บทความ

5 เหตุผลที่คุณไม่ควรพลาดศึก ONE: EDGE OF GREATNESS

22 พ.ย. 2019

วัน แชมเปียนชิพ ยังคงอัดแน่นไปด้วยการแข่งขันอันเข้มข้น ทั้งในกติกาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน และชุด วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ (กติกามวยไทยและคิกบ็อกซิ่ง) ในศึก ONE: EDGE OF GREATNESS ในวันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายนนี้ ที่ สิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดียม ประเทศสิงคโปร์

และนี่คือ 5 เหตุผลที่แฟนๆ ไม่ควรพลาดศึกใหญ่ในดินแดนเมอร์ไลออนสุดสัปดาห์นี้

#1 ตำนานรุ่นเก๋าปะทะดาวรุ่งร่วมชาติ

คู่เอกของค่ำคืนจะเป็นการพบกันระหว่างตำนานที่ยังมีลมหายใจของวงการมวยไทยอย่าง “น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว” ปะทะกับดาวรุ่งพุ่งแรงร่วมชาติอย่าง “เสมาเพชร แฟร์เท็กซ์” โดยมีเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต เป็นเดิมพัน

เสมาเพชร ดาวรุ่งวัย 25 ปี เปิดตัวบนสังเวียน วัน แชมเปียนชิพ อย่างหรูหรา ด้วยการเก็บชัยชนะมา 3 ไฟต์ติด ทำให้เขาคว้าตั๋วโค่นบัลลังก์ยอดมวยชาวไทยรุ่นพี่

ขณะที่อีกฝ่ายที่ร้างสังเวียนมวยไทยในประเทศไปพักใหญ่ ก่อนจะเข้าร่วมเป็นนักกีฬาชุด วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ เมื่อเดือนเมษายน 2561 แต่ฝีมือระดับเจ้าตำนานก็ยังทรงพลังความยอดเยี่ยม และสามารถคว้าแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต มาครองได้สำเร็จ พร้อมป้องกันแชมป์โลกไว้ได้ถึงสองครั้งแล้ว

ศึกนี้ถือเป็นครั้งแรกใน วัน แชมเปียนชิพ ที่นักกีฬาจากประเทศไทยจะขึ้นห้ำหั่นกันบนสังเวียน ดังนั้น ผู้ชนะในครั้งนี้จะต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่แน่นอน

#2 สิ้นสุด 5 ปีที่รอคอย

5 ปีที่รอคอยกำลังสิ้นสุดลง เมื่อพยัคฆ์หนุ่มชาวสิงคโปร์ “อาเมียร์ ข่าน” จะได้ขึ้นดวลสังเวียนกับยอดนักสู้จากมาเลเซีย “E.T.” เอฟ ทิง ในศึก ONE: EDGE OF GREATNESS สุดสัปดาห์นี้ เพราะแม้ทั้งคู่ได้เข้าสู่อ้อมกอดของ วัน แชมเปี้ยนชิพ ตั้งแต่ปี 2557 แต่ยังไม่เคยได้ประชันฝีมือกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ด้วยสถิติการน็อกเอาต์คู่แข่งไป 11 ครั้ง ซึ่งคิดเป็น 73 เปอร์เซ็นต์จากชัยชนะทั้งหมด อาจกล่าวได้ว่า “ข่าน” คือนักสู้ที่ดีที่สุดคนหนึ่งของรุ่นนี้ และยังถือเป็นสถิติน็อกเอาต์สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ วัน แชมเปียนชิพ ร่วมกับราชาแห่งรุ่นไลต์เวตเจ้าของเข็มขัดแชมป์โลกคนปัจจุบันอย่าง “The Warrior” คริสเตียน ลี

“E.T.” ก็ไม่น้อยหน้า เพราะชัยชนะทั้ง 17 ครั้งผ่านมา เขาสามารถเอาชนะคู่แข่งได้ก่อนระฆังสิ้นสุดการแข่งขันด้วยการน็อกเอาต์ 5 ครั้งและซับมิชชันอีก 5 ครั้ง

แม้ทั้งคู่จะมีเส้นทางที่แตกต่างกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ในค่ำคืนสุดสัปดาห์นี้พวกเขาจะโคจรมาพบกันแน่แล้ว

#3 เส้นทางสู่เข็มขัดแชมป์โลกรุ่นสตรอว์เวตอีกครั้ง

สองอดีตแชมป์โลก ONE รุ่นสตรอว์เวต อย่าง “เดชดำรงค์ ส. อำนวยศิริโชค” และเพื่อนร่วมค่ายอีโวล์ฟ “Little Rock” อเล็กซ์ ซิลวา หวังที่จะเรียกศรัทธาคืนจากผู้ชม และพิสูจน์ว่าเขาเหมาะสมที่จะเป็นผู้ท้าชิงเข็มขัดแชมป์โลกอีกครั้ง

ในคู่ก่อนรายการ ซิลวา มีคิวขึ้นสังเวียนกับนักรบแดนมังกรอย่าง “เผิง ฉือ เหวิน” โดยศึกครั้งนี้จะเป็นการพบกันระหว่างยอดนักสู้สายจับล็อก แชมป์มวยปล้ำเกรโก-โรมันของประเทศจีน ปะทะแชมป์โลก Copa de Mundo BJJ ชาวบราซิล

ส่วนคู่ในรายการ ตำนานยอดมวยไทยอย่าง “ครูรงค์” จะพบกันยอดนักซับมิชชันชาวปากีสถานอย่าง “The Spider” มูฮัมมัด อิมราน นี่คือศึกที่จะท้าทายทั้งสภาพร่างกายและจิตใจของทั้งคู่ทีเดียว

#4 การต่อสู้อย่างเร้าใจในรุ่นแบนตัมเวต

ทั้ง “Rock Man” เฉิน เล่ย และ “Pretty Boy” ทรอย เวิร์ทเธน ต้องการจบไฟต์นี้ด้วยสไตล์ของตนเอง ซึ่งนั่นไม่ใช่การตัดสินด้วยคะแนน

เวิร์ทเธน เปิดตัวใน ONE ได้อย่างเร้าใจด้วยการเอาชนะน็อกคู่แข่งในยกที่ 2 เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่ เฉิน เล่ย กลับสู่เส้นทางแห่งชัยชนะ หลังคว้าชัยเหนือคู่แข่งอย่าง “แอนโทนี แองเกเลน” ด้วยคะแนนอย่างเอกฉันท์ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ผู้ชนะในศึกนี้มีโอกาสสูงที่จะได้ท้าชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE รุ่นแบนตัมเวต จาก “บิเบียโน เฟอร์นานเดส”

#5 ความมันยังมีอีกเพียบ

ONE: EDGE OF GREATNESS ยังคงเต็มไปด้วยการแข่งขันมวยไทยให้แฟนๆ ได้ลุ้นอีกหลายคู่

คู่เปิดรายการ เป็นการพบกันระหว่างนักสู้ชาวดัตช์ “บราวน์ พินัส” กับนักสู้สหราชอาณาจักร “เลียม โนแลน” ในรุ่นเฟเธอร์เวต

คู่ถัดไป เป็นการแข่งขันสุดเดือดในรุ่นฟลายเวตระหว่าง “No. 1” เหงียน ตรัน ดุย งัด และ “ยูตะ วาตานาเบะ” จากญี่ปุ่น

คู่สุดท้ายปิดช่วงก่อนรายการ เป็นการแข่งขันในรุ่นเฟเธอร์เวต ระหว่าง “เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี” กับ “Boy” ชาร์ลี ปีเตอร์ส โดยแชมป์โลกมวยไทย 3 สมัยอย่าง ปีเตอร์ส ผู้มีสถิติน็อกเอาต์คู่แข่งมามากกว่า 30 ครั้ง จะได้โคจรมาพบกันแชมป์มวยไทย 2 รุ่น ผู้เป็นหนึ่งนักชกที่มีฝีมือดีที่สุดอย่าง เพชรมรกต

อ่านเพิ่มเติม: 3 คู่ที่อาจขโมยซีนในศึก ONE: EDGE OF GREATNESS

ONE: EDGE OF GREATNESS  | สิงคโปร์ | 22 พฤศจิกายน  2562 | ONE Super App ยิงสด 18.00 น. | ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เวลา 21.30 น.