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นอะตอมเวต ที่เพิ่งกระชากเข็มขัดไปต่อหน้าต่อตาอดีตเจ้าของบัลลังก์อย่าง “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พาชัยชนะฝ่าวิกฤติโควิด-19 นำเข็มขัดอันทรงเกียรติกลับประเทศอเมริกาอย่างภาคภูมิใจ 

Spotlight Sunday สัปดาห์นี้ จึงขอนำเรื่องราวของนักชกหญิงลูกครึ่งอเมริกัน-ญี่ปุ่นรายนี้มาสรุปเป็น 3 ประเด็นสำคัญที่อาจทำให้คุณต้องทึ่งกับชีวิตของเธอ

 

เธอคือแชมป์โลก

View this post on Instagram

THAAAANK YOUUUUU to everyone who sent me encouraging messages and support! I really felt your love going in that circle tonight. I wanted to do this for us, and together, WE DID IT! Thank you for everyone who made this possible for me. I couldn’t achieved this without each and every one of you: THANK YOU to ONE Championship, Chatri Sityodtong & Victor Cui for creating the biggest and best platform in the world to showcase world class athletes in Martial Arts! THANK YOU to My Husband Dustin & My Parents; Bryan & Tiky Popejoy, Jackie Buntan, April Vergara, Caia Knowles and the rest of my #BoxingworksFamilia ; Jackie Guerra, Kenya Parham & my entire Game Ready Performance Tribe #getgameready ; USA Muay Thai Victor Alvarez and Jeff Dojillo; Dr. Jason Park & Cool Heart Performance. & to my sponsors: InfightStyle, University of Recovery & Dojillo Athletics!!@onechampionship @yodchatri @victorcui @bryanpopejoy @tikysirisutepopejoy @boxingworks @jackiemguerra @gamereadyp @usamuaythai @victorisaacalvarez @jeffdojillo @da_losangeles @teamcoolheart @drjasonpark @infightstyle @uofrecovery @jackiebuntan @agv_42 @caiapinecones

A post shared by Janet “JT” Todd (@jmcoakle) on

เจเน็ต กล่าวขอบคุณทุกกำลังใจที่ทำให้เธอคว้าเข็มขัดแชมป์โลกเส้นนี้มาได้

 

เจ้าของฉายา “JT” ที่ย่อมาจากชื่อ “เจเน็ต ท็อดด์” เริ่มฝึกศิลปะการต่อสู้ครั้งแรก สมัยที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย โดยเธอฝึกคาร์ดิโอคิกบ็อกซิ่งเพื่อรักษารูปร่างตามประสาหญิงสาวรักสวยรักงาม

หลังจากที่ “ดัสติน” แฟนหนุ่มของเธอที่ตอนนี้คือสามีผู้อยู่เคียงข้างเธอมาตลอด แนะนำให้รู้จักกับมวยไทย เธอก็ติดใจในวิชาอันว่าด้วยเรื่อง “ศาสตร์แห่งอาวุธทั้งแปด” จนถอนตัวไม่ขึ้น

 

เจเน็ต และ ดัสติน

 

เธอมีทักษะทางกีฬาจากยิมนาสติก และเชียร์ลีดเดอร์เป็นต้นทุนอยู่ก่อนแล้ว จึงแทบไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวกับกีฬาใหม่มากนัก ในไม่ช้าสาวลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกันก็ก้าวขึ้นสู่สังเวียนการต่อสู้ และประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม

เจเน็ต คว้าเหรียญทองจากการแข่งขัน IFMA Pan-American Championships และ เหรียญทองแดง IFMA World Championships ก่อนที่จะพาตัวเองก้าวสู่เวทีระดับโลกในฐานะนักกีฬา วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ ของ วัน แชมเปียนชิพ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

 

Janet Todd poses with her newly-won ONE Atomweight Kickboxing World Title

 

แม้ว่าเธอจะพ่ายให้กับ แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ ในนัดเปิดตัวครั้งแรกเพื่อชิงตำแหน่งแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต แต่เธอก็กู้หน้าตัวเองด้วยชัยชนะสามครั้งติดต่อกันหลังจากนั้น และคว้าตั๋วเข้ามารีแมตช์กับ แสตมป์ จนได้

นักชกหญิงวัย 34 ปีจากแคลิฟอร์เนีย เดินทางมาขึ้นสังเวียนที่สิงคโปร์ด้วยความหวัง เพื่อเผชิญหน้ากับคู่ปรับเก่า (แสตมป์) ในกติกาใหม่อย่าง คิกบ็อกซิ่ง และกลับไปพร้อมเข็มขัดแชมป์โลกอันทรงเกียรติ ด้วยชัยชนะอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ ซึ่งบัลลังก์ระดับโลกแห่งนี้ ถือเป็นเกียรติประวัติอันสูงสุดในฐานะนักกีฬาที่เธอเคยครองมาในชีวิต

 

วิศวกรการบิน

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เจเน็ต ท็อดด์” คือหนึ่งในนักชกหญิงที่เก่งกาจที่สุดของ วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ และไม่เพียงเท่านั้นเธอยังมีดีกรีที่น่าทึ่งในวงการวิศวกรรมอีกด้วย

เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตร 5 ปีที่จากมหาวิทยาลัย แคลิฟอร์เนีย โพลีเทคนิค สเตต ใน ซานหลุยส์โอบิสโป แคลิฟอร์เนีย จากนั้นเธอก็ตั้งใจจะเอาดีในฐานะวิศวกรการบิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการออกแบบ, ก่อสร้าง, และการบำรุงรักษาอากาศยานและยานอวกาศ ซึ่งต้องใช้ความเฉลียวฉลาดและความมุ่งมั่นสูง

เชื่อเถอะว่าเธอนำไอคิวอันล้นเหลือนี้มาปรับใช้ในสังเวียนการต่อสู้ด้วยแน่นอน

 

ลูกครึ่งสองวัฒนธรรม

เจเน็ต และแม่ของเธอ

 

แม้เธอจะเกิดในประเทศมหาอำนาจที่มีความอิสระเสรีอย่างอเมริกา แต่แม่ชาวญี่ปุ่นก็เลี้ยงดูเธอแบบสไตล์คนญี่ปุ่น ทำให้เธอซึมซับวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาอย่างมากมาย และพูดภาษาญี่ปุ่นได้เป็นภาษาแรกตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียน

เธอยอมรับว่า เคยมีความกังวลเรื่องชาติกำเนิดในสมัยเด็กๆ จากการที่ต้องพกข้าวกล่องเบนโตะแบบญี่ปุ่นที่มีพวกข้าวปั้นต่างๆ ไปโรงเรียน ในขณะที่เพื่อนๆ มีแซนด์วิชแบบฝรั่ง กว่าเธอจะยอมรับความแตกต่างนี้ได้ก็สมัยที่เธอโตเป็นวัยรุ่นตอนปลายแล้ว

อย่างไรก็ตามถึงตอนนี้ เจเน็ต กลับรู้สึกภูมิใจที่เธอมีสองเชื้อชาติซึ่งอยู่ต่างฟากของมหาสมุทรอันเป็นชาติกำเนิดของบรรพบุรุษของตัวเอง

 

อ่านเพิ่มเติม: