บทความ

Saturday Song: “กุหลาบดำ” นักชกสุรินทร์ผู้หลงกลิ่นอายเพลงใต้ “มาลีฮวนน่า”

30 พ.ค. 2020

ยอดมวยเงินแสน “ซ้ายอุกกาบาต” กุหลาบดำ สจ.เปี๊ยกอุทัย แม้ช่วงชีวิตสมัยเป็นวัยรุ่นหนุ่มจะมีมวยไทยเข้ามาเป็นส่วนสำคัญของชีวิต แต่เวลาที่เหลือเขาก็ใช้ไปกับการสรวลเสเฮฮากับมวลหมู่มิตร และนั่นทำให้นักชกแดนสุรินทร์ถิ่นอีสานอย่างเขาได้รู้จักกับตำนานเพลงเพื่อชีวิตจากแดนใต้ “มาลีฮวนน่า” ก่อนที่หลากหลายบทเพลงของวงนี้ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาจวบจนถึงทุกวันนี้

 

 

“มาลีฮวนน่า” มีจุดกำเนิดจากอะคูสติกโฟล์คปักษ์ใต้ จังหวัดสงขลา เป็นที่รู้จักของแฟนเพลงทั่วประเทศด้วยเพลง หัวใจพรือโฉ้ ลมเพลมพัด และเรือรักกระดาษ สามารถขายเทปได้ถึง 20,000 ตลับ ซึ่งถือว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงดนตรีไร้ค่าย หลังจากมีสังกัดเป็นที่เรียบร้อย ก็โด่งดังสุดขีดด้วยยอดจำหน่ายล้านตลับเพียงแค่ชุดที่สองในเวลาอันรวดเร็ว จนมาถึงหูของนักมวยหนุ่มแห่งจังหวัดสุรินทร์

“ผมได้ยินเพลงของวงนี้ครั้งแรกสมัยอยู่ชั้น ม.5 เพราะรุ่นพี่เปิดให้ฟังครับ เพลงแรกคือ หมาหยอกไก่ ฟังแค่ครั้งเดียวก็ชอบเลย เลยไปหาเพลงอื่นๆ มาฟังอีก ก็ชอบทุกเพลง ผมว่าเนื้อหามันกินใจ แล้วก็ดูติดดินดีครับ”

 

 

จากนักมวยหนุ่มที่ศึกษาอยู่โรงเรียนศรีรามประชาสรรค์ ต่อด้วยการศึกษานอกระบบ (กศน.) ก่อนผันตัวเป็นนักมวยไทยอาชีพ และโด่งดังไกลระดับโลกผ่านสังเวียนของ วัน แชมเปียนชิพ ระหว่างทางที่เต็มไปด้วยมิตรภาพและความรัก ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา คือบทเพลงของ มาลีฮวนน่า ที่ยังคงวนเวียนผ่านหูซ้ำไปซ้ำมาทุกเมื่อเชื่อวัน

และนี่คือ 5 บทเพลงที่ประทับตรึงใจของ “ซ้ายอุกกาบาต” และกลายเป็นความผูกพันกับชีวิตในทุกมิติของเขา

 

#1 “สหายสุรา” จุดเริ่มต้นของมิตรภาพ

เพื่อนมีความสำคัญกับชีวิตมนุษย์ทุกคน เพราะเราเป็นสัตว์สังคม สำหรับ กุหลาบดำ นั้นคำว่าเพื่อนเหมือนจะยิ่งใหญ่กับเขา และมีภาพจำดีๆ เกี่ยวกับเพื่อนเสมอ

“ฟังเพลงนี้แล้วนึกถึงเพื่อนๆ สมัยเรียนครับ วันวานที่เคยร่วมวง​สังสรรค์​กัน มันย้อนกลับเข้ามาในหัวผมเลย”

 

#2 “กลับกลาย” ขอเลือกเก็บไว้แค่คนที่จริงใจ

กุหลาบดำ เริ่มค้นพบว่าการมีเพื่อนเยอะไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป สำคัญคือเพื่อนคนไหนบ้างที่จริงใจกับเขาจริงๆ มิตรแท้ไม่ได้พบเจอกันง่ายๆ จงรักษาพวกเขาเอาไว้ให้ดี

“ผมเริ่มเรียนรู้ว่า เวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยนจริงๆ ครับ เริ่มเข้าใจว่าเพื่อนแบบไหนบ้างที่คบไม่ได้ ผมไม่ชอบคนที่ต่อหน้าเราพูดอีกอย่าง แต่พอลับหลังก็พูดอีกอย่างหนึ่งครับ”

 

#3 “จันเจ้าเหอ” ถึงตัวไกลแต่ใจใกล้กัน

อันมนุษย์มีพบพรากและจากลา ดั่งจันทราบ้างเต็มและแหว่งเสี้ยว เมื่อต่างคนต้องแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง เจ้าเขียว เองก็ต้องเดินทางสู่ถนนนักสู้ในเมืองหลวง ทุกงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา

“ตลกดี ไม่มีใครคิดเลยว่า มวยเด็กบ้านนอกแบบผม จะกลายเป็นนักมวยที่พอจะมีชื่อเสียงบ้างอย่างเช่นทุกวันนี้ ปีหนึ่งผมจะมีโอกาสได้เจอเพื่อนๆ แค่ครั้งสองครั้งครับ ไม่ปีใหม่ก็สงกรานต์ เวลาผมต่อยมวยในกรุงเทพฯ บางทีก็อยากจะหันไปเจอพวกมันมานั่งเชียร์เหมือนกันนะ ผมคงจะตะโกนลงไปข้างล่างเวทีดังๆ ว่า เฮ้ย มาได้ไงวะ (หัวเราะ)”

 

#4 “สำนึก” เป็นผู้ใหญ่มันยากจัง

ซ้ายอุกกาบาต ในวันที่พ่ายแพ้คู่แข่งบนเวที หรือจะผิดหวังเรื่องใดก็ตามแต่ หนุ่มสุรินทร์ก็ยังคงต้องหากินกับสังเวียนผืนผ้าใบในเมืองใหญ่ เขาชอบหวนคิดย้อนกลับไปถึงวัยเด็กที่บ้านเกิด เพราะการเป็นผู้ใหญ่นั้นไม่ง่าย ชีวิตมันซับซ้อนกว่าที่เคยคิด

“มีช่วงหนึ่ง ผมเกเรมากครับ แล้วแม่ก็เอาเทปวงนี้ที่ผมสะสมไปทิ้งหมด ผมนี่ ‘สำนึก’ เลยครับ ล้อเล่นนะครับ แกไม่ได้ตั้งใจ (หัวเราะ)”

 

#5 “พร้าว” หน้าตาไม่ดีแต่มีรักจริง

ในที่สุด กุหลาบดำ พบเจอรักแท้กับภรรยาสาว “น้องวนิดา” ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาจนปัจจุบัน มีพยานรักคือ “น้องแชมป์” เบบี๋ตัวน้อยวัยกำลังเตาะแตะน่ารักน่าชัง ซึ่งทำให้ครอบครัวของเขาสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

“ถึงผมจะไม่ใช่คนหน้าตาดี แต่ผมก็รักเเฟนของผมหมดทั้งใจ รักเดียวใจเดียวครับ”

 

Kulabdam rocks Bobo Sacko

 

ทุกวันนี้ กุหลาบดำ อยู่ในสถานะคุณพ่อลูกหนึ่ง เจ้าของฟาร์มไก่ชน และแฟนเพลงตัวยงวง มาลีฮวนน่า “ถ้าผมรู้ว่าวง มาลีฮวนน่า มาดูผมต่อยมวยนะ ไฟต์นั้นผมสู้สุดใจเลย แพ้ชนะผมไม่รู้ แต่ทุกคนจะต้องสนุกไปกับการชกของผมครับ” กุหลาบดำ กล่าวทิ้งท้าย

 

อ่านเพิ่มเติม: