บทความ

“แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” เดินหน้าสู่เป้าหมายต่อไปกับการคว้าแชมป์โลกเส้นที่ 3

14 สิงหาคม 2019

วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคมนี้ “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” จะก้าวสู่เป้าหมายใหม่ด้วยการเป็นแชมป์โลกสามประเภทกีฬาของ ONE

นักสู้สาววัย 21 ปีจากระยอง ปัจจุบันเป็นแชมป์โลกมวยไทยและคิกบ็อกซิ่ง รุ่นอะตอมเวต และเธอต้องการที่จะประสบความสำเร็จในประเภทศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ที่จะชิงชัยกับคู่แข่งขันชาวอินดีย “Knockout Queen” อาชา โรกา  ในศึกวัน แชมเปียนชิพ DREAMS OF GOLD  วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคมนี้

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับความสำเร็จของ “แสตมป์” ในวงการศิลปะการต่อสู้ เพราะเธอเริ่มเรียนมวยไทยตั้งแต่วัย  5 ขวบ แต่บางคนอาจยังไม่รู้จักเธอดีนักว่าเธอมีศักยภาพที่จะไปได้ถึงจุดสูงสุด

วัยรุ่นสาวชาวจังหวัดระยองรู้จักกับศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานหลังได้เข้าไปอยู่ภายใต้การดูแลของค่ายแฟร์เท็กซ์ พัทยา

ก่อนหน้านั้นเธอเว้นวรรคจากการขึ้นสังเวียนมาหลายปี เนื่องจากไม่มีคู่แข่ง แต่ทักษะมวยไทยยังฝังรากลึกอยู่ในตัว เพียงแต่ต้องลับให้มันเฉียบคมขึ้น

เธอปรับตัวกับกีฬาชนิดใหม่อย่างศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานได้อย่างไม่ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเธอเป็นนักสู้ที่มีพรสวรรค์อยู่แล้ว

“เมื่อเราพาเธอเข้าสู่วงการศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์ เธอเรียนรู้ได้อย่างมากมาย” เปรม บุษราบวรวงษ์ กรรมการผู้จัดการค่ายแฟร์เท็กซ์ กล่าว

“มันเป็นพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ เพราะเธอเป็นพวกที่ชอบคลุกวงใน สไตล์การต่อสู้แบบบราซิลเลียนยิวยิตสูและศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานจึงค่อนข้างเหมาะกับเธอ และช่วยทำให้เธอเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเธอก็ชอบมันด้วย”

ความสามารถของแสตมป์ไปเตะตาทีมงาน Rich Franklin’s ONE Warrior Series (OWS) ซึ่งเป็นเวทีค้นหานักสู้ดาวรุ่งของ วัน แชมเปียนชิพ เข้าอย่างจัง

“แสตมป์” เดินทางมาอยู่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2017 เพื่อทดสอบทักษะด้านศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ก่อนที่เธอจะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในทันที

“ผมคิดว่าเธอสร้างความประทับใจได้อย่างน่าทึ่งที่สุด ไม่ใช่แค่กับผมคนเดียว แต่รวมถึงพวกเราทั้งหมด” โจนาธาน ฟง ผู้อำนวยการของ OWS เริ่มอธิบาย

“ในส่วนหนึ่งของการทดสอบ เธอทำได้อย่างโดดเด่น ไม่ว่าเธอจะเตะเป้าเป็นเวลา 4 นาที หรือ 4 ชั่วโมง พวกเราก็ยังจับตาดูเธอเช่นเดิม พลังเสียงอันกึกก้องที่ทำให้คนทั้งยิมต้องหยุดและหันไปมองเธอ”

“ถึงตรงนี้ พวกเรารู้แล้วว่าเราได้เจออะไรบางอย่าง ก่อนที่เธอโชว์การปล้ำจับล็อกกับโค้ช แม้คุณจะบอกว่าเธอนั้นผ่านฉลุย แต่เธอยังทำได้ดีขึ้นไปอีก”

“พวกเรามาทราบทีหลังว่าเธอฝึกซ้อมศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานและยิวยิตสูมา 4 เดือนแล้ว เราจึงพูดกับโค้ชของเธอ ‘Sparky’ เจสัน เบิร์นเวิร์ธ ว่า พวกเราไม่สนใจว่าอีกไม่กี่เดือนต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น เราอยากให้เธอโฟกัสเรื่องการปล้ำจับล็อก สอนมวยปล้ำและยิวยิตสูให้เธอ เธอจะเป็นซูเปอร์สตาร์”

ทีมงานรู้สึกตื่นเต้นที่ แสตมป์ จะได้ทดสอบทักษะศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานเป็นครั้งแรกใน OWS 2 เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

เธอก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อจัดการน็อกคู่แข่งขันจากอินเดีย “ราชิ ชินเด” หลังผ่านไปเพียง 19 วินาทีของยกแรก ด้วยลูกเตะสูง และนั่นเป็นแค่การแข่งขั้นครั้งที่สองเท่านั้น

แม้ว่ามันเป็นเพียงเวลาสั้นๆ ในแข่งขันที่สิงคโปร์ แต่ ฟง ยอมรับว่าเขามีความรู้สึกที่เกิดขึ้นมากมาย เขาอยากรู้ว่าเธอจะทำอย่างไรในเกมภาคพื้น และรู้ว่าทีมประกบคู่ของ วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ กำลังจับตามองหาดาวรุ่งอยู่

“ผมมองไปที่ ริช และพูดว่า ผมคิดว่าเราเลือกเธอนี่ล่ะ เพราะเธอโดดเด่นกว่าใคร”

แน่นอนว่าหลังจบการต่อสู้ที่น่าประทับใจ เธอได้รับโอกาสให้เข้าร่วมงานกับ วัน แชมเปียนชิพ โดยประเดิมสังเวียนครั้งแรกในศึก ONE: KINGDOM OF HEROES ก่อนที่เธอจะคว้าเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นอะตอมเวต ตั้งแต่ไฟต์เปิดตัว

คืนนั้นเธอได้รับการชูมือในประเทศบ้านเกิด และต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ เธอก็ขึ้นสังเวียนอีกครั้งและสามารถคว้าเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทยได้อีกเส้น โดยป้องกันแชมป์ได้สำเร็จเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ดูเหมือนว่าเธอจะทิ้งศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานแล้ว แต่เมื่อเธอคว้าเข็มขัดแชมป์โลกเส้นที่สองมาครองได้สำเร็จในศึก ONE: CALL TO GREATNESS เธอก็ประกาศว่าเธอจะเดินหน้าสู่เป้าหมายใหม่ในการชิงแชมป์โลก ONE รุ่นอะตอมเวต กับ “Unstoppable” แองเจลา ลี

นับแต่นั้นเธอเดินหน้าฝึกซ้อมทักษะเกมภาคพื้นกับโค้ช แม้ว่าเธอจะต้องป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกของเธอก็ตาม

“เธอป้องกันเข็มขัดแชมป์โลก แต่ก็ยังคงซ้อมบราซิลเลียนยิวยิตสูและศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานอย่างน้อยสัปดาห์ละสองครั้ง เพื่อที่จะได้ไม่ลืมทักษะและการเคลื่อนไหว เธอต้องเรียนรู้ต่อไป” เปรม บุษราบวรวงษ์ อธิบาย

“หากต้องการจะเป็นที่สุด หากต้องการได้เข็มขัดแชมป์โลก 3 เส้น นั่นคือสิ่งที่จำเป็นต้องทำ คุณไม่สามารถพูดได้ว่า เอาล่ะ ตอนนี้ฉันต้องเตรียมตัวแข่งขัน งั้นเอาไว้ซ้อมทีหลัง นั่นไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง”

ผู้จัดการค่ายรู้สึกมั่นใจว่า แสตมป์ จะสามารถคว้าชัยจากการขึ้นสังเวียนประเดิมกติกาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี แต่เขาได้มีคำพูดบางอย่างเพื่อเตือนสติเธอ

เพราะตอนนี้เธอกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ เธอมีเป้าหมายอยู่ข้างหน้า และคู่ต่อสู้ทุกคนย่อมที่จะฝึกซ้อมอย่างหนักเมื่อต้องเจอกับเธอ ดังนั้น พวกเขาจึงมีแรงผลักดันที่จะเป็นคนแรกในการโค่นล้มเธอให้ได้

“เธอไม่หยุดที่จะเรียนรู้และผลักดันตัวเอง ซึ่งนั่นเป็นข้อดีของแสตมป์ เธอไม่เคยถอดใจในการฝึกซ้อม เธอรับฟังและทำตามในสิ่งที่พวกเราแนะนำ เธอไม่มีข้อแม้”

“เธอทำให้บรรยากาศในการซ้อมสนุกสนาน ผมคิดว่าเธอสมควรที่จะประสบความสำเร็จ และเธอก็ยังคงเป็นแสตมป์คนเดิม แม้ว่าจะได้เข็มขัดแชมป์โลก 2 เส้นแล้ว ตั้งแต่วันแรกที่ผมเจอเธอ เธอยังคงเป็นคนที่นอบน้อมเหมือนเดิม”

และต่อไปนี้คือมุมมองของซีอีโอรายการ OWS อย่าง “ริช แฟรงคลิน” แชมป์โลก 3 สมัยที่เฝ้าดูความเติบโตของแสตมป์ และกำลังรอดูว่าแสตมป์จะก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปได้อย่างไร

“เมื่อผมได้พบกับ แสตมป์ ผมเชื่อว่าสักวันหนึ่งเธอจะเป็นแชมป์โลกศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน”

“เธอต้องการเวลาในการพัฒนา เธอเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่มีความติดดิน แต่ผมรู้ว่าเธอจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ในอนาคต นั่นคือสิ่งที่ผมเห็นจากเธอ”

กรุงเทพฯ | 16 สิงหาคม | 17:30 น. | ONE: DREAMS OF GOLD | TV: ตรวจสอบวัน-เวลาออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์ในประเทศ | บัตรเข้าชม: http://bit.ly/onegold19