บทความ

Transformation Tuesday: “พงษ์ศิริ” จากหนุ่มกะเหรี่ยงสู่นักสู้เวทีระดับโลก

Transformation Tuesday สัปดาห์นี้ พาไปพบเรื่องราวชีวิตพลิกฝ่ามือของ “เปี๊ยก” พงษ์ศิริ มิตรสาธิต หนุ่มดอยเชื้อสายกะเหรี่ยง จากอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ที่กลายมาเป็นหนึ่งในนักกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) เพียงไม่กี่คนของไทยที่ได้ร่วมงานกับองค์กรศิลปะการต่อสู้ระดับโลก วัน แชมเปียนชิพ ซึ่งทำให้เขาตระหนักว่าสิ่งที่เขาเป็นอยู่ทุกวันนี้มันมาไกลเกินกว่าที่ฝันไว้มาก

 

 

พงษ์ศิริ เกิดในครอบครัวที่มีฐานะยากจน ต้องทำงานหาเงินแบ่งเบาภาระพ่อแม่ แถมยังต้องเผชิญกับการถูกรังแกเพราะความที่ตัวเล็กเหมือนกับชื่อเล่นว่า “เปี๊ยก”

เมื่อการกลั่นแกล้งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ พงษ์ศิริ จึงหันไปพึ่งวิชามวยไทยเป็นเครื่องป้องกันตัว ซึ่งเดิมทีเขาไม่ต้องชะตากับศิลปะการต่อสู้แขนงนี้สักเท่าไหร่ ทั้งที่คนในบ้านโดยเฉพาะ ‘พ่อ’ ที่ชอบดูมวยเป็นชีวิตจิตใจ

ช่วงอายุ 13 ปีสมัยที่เขาฝึกงานอยู่ในอู่ซ่อมรถที่อำเภอฮอด และได้ไปทดลองซ้อมมวยจากการชักชวนของลุงคนหนึ่งที่เขารู้จัก แค่เพียงครั้งแรกเขาก็ติดใจ และอยากเอาจริงเอาจังทางด้านนี้ พ่อของเขาซะอีกที่เป็นคนสั่งห้าม

“สมัยก่อนพ่อผมชอบดูมวยไทยช่อง 7 สีเป็นประจำ แต่ผมไม่สนใจเลย พอได้ไปซ้อมมวยครั้งแรกผมกลับชอบ และกลับมาถามพ่อว่าผมขอขึ้นชกได้ไหม พ่อตอบว่าไม่ เขาบอกว่าไม่อยากเห็นผมเจ็บ”

 

 

ช่วงนั้น พงษ์ศิริ ออกจากบ้านมาอาศัยอยู่ที่วัดเพื่อเรียนหนังสือ เขาจึงแอบไปซ้อมมวยโดยที่พ่อแม่ไม่รู้ แต่ไม่นานความลับก็แตก พ่อแม่ตามมาดูเขาชกมวย และเห็นลูกชายอยู่บนสังเวียนกับคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่กว่ามาก

“ผมมีโปรแกรมขึ้นชกแถวบ้าน จำได้ว่าคู่ชกวันนั้นน้ำหนักมากกว่าผมประมาณ 10 กิโล พอพ่อเห็นคู่ชกเท่านั้นแหละ เขาต่อว่าผมใหญ่เลยว่าทำไมถึงสู้กับคนตัวใหญ่กว่าตั้งเยอะ และสั่งห้ามผมขึ้นเวที”

วินาทีนั้นคงไม่มีอะไรหยุดไว้ได้แล้ว พงษ์ศิริ ขึ้นเวทีทำหน้าที่ของตัวเอง และเดินลงมาพร้อมกับชัยชนะ ซึ่งเขายอมรับว่าเป็นไฟต์ที่หนักเอาการ

ความตั้งใจและทุ่มเทของ พงษ์ศิริ ในที่สุดก็ทำให้พ่อแม่ใจอ่อนและยอมเปิดใจ ถึงกับสนับสนุนให้เขาเดินหน้าสู้เต็มที่ ถ้ามีใจรักทางนี้จริง ซึ่งนั่นทำให้เขาเดินทางบนเวทีผืนผ้าใบมาแล้วเกือบ 90 ไฟต์ และประสบความสำเร็จได้เป็นแชมป์มวยไทยภาคเหนือ

 

 

พงษ์ศิริ มีความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับ มวยไทย เสมอ ยกเว้นแต่เพียงเรื่องเดียวเมื่อเขาถูกโกงค่าตัวในการขึ้นชก ทำให้เขาเริ่มตระหนักว่าหนทางนี้อาจไม่สดใส ประกอบกับเขาได้รู้จักกีฬาการต่อสู้แขนงใหม่อย่าง การต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ที่คนไทยน้อยคนนักจะรู้จัก แต่ตลาดต่างชาติเป็นที่นิยมกันมาก

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น การต่อสู้แบบผสมผสาน คือการนำศิลปะการต่อสู้หลายแขนงมาใช้ร่วมกันทั้งในการยืนสู้และนอนสู้ นักกีฬาจึงต้องเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ที่หลากหลาย เปี๊ยก ซึ่งมีพื้นฐานมวยไทย จึงต้องศึกษาหาความรู้แขนงอื่นเพิ่มเติมโดยเฉพาะเกมนอนสู้ เพื่อใช้ป้องกันตัวและเล่นงานคู่แข่งขันเมื่อต้องลงไปเล่นในเกมภาคพื้น

พงษ์ศิริ เดินทางจากเหนือสู่ใต้เพื่อไปซ้อมที่ ค่ายไทเกอร์มวยไทย อันโด่งดังที่จังหวัดภูเก็ต เขามีชีวิตใหม่กับกีฬาใหม่ โดยคว้าชัยชนะด้วยการน็อกเอาต์หลังจากอายุครบ 18 ปีเพียง 4 วัน ก่อนจะต่อยอดสู่ชัยชนะ 10 ครั้ง ซึ่ง 9 ครั้งเป็นการปิดเกมแบบไม่ครบยก

 

 

ก่อนที่จะก้าวสู่ วัน แชมเปียนชิพ พงษ์ศิริ เก็บสถิติไร้พ่ายติดต่อกัน 6 ไฟต์ และเมื่อได้ร่วมงานกับองค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก เขาก็สร้างผลงานประทับใจหลายครั้งจากการเผด็จศึกคู่ต่อสู้ด้วยเข่าอันทรงพลัง

ตั้งแต่เขาแข่งขันในกีฬาการต่อสู้ชนิดนี้ ยังไม่เคยมีสักครั้งที่พ่อแม่จะมีโอกาสมาดูเขาสดๆ ข้างเวที พงษ์ศิริ หวังว่าสักวันหนึ่งเมื่อเขาได้ขึ้นชิงแชมป์โลก เขาจะพาครอบครัวกะเหรี่ยงของเขามาดูให้เห็นกับตา

 

อ่านเพิ่มเติม: