บทความ

4 สิ่งที่ได้รู้จาก ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นไลต์เวต

18 ก.ย. 2019

จากความเข้มข้นของแต่ละคู่ในรอบที่ผ่านมา ทำให้การแข่งขัน ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นไลต์เวต รอบชิงชนะเลิศ ในวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคมนี้ การันตีความตื่นเต้นเร้าใจสำหรับแฟนๆศิลปะการต่อสู้อย่างแน่นอน

โดยรอบชิงดำจะมีขึ้นบนสังเวียนที่ยิ่งใหญ่อย่าง ONE: CENTURY PART I ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และจะเป็นการดวลกันระหว่าง “Dagi” เซยิด กูเซน อาร์สลานาลิเอฟ กับ “The Underground King” เอ็ดดี อัลวาเรซ

และก่อนที่การต่อสู้ ณ สนามเรียวโงกุ โกกุงิกัง จะเริ่มขึ้น เราได้รวบรวม 4 ประเด็นที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นในการแข่งขัน ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นไลต์เวต ของรอบที่ผ่านมาไว้ที่นี่

#1 ยอดนักสู้มีความพร้อมอยู่เสมอ

ด้วยการแข่งขันนี้มีเพียงสามยก จึงอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ซึ่งคนที่มีความพร้อมเท่านั้นถึงจะรับมือและทะลุมาถึงรอบชิงชนะเลิศได้

ก่อนหน้านี้ อาร์สลานาลิเอฟ ก็ต้องปรับตัวเองเหมือนกัน เมื่อคู่แข่งในรอบรองชนะเลิศคือ “Tarzan” เอเรียล เซกตัน ถอนตัว และ อาเมียร์ ข่าน มาเสียบแทน แต่ อาร์สลานาลิเอฟ ได้พิสูจน์ความสามารถในการปรับตัวของเขา และเอาชนะ ข่าน ได้อย่างยอดเยี่ยม  

ด้าน อัลวาเรซ แม้จะพลาดท่าตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศ แต่หลังจากคู่ชก “ทิโมเฟย์ นาสติวคิน” และ “โลเวน ไทนาเนส” ได้รับบาดเจ็บและไม่สามารถแข่งขันต่อได้ เขาจึงได้โอกาสทะลุเข้ามายังรอบต่อไป

หลังจากเอาชนะ “Landslide” เอดูอาร์ด โฟลายัง ด้วยการซับมิชชันตั้งแต่ยกแรก ในศึก ONE: DAWN OF HEROES  ทำให้เขาคว้าตั๋วเข้าสู่รอบสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์ เผื่อเผชิญหน้ากับ “Dagi” ทันที

#2 ห้ามประมาทพลังของ “อาร์สลานาลิเอฟ” เด็ดขาด

“Dagi” ขึ้นชื่อว่าเป็นจอมเผด็จศึกที่น่าสะพรึงกลัวคนหนึ่ง จากชัยชนะด้วยการน็อกเอาต์ “E.T.” เอฟ ทิง และ อาเมียร์ ข่าน ทำให้เขาก้าวเข้ามายืนเฉิดฉายอยู่ในนัดชิงชนะเลิศของทัวร์นาเมนต์นี้ได้ และกลายเป็นคู่แข่งสุดอันตรายของ อัลวาเรซ

การคว้าชัยด้วยการทีเคโอ.ในช่วงแรกของอาชีพ แสดงให้เห็นถึงพลังอันแข็งแกร่งของเขาระดับหนึ่งแล้ว แต่การชนะน็อกคู่แข่งขันในทัวร์นาเมนต์นี้ รวมถึงการปิดจ๊อบ “ทิโมเฟย์ นาสติวคิน” จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เขาแข็งแกร่งพอที่จะปะทะฝีมือกับยอดนักสู้ระดับโลกได้ทุกคน

สองนักสู้ เอฟ ทิง และ อาเมียร์ ขาน เชื่อว่าทักษะการยืนสู้ที่ยอดเยี่มยของตัวเอง จะสามารถต่อกรกับนักบราซิลเลียนยิวยิตสูสายดำอย่าง “Dagi” ได้ แต่สุดท้ายทั้งคู่ต่างก็พบจุดจบเดียวกันบนพื้นสังเวียน

#3 จิตวิญญาณนักสู้นำชัยชนะสู่ “อัลวาเรซ”

แม้เจ้าตำนานแห่งศิลปะการต่อสู้อย่าง “The Underground King” จะเปิดตัวไม่สวยนัก เมื่อย่างกรายเข้าสู่การแข่งขันในทวีปเอเชียเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่สปิริตและหัวจิตหัวใจของการเป็นนักสู้คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เขาก้าวสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

อัลวาเรซ ได้โอกาสกลับทัวร์นาเมนต์นี้อีกครั้ง และต้องเผชิญหน้ากับ โฟลายัง เพื่อพิสูจน์ว่าเขายังเป็นยอดฝีมือของรุ่นไลต์เวต และเขาทำได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะคู่แข่งอย่างเร้าใจด้วยท่า Rear-Naked Choke 

นักสู้ชาวอเมริกันเกือบจะเสียท่า และกำลังจะพบกับความพ่ายแพ้บนสังเวียนแห่งนี้เป็นครั้งที่สอง แต่เมื่อใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ความกระหายชัยชนะที่ครุกรุ่นอยู่ในจิตใจ ภายใต้ร่างกายที่กำลังถูกถล่มด้วยอาวุธหนักจาก โฟลายัง ทำให้เขารอดพ้นสถานการณ์สุดระทึก ก่อนจะพลิกกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบ และเล่นงานคู่แข่งได้อยู่หมัด

เป็นวินาทีที่ทำเอาผู้ชมทั้งสนามแทบหยุดหายใจ และในที่สุดนักสู้วัย 35 ปี ก็เป็นฝ่ายกำชัยชนะไปในยกแรก

แม้ “Dagi” จะมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองมากแค่ไหน แต่เขาก็ต้องใช้ความระมัดระวังกับความเก๋าเหนือธรรมชาติของ อัลวาเรซ ที่สามารถพลิกสถานการณ์ได้อย่างน่าทึ่ง และมีความเป็นไปได้ว่าเขาอาจทำมันได้อีกครั้งในศึก ONE: CENTURY ที่ประเทศญี่ปุ่น

#4 นัดชิงดำจะตื่นเต้นและเร้าใจแน่นอน

ระหว่างคู่นี้ถือเป็นไฟต์ที่เดือดสุดๆ ของรุ่นไลต์เวตในตอนนี้ เมื่อนักสู้ฟอร์มแรงของรุ่น ขึ้นปะทะฝีมือกับตำนานยอดนักสู้ของวงการ และจากสถิติที่ผ่านมาของทั้งสองคน ทำให้แฟนๆๆไม่สามารถละสายตาจากพวกเขาได้เลย

ทั้ง 4 ไฟต์ในการแข่งขันเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ที่ผ่านมาล้วนปิดฉากตั้งแต่ยกแรกทั้งหมด รวมถึงสถิติในอดีตที่ทั้งคู่สั่งสมมา อาร์สลานาลิเอฟ  ไม่เคยยืดเยื้อรอให้กรรมการนับคะแนน  ขณะที่ อัลวาเรซ มีสถิติน็อกถึง 81% จาก 38 ไฟต์ ทั้งคู่ใช้ทักษะการปิดเกมได้ทั้งแบบน็อกเอาต์และซับมิชชัน การต่อสู้ครั้งนี้เชื่อว่าจะดุเดือดเลือดพล่าน สั่นสะเทือนวงการต่อสู้ระดับโลกแน่นอน

โตเกียว | 13 ตุลาคม | ONE: CENTURY | ทีวี: ตรวจสอบวัน-เวลาออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์ในประเทศ |บัตรเข้าชม: http://bit.ly/onecentury19

ONE: CENTURY คือศึกชิงแชมป์โลกศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งมีแชมป์โลก 28 คนจากหลากหลายศิลปะการต่อสู้ขึ้นเวที ไม่มีองค์กรใดที่เคยจัดอีเวนต์ชิงแชมป์โลกแบบเต็มสเกลถึง 2 ศึกในวันเดียวกันมาก่อนในประวัติศาสตร์

วัน แชมเปียนชิพ เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการชิงแชมป์โลกมากมาย รอบชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 3 คู่ และแชมป์โลกปะทะแชมป์โลกอีกมากมาย ในสังเวียน เรียวโงกุ โกกุงิกัง กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 13 ตุลาคมนี้