บทความ

WFH Wednesday: “ยอดพนมรุ้ง” วางแผนรวยด้วยธุรกิจเต็นท์รถมือสอง

อาชีพนักมวยอายุงานขึ้นอยู่กับสังขาร แม้ “ป๊อก” ยอดพนมรุ้ง จิตรเมืองนนท์ เจ้าของฉายา “ขุนเข่าสายฟ้า” จะยังหนุ่มแน่นอายุเพียง 26 ปี และมีเวลากอบโกยเงินทองจากอาชีพนี้ แต่ช่วงหนึ่งที่เขาเริ่มหาคู่ชกยาก ก็เริ่มตระหนักว่าเขาควรหาอาชีพเสริมเพื่อเป็นแหล่งรายได้อีกทาง นอกเหนือจากการชกมวยที่เป็นงานหลัก

จุดเริ่มต้นของนักมวยซึ่งมีความรู้ระดับ ปวส. และไม่เคยทำธุรกิจอย่าง ยอดพนมรุ้ง โชคดีที่เขามีญาติทำเต็นท์รถมือสองอยู่แล้ว เวทีนี้เขาจึงมีพี่เลี้ยงคอยช่วยเหลือ

 

 

“ญาติชวนผมทำเต็นท์รถตั้งนานแล้วครับ แต่ก่อนหน้านั้นผมมีคิวชกเยอะจึงยังไม่ว่าง แต่พอถึงช่วงหนึ่งที่เริ่มหาคู่ชกยากขึ้น ทำให้ผมมีเวลา และคิดว่าน่าจะหางานอื่นสำรองไว้ ประกอบกับที่ผมอยากเก็บเงินซื้อบ้านใหม่ จึงอยากมีรายได้เพิ่มครับ”

แหล่งรายได้ที่สองของ ยอดพนมรุ้ง เริ่มด้วยเงินลงทุนหลักแสนต้นๆ โดยหุ้นกับญาติซื้อรถมาแล้วขายออกไป รายได้แบ่งสรรปันส่วนกันไปตามเงินที่ลง

จากนักมวยที่ไม่มีความรู้เรื่องเต็นท์รถ ผ่านไปครึ่งปี ยอดพนมรุ้ง มีเต็นท์รถของตัวเองในชื่อ “ยอดพนมรุ้ง Autocar” ตั้งอยู่ที่ซอยสวนผัก 27 เขตตลิ่งชัน ข้างๆ กันเป็นเต็นท์รถของญาติชื่อ “หน่อง SK” ซึ่งช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลเต็นท์รถให้ยามที่เขาต้องเข้าค่ายซ้อมมวย

 

 

“ส่วนใหญ่ญาติผมจะเป็นคนช่วยดูแลเต็นท์ให้ครับ เพราะผมยังต้องซ้อมมวยและชกมวยอยู่ ล็อกของผมกับญาติจึงอยู่ติดกันเพื่อจะได้สะดวกในการดูแล”

“ที่เต็นท์จะจอดรถได้ประมาณ 6-7 คันครับ ผมลงทุนซื้อมา ถ้าขายออกไปได้จึงค่อยซื้อคันใหม่เข้ามาเติมเรื่อย ที่ผ่านมาผมก็ได้ญาติช่วยสอน ช่วยดูให้ว่ารถคันไหนดี ผมก็จะลงทุนซื้อมาขาย แต่ถ้าคันไหนที่ราคาสูงก็จะหุ้นกันซื้อ ขายได้ก็แบ่งกำไรกันไปครับ”

 

 

“ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะได้จากญาติหามาบ้าง และมาจากเฟซบุ๊กของผมบ้าง รายได้แต่ละเดือนมากบ้าง น้อยบ้าง อย่างช่วงนี้ที่มีโควิด คนไม่กล้าใช้เงิน ผมก็ต้องชะลอการซื้อ ยังไม่กล้าเอารถใหม่เข้ามา”

“รถส่วนใหญ่ในเต็นท์ของผมจะเป็นรถบ้าน มีทั้งรถเก๋ง รถกระบะ ซึ่งเป็นรถใช้ทำมาหากินจะขายดี ราคาสูงสุดที่เคยขายออกไปก็ราวๆ สองแสนกว่าบาทครับ”

 

 

นับจากวันแรกจนถึงตอนนี้ก็ผ่านไปราวหนึ่งปี ยอดพนมรุ้ง ขายรถออกไปได้ราวๆ 50 คัน ทั้งในส่วนที่หุ้นกับญาติ และส่วนที่ซื้อมาขายด้วยเงินลงทุนส่วนตัว

เฉลี่ยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายหนึ่งปีที่ผ่านมาเฉียดๆ ครึ่งล้านบาท เป็นตัวเลขที่หลายคนเห็นแล้วถึงกับเอามือทาบอกทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ยอดพนมรุ้ง ยืนยันว่ายังคงยึดอาชีพนักมวยไปจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว และการได้ชกในรายการ วัน แชมเปียนชิพ นั้นสร้างรายได้ให้เขาอย่างเป็นกอบเป็นกำ ตราบใดที่เขายังมีแรงเขาไม่ทิ้งอาชีพนักมวยไทยที่เขารักอย่างแน่นอน

 

อ่านเพิ่มเติม: