บทความ

Like Bro, Like Sis! ส่องพี่น้องนักกีฬาที่ร่วมชายคา วัน แชมเปียนชิพ

10 เม.ย. 2020

10 เมษายน “วันพี่น้องโลก” หรือ “National Siblings Day” วันที่ย้ำเตือนให้เราเห็นความสำคัญของสายสัมพันธ์ฉันพี่น้อง และอยากจะถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับนักกีฬาของ วัน แชมเปียนชิพ ที่มีพี่น้องร่วมเส้นทางเดินเดียวกัน และอีกหลายครอบครัวที่อยู่ภายใต้ชายคา วัน แชมเปียนชิพ เหมือนกัน อย่างที่เราจะกล่าวถึงต่อไปนี้

 

ขุนศึกตระกูลลี
แองเจลา – คริสเตียน ลี

 

Angela Lee and Christian Lee with their ONE Championship belts at ONE: CENTURY

 

นาทีนี้หากพูดถึงพี่น้องนักกีฬาใน วัน แชมเปียนชิพ โผแรกที่มาแรงแซงทุกคู่ต้องยกให้ ขุนศึกตระกูลลี สองศรีพี่น้องดีกรีแชมป์โลก จากประเทศแม่สิงคโปร์

หญิงลี คนพี่ “Unstoppable” แองเจลา ลี เจ้าของแชมป์โลก ONE รุ่นอะตอมเวต ที่ถือครองเข็มขัดมาอย่างยาวนาน ถึงแม้ว่าสถิติไร้พ่ายของเธอจะเคยถูกพรากไปในการแข่งขันข้ามรุ่น เพราะหวังชิงเข็มขัดเส้นที่สองจากแชมป์โลกชาวจีนของรุ่นสตรอว์เวตอย่าง “ซง จิง หนาน” ในศึก ONE: A NEW ERA ที่ประเทศญี่ปุ่น

จากนั้นเธอก็สามารถกู้ศักดิ์ศรีกลับมาได้ในอีก 6 เดือนต่อมาที่สังเวียนเดิม ซึ่งเป็นศึกล้างตาเพื่อป้องกันแชมป์โลก ONE รุ่นอะตอมเวตของตัวเอง

นี่คือบทพิสูจน์ว่า แองเจลา ลี ยังคงยืนหนึ่งบนบัลลังก์แชมป์โลก ONE รุ่นอะตอมเวต จวบจนถึงปัจจุบันอย่างไม่มีใครเทียบเคียงได้

 

 

เมื่อมีพี่สาวที่เป็นทั้งแรงบันดาลใจและพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การคว้าแชมป์โลก วัน แชมเปียนชิพ นั้นไม่ไกลเกินเอื้อม ก็ถึงเวลาที่ ยอดชายนายลีคนน้อง “THE WARRIOR” คริสเตียน ลี ที่หลงใหลในศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ไม่แพ้กัน ได้เจริญรอยตาม

ต้องยอมรับว่าเส้นทางของ ชายลี นั้นยากลำบากกว่า เนื่องจากนักกีฬาในฝั่งผู้ชายมีจำนวนมาก และแน่นอนว่านักสู้เก่งๆ ก็ย่อมมีมากขึ้นด้วยเช่นกัน

เขาต้องล้มลุกคลุกคลานในช่วงแรกอยู่พอสมควร แล้วกาลเวลาก็เพาะบ่มให้ ชายลี ได้ฉายแสงในท้ายที่สุดกับเข็มขัดแชมป์โลก ONE เส้นแรกในรุ่นไลต์เวต ที่กระชากมาจากตำนานแชมป์เก่าชาวญี่ปุ่น “ชินยะ อาโอกิ” ได้แบบเหนือความคาดหมาย ในศึก ONE: ENTER THE DRAGON ที่สิงคโปร์

ตามด้วยการต่อยอดสู่เข็มขัดเส้นที่สองจากการแข่งขัน ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นไลต์เวต จากการคว้าชัยชนะเหนือ “เซยิด กูเซน อาร์สลานาลิเอฟ” นักสู้ม้ามืดจากตุรกี ในศึกเดียวกับการนัดล้างตาของพี่สาว

ทำให้วันที่ 13 ตุลาคมปีที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งวันที่น่าจดจำของ ตระกูลลี และแฟนๆ วัน แชมเปียนชิพ ทั่วทั้งโลก กับภาพประทับใจของสองพี่น้องที่โอบกอดแสดงความยินดีต่อกันทั้งน้ำตา

 

จอร์จิโอ – อาร์เมน เปโตรเซียน
จากผู้ลี้ภัยสู่ยอดฝีมือระดับโลก

 

 

เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ยืนยันว่า มวยเปลี่ยนชีวิตได้ ทั้ง “จอร์จิโอ” และ “อาร์เมน” สองพี่น้องตระกูลเปโตรเซียนคู่นี้อยู่ในวัยไล่เลี่ยกันเพียงขวบปี

เดิมทีพวกเขาเป็นชาวอาร์เมเนีย แต่ด้วยปัญหาสงครามภายในประเทศ ครอบครัวจึงต้องลี้ภัยไปอยู่ที่อิตาลี การใช้ชีวิตในประเทศใหม่ ทำให้พวกเขาอยู่ในสถานะผู้ลี้ภัยไม่มีบ้าน โชคดีที่ได้องค์กรการกุศลเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้ครอบครัวลงหลักปักฐานและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

เปโตรเซียนคนพี่ เจ้าของฉายา “The Doctor” จอร์จิโอ เปโตรเซียน จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาหลงรักศิลปะการต่อสู้เกิดจากการชมภาพยนตร์ของ “ฌอน-คล็อด แวน แดมม์” และ “บรู๊ซ ลี” จากนั้นจึงตัดสินใจร่ำเรียนวิชาคิกบ็อกซิ่งตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่น

 

 

ฉายา “The Doctor” นั้นได้มาจากความเฉียบคมในการออกอาวุธที่แสนแม่นยำระดับมิลลิเมตร ประหนึ่งการลงมีดของหมอผ่าตัด ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งในการกอบโกยคะแนนจากรูปแบบการต่อสู้ชนิดนี้ ทำให้เขาสร้างสถิติอันน่าเหลือเชื่อ ด้วยการชนะติดต่อกัน 42 ไฟต์ ภายในระยะเวลา 6 ปี

จอร์จิโอ ได้เป็นแชมป์อย่างเป็นทางการบนสังเวียนของ วัน แชมเปียนชิพ หลังจากที่สามารถเอาชนะ “เซมี ซานา” นักมวยฝรั่งเศส-แอลจีเรีย ในศึก ONE คิกบ็อกซิ่ง เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นเฟเธอร์เวต ได้สำเร็จ พร้อมเงินรางวัลติดปลายนวมกลับบ้านไปถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวกว่า 31 ล้านบาทไทยในตอนนั้น

 

 

ด้านคนน้อง “อาร์เมน เปโตรเซียน” การมีพี่ชายที่อายุไล่เลี่ยกัน ทำให้ทั้งคู่เป็นทั้งพี่และเพื่อนสนิท ด้วยความอยู่ไม่สุขของเขาทำให้ถูกจับไปฝึกศิลปะการต่อสู้มากมายหลายแขนง ทั้งคาราเต้ ยูโด และชกมวย ก่อนจะไปจบที่วิชาคิกบ็อกซิ่งตามรอยพี่ชาย จนไปไกลถึงแชมป์โลกในเวลาต่อมา

ต้องยอมรับว่าบนสังเวียน วัน แชมเปียนชิพ จอร์จิโอ อาจจะไปได้ไกลกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่ อาร์เมน ได้รับไปเต็มๆ คือประสบการณ์ ทั้งจากการขึ้นชกโดยตรง และจากเพื่อนร่วมสังเวียนหลากค่ายหลายประเทศ สิ่งเหล่านี้หลอมรวมให้เขานำกลับไปพัฒนายิมของตนเองในเมืองมิลานต่อไป

 

โคลเบย์ – เซจ นอร์ธคัท
ผู้หวังตามรอยตระกูลลี

 

 

ครอบครัวนอร์ธคัท คือครอบครัวนักสู้พิมพ์เดียวกันกับ ขุนศึกตระกูลลี เพียงแต่อยู่กันคนละทวีปโลก นำโดย “มาร์ก นอร์ธคัท” ผู้เป็นพ่อคืออดีตนักคาราเต้สายดำจากสหรัฐอเมริกา ความโชคดีของครอบครัวนี้ที่มีพร้อมทั้งเวลาและเงินทอง จึงสามารถสนับสนุนลูกไม้ใกล้ต้นให้เติบโตบนเส้นทางกีฬาการต่อสู้อย่างยั่งยืน

เริ่มจากพี่สาวคนโต “โคลเบย์ นอร์ธคัท” ผลิตผลจากต้นกล้าที่ถึงพร้อมด้วยปุ๋ยดิน เติบโตเป็นแชมป์โลกคาราเต้ 36 สมัย ต่อยอดสู่คิกบ็อกซิ่ง และศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) แต่ก็ต้องแลกกับชีวิตที่ต่างจากเด็กอเมริกันทั่วไป ไม่ไปงานปาร์ตี งานพรอม แม้ว่าเธอจะเสียดาย แต่ก็ไม่เคยเสียใจ เธอพิสูจน์แล้วว่ามันคุ้มค่ากับชีวิตที่หายไปในช่วงนั้น

 

Multiple-time Karate World Champion Colbey Northcutt gets ready to make her debut

 

จุดเปลี่ยนสำคัญของ โคลเบย์ คือช่วงรอยต่อจากมัธยมปลายสู่มหาวิทยาลัย หากเธอเลือกที่จะเป็นนักสู้หญิงต่อไป รายได้ของเธออาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต เธอจึงทนเรียนต่อจนจบ และพบว่าการเป็นนักสู้หญิงก็ไม่ได้แย่เกินไปนัก

หลังจากที่เทิร์นโปร เธอได้ลิ้มรสชาติของความพ่ายแพ้ในครั้งแรก ก่อนที่โชคชะตาก็นำพาเธอไปพบกับ “เรย์มอนด์ เดเนียลส์” สามีในปัจจุบัน พร้อมทีมงานและค่ายใหม่ ทุกคนพร้อมที่จะสนับสนุนเธออย่างเต็มที่

ก่อนตบเท้าเข้าสังเวียน วัน แชมเปียนชิพ เปิดตัวสวยงามตั้งแต่นัดแรก ด้วยการเอาชนะ “พูตรี พัดมี” นักสู้สาวจากอินโดนีเซีย ในศึก ONE: EDGE OF GREATNESS ประเทศสิงคโปร์ โดยเธอต้องการไปให้ถึงบัลลังก์แชมป์โลก อย่างที่ แองเจลา ลี ได้ทำไว้

 

 

ด้านน้องชายคนกลาง “Super” เซจ นอร์ธคัท เติบโตและไปได้ไกลกว่าพี่สาวในช่วงเริ่มต้น เขาเป็นนักกีฬาคาราเต้ที่ประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อ ด้วยการคว้าแชมป์โลก 77 ครั้งตั้งแต่ยังเด็ก และถูกบรรจุอยู่ในหอเกียรติยศของนิตยสาร Black Belt เมื่อปี 2012

ก่อนที่จะต่อยอดสู่ชัยชนะ 15 ครั้งไม่เคยแพ้ใครในการแข่งขันคิกบ็อกซิ่ง ในขณะที่ยังสามารถสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เท็กซัส A&M สาขาวิศวกรรมปิโตรเลียมได้ด้วย

เมื่อหันมาสู่วงการศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) เซจ สั่งสมชัยชนะได้ 7 ไฟต์รวดในรายการชั้นนำของอเมริกาเหนือ แต่เส้นทางของ ซุปเปอร์เซจ ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาต้องพบเจอกับอุปสรรคครั้งใหญ่ในชีวิตถึง 2 ครั้ง

ขวากหนามแรกคือ การต้องทำความรู้จักกับคำว่าพ่ายแพ้ ขวากหนามที่สองคือ อาการป่วยหนักจนต้องผ่าเอาต่อมทอนซิลออก กว่าที่เขาจะกลับมาได้ต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่ กำลังใจจากครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญมากในช่วงนี้

 

 

เมื่อ เซจ ย่างเท้าเข้าสู่สังเวียนของ วัน แชมเปียนชิพ ทุกอย่างกลับตรงกันข้ามกับพี่สาว เพียงศึกแรกเขาก็โดนหมัดน็อกของ “คอสโม อเล็กซานเดร” ตั้งแต่ยกแรก ในศึก ONE: ENTER THE DRAGON ที่สิงคโปร์ สร้างความเสียหายรุนแรง ต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนเพื่อซ่อมแซมกระดูกใบหน้าที่แตกถึง 8 จุด

หลังจากพักรักษาตัวแล้ว เขาพร้อมที่จะกลับมากู้คืนศักดิ์ศรี และลดน้ำหนักลงสู่รุ่นไลต์เวต ซึ่งปราการด่านสุดท้ายของรุ่นนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนคือ “คริสเตียน ลี” นั่นเอง

 

เรเน – เรบิน – โรบิน คาตาลัน
ผู้บุกเบิกกีฬาการต่อสู้สู่ตากาล็อก

 

 

หากว่ากันตามกระแสกลุ่มนักสู้ทีมฮิตในตอนนี้สำหรับประเทศฟิลิปปินส์ หลายคนคงพุ่งเป้าไปที่ ทีมลาไคย์ เพราะมีทั้งอดีตและแชมป์โลกของ วัน แชมเปียนชิพ มากหน้าหลายตา

แต่ถ้ามองย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น ยังมีนักสู้อีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่มาตั้งแต่ยุคแรกเริ่มเจิมสังเวียน เหนียวแน่นด้วยสัมพันธ์ฉันเครือญาติ ส่งไม้ต่อกันมาเรื่อยๆ สวมบทบาทเป็นทั้งโค้ชและนักสู้ให้กันและกันจวบจนปัจจุบัน นั่นคือ “คาตาลันแฟมิลี” นั่นเอง

 

 

พี่ชายคนโต “The Challenger” เรเน คาตาลัน หัวหอกแห่งค่าย Catalan Fighting System (CFS) แชมป์โลกวูซูประวัติศาสตร์ชาติฟิลิปปินส์ ก่อนผันตัวมาเอาดีด้านศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA)

เรเน เข้ามาใน วัน แชมเปียนชิพ และเดินทางเข้าใกล้เส้นชัยได้มากที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้ง 3 คน โดยเปิดศึกสายเลือด ค่ายชนค่ายระหว่าง คาตาลัน และ ลาไคย์ ที่เดิมพันด้วยเข็มขัดรุ่นสตรอว์เวต ในศึก ONE: MASTERS OF FATE ต่อหน้ากองเชียร์ร่วมชาติ แม้ว่าเขาจะชิงชัยจาก “โจชัว พาซิโอ” ไม่สำเร็จ แต่ก็ส่งผลต่อการขับเคลื่อนแรงบันดาลใจให้กับทีมได้เป็นอย่างดี

ส่วนน้องชายอีกสองคนอย่าง “The Rock” เรบิน คาตาลัน และ  “Ilonggo” โรบิน คาตาลัน ยังคงต้องพัฒนาฝีมือต่อไป เพราะความสำเร็จใน วัน แชมเปียนชิพ นั้นยังอีกยาวไกลสำหรับสองคนนี้

 

Robin Catalan celebrates his win against Gustavo Balart

 

อ่านเพิ่มเติม: