บทความ

Spotlight Sunday: เรื่องจริงของนักสู้ไซส์มินิ สูงแค่ 150 ซม. “กุสตาโว บาลาร์ต”

19 ก.ค. 2020

หากเอ่ยถึง “กุสตาโว บาลาร์ต” เชื่อว่ามีหลายท่านอาจไม่คุ้นชื่อของเขาเลยสักนิด แต่หากใบ้ว่านักสู้รุ่นฟลายเวตของ วัน แชมเปียนชิพ ผู้มีความสูงเพียง 150 ซม. สู้กับใครเสียเปรียบเรื่องช่วงตัวทุกราย เชื่อว่าหลายท่านน่าจะเคยผ่านหูผ่านตาการแข่งขันของเขามาบ้าง

 

 

เห็นเขาตัวเล็กๆ แบบนี้ กุสตาโว มีดีกรีเป็นแชมป์แพนอเมริกัน มวยปล้ำเกรโก-โรมัน 3 สมัย และยังเป็นนักกีฬาทีมชาติคิวบา ผู้มีลีลาการต่อสู้ที่ดุเด็ดเผ็ดมัน น่าเกรงขาม ผิดกับรูปร่างไซส์มินิ ซึ่งหากจะให้นิยามว่า “หัวใจใหญ่กว่าตับ” ก็ไม่น่าจะผิดอะไร

 

#ลูกชายนักมวยปล้ำ

กุสตาโว และ พ่อ

 

กุสตาโว บาลาร์ต เกิดในประเทศคิวบา โดยมีพ่อซึ่งเป็นนักกีฬามวยปล้ำทีมชาติ ผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา พ่อเป็นแรงบันดาลใจ และเป็นครูคนแรกผู้ถ่ายทอดวิชามวยปล้ำให้กับลูกชายอย่างหมดเปลือก

วัยเด็กของ กุสตาโว มีความซุกซน สดใส และแอ็กทีฟมาก เขาชอบออกไปเล่นนอกบ้าน เหมือนกับเด็กผู้ชายคิวบาทั่วไป

ผมเห็นพ่อเล่นมวยปล้ำมาตลอดในฐานะนักกีฬาทีมชาติคิวบา ผมมักติดสอยห้อยตามพ่อไปดูการแข่งขัน ซึ่งนั่นคือแรงบันดาลใจให้ผมเดินตามรอยของพ่อ ผมอยากทำให้พ่อภูมิใจที่ได้เห็นผมเป็นนักมวยปล้ำ และอาจจะทำได้ดีกว่าเขา”

ผมเริ่มฝึกมวยปล้ำตอนอายุ 7 ขวบ ในคลาสมวยปล้ำเกรโกโรมันสำหรับเยาวชน และพ่อก็ได้เห็นแววในตัวผม เขาจึงตัดสินใจฝึกสอนผมด้วยตัวเอง

 

 

ด้วยการสนับสนุนจากพ่อ กุสตาโว สามารถบรรลุเป้าหมายด้วยการคว้าแชมป์แพนอเมริกัน มวยปล้ำเกรโก-โรมัน 3 สมัย และได้เป็นตัวแทนของประเทศในฐานะนักกีฬาทีมชาติคิวบา ที่ลงแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก ปี 2012 ซึ่งเขายอมรับว่า เขาอาจจะเดินทางมาไม่ถึงจุดนี้หากไม่มีพ่อเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

“มันต้องใช้ความเสียสละ มุมานะ พยายามอย่างมาก ผมผ่านมันมาได้เพราะมีพ่อคอยผลักดันในวันที่ผมท้อแท้ พ่อมาเติมเต็มความเข้มแข็งให้ผม และอยู่เคียงข้างผมมาตลอดเส้นทางอาชีพ”

 

#ยอมห่างลูกเมียเพื่อสร้างอนาคต

 

แม้จะประสบความสำเร็จในฐานะนักมวยปล้ำมือสมัครเล่น แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงดูลูกและภรรยาของเขาได้

กุสตาโว จึงตัดสินใจเบนเข็มไปสู่กีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) โดยใช้พื้นฐานการปล้ำจับล็อกที่แข็งแกร่ง ซึ่งติดตัวมาตั้งแต่สมัยเป็นนักมวยปล้ำให้เป็นประโยชน์

เขารู้อยู่เต็มอกว่าการเลือกเส้นทางสายนี้หมายถึงการต้องทิ้งลูกและภรรยาไว้ที่คิวบา เพื่อไปหาความก้าวหน้าในสหรัฐอเมริกา แต่มันก็จำเป็น

 

 

ผมเดินทางผ่าน โคลัมเบีย ปานามา เม็กซิโก จนกระทั่งถึงชายแดนสหรัฐอเมริกา มันทำใจยากมากที่ต้องทิ้งภรรยาและลูกสาวไว้ข้างหลัง ซึ่งตอนนั้นภรรยาของผมกำลังท้องอยู่ด้วย แต่ผมไม่มีทางเลือกถ้าต้องการที่จะเดินทางสายนี้”

“ผมนึกถึงครอบครัว และอยากมอบอนาคตที่ดีให้พวกเขา ซึ่งที่สหรัฐอเมริกามีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพมากกว่า และมันสำคัญมากกับการสร้างอนาคตและความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเขา”

กุสตาโว ได้พักอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา และฝึกฝนวิชาการต่อสู้แบบผสมผสานภายใต้ทีม American Top Team ในไมอามี เขาได้ร่วมฝึกกับนักกีฬาคิวบาหลายคน รวมถึงนักกีฬาโอลิมปิกอย่าง “โยเอล โรเมโร”

 

#ความสำเร็จมีไว้พุ่งชน

View this post on Instagram

Feliz de continuar haciendo mi sueño realidad noviembre 8 de regreso a la.jaula manila filipinas . Gracias a @onechampionship por permitirme ser parte de esta gran promoción y así poder competir al mas alto nivel de este deporte . Gracias a @ironcladglobal por dirigir mi carrera por el mejor camino a mis entrenadores @gustavobalart @louarmani #Manuel López @r.llopis @miami_jiujitsuteam @ray_rayjitsu a mis patrocinadores @dynamic_wellnesss por su gran trabajo desde mi primera pelear recuperandome de cada dolencia diaria para poder mantenerme al 100 % @arancibiabailbonds_ @thebullycorp @the_airline_adventure @a.l.t.media @stephaniesantosjewelers #jalisco12 a mi equipo @freedomfightersmma A amigos que se han convertidos en familias ,y a ustedes mi gente que están al pediemte 100% de todo lo que sucede en mi carrera deportiva apolladome con su buenas energías vamos por más vamos por el el cinturón de campeón de mundo esa es la meta ????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????

A post shared by Gustavo Eddy Balart Marin ????️ (@gladiador_balart_) on

 

กุสตาโว มีน้ำหนักอยู่ในรุ่นฟลายเวตซึ่งไม่ค่อยเป็นที่นิยมนักในอเมริกา เพราะหาตัวนักกีฬายาก จึงทำให้เขาไม่ค่อยได้ลงสนามนักในช่วงแรก

แต่หลังจากที่รุ่นน้ำหนักของเขาถูกบรรจุลงในการแข่งขัน เขาก็เริ่มต้นเป็นนักกีฬาอาชีพทันที และสร้างสถิติอันน่าประทับใจด้วยการลงแข่งขัน 9 ครั้ง ชนะ 8 (น็อก 2) แพ้ 1

 

 

ความสำเร็จในช่วงระยะเวลา 4 ปี ส่งผลให้ กุสตาโว ได้ร่วมสังกัด วัน แชมเปียนชิพ โดยเปิดตัวในฐานะ 1 ใน 8 นักสู้ยอดฝีมือของทัวร์นาเมนต์ ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นฟลายเวต แต่ฝันของเขาก็สลายเมื่อเขาแพ้คะแนนและตกรอบแรกของทัวร์นาเมนต์

ด้วยความสูงเพียง 150 ซม. ไม่ว่าสู้กับใครก็ค่อนข้างเสียเปรียบเรื่องช่วงตัวอยู่เสมอ แต่มันก็เป็นข้อดีอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้ชมจดจำเขาได้ง่าย เมื่อบวกกับสไตล์การต่อสู้ที่บู๊ดุดัน เดินหน้าบุก สู้ไม่ถอย จึงทำให้ผู้ชมแทบทุกสนามชื่นชอบกับการแข่งขันที่ตื่นเต้นเร้าใจของเขา แถมยังส่งเสียงเชียร์เป็นกำลังใจให้เขาอย่างล้นหลาม

 

จัน โรธนะ vs กุสตาโว บาลาร์ต 16 ส.ค.62 ที่ อิมแพ็ค อารีน่า

 

แม้ กุสตาโว จะยังไม่เคยได้รับชัยชนะสักครั้งในการแข่งขัน 3 ไฟต์ใน วัน แชมเปียนชิพ แต่เขาก็ยังไม่สิ้นหวัง และมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าต่อไป เพื่อก้าวสู่จุดสูงสุดของอาชีพเหมือนอย่างที่เขาเคยทำมาแล้ว

เป้าหมายต่อไปของผมคือการได้เป็นแชมป์โลกรุ่นฟลายเวตในกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน เพื่อพิสูจน์ว่าผมเป็นคนที่เก่งที่สุดของรุ่นนี้ และผมยังอยากจะแสดงให้เด็กๆ เห็นว่า ไม่ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ถ้ามีความเสียสละและมุ่งมั่น ทุกอย่างล้วนเป็นไปได้”

 

อ่านเพิ่มเติม: