คิกบ็อกซิ่ง

“เจเน็ต ท็อดด์” ทิ้งชีวิตวิศวกรการบิน สู่เส้นทางนักสู้บนสังเวียนเดือด

11 ก.พ. 2020

แฟนๆ วัน แชมเปียนชิพ คงคุ้นชื่อเสียงเรียงนามของ “เจเน็ต ท็อดด์” กันเป็นอย่างดี นักสู้เลือดญี่ปุ่น-อเมริกันซึ่งมีพื้นหลังความรู้ด้านวิศวกรรมการบิน แต่ผันตัวมาเดินสายนักสู้อย่างเต็มตัว ด้วยการประเดิมเวที วัน แชมเปียนชิพ นัดแรกในการชิงเข็มขัด ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต กับ “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” แม้ต้องพ่ายแพ้ไปเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2562 แต่ แสตมป์ ก็ยอมรับว่า เจเน็ต เป็นคู่ชกที่เคี้ยวยากที่สุด

ในช่วงปีที่ผ่านมา เจเน็ต สั่งสมผลงานและประสบการณ์ รวมถึงพัฒนาฝีมือขึ้นไปมาก และเธอกำลังจะมีโอกาสได้ขึ้นชิงแชมป์โลกกับคู่ปรับเก่าอย่าง แสตมป์ อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นกติกาคิกบ็อกซิ่ง ไม่ใช่กติกามวยไทยเหมือนครั้งแรก

วันนี้เราจึงจะพาไปรู้จักเธอให้มากขึ้น และค้นหาคำตอบที่ว่า ทำไมเธอถึงยอมทิ้งอนาคตวิศวกรการบิน มาสู่เส้นทางนักสู้ที่หลายคนมองว่ามันอันตรายเกินไปสำหรับสุภาพสตรี

เริ่มต้นที่ยิมนาสติก

เจเน็ต เกิดและเติบโตที่ เฮอร์โมซา บีช รัฐแคลิฟอร์เนีย พ่อของเธอเป็นจิตรกรฝาผนัง ส่วนแม่เป็นชาวญี่ปุ่นที่ย้ายตามสามีมาอยู่ที่อเมริกา โดยยึดอาชีพเป็นครูสอนโยคะ และมีหน้าที่เลี้ยงดูลูก นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไม เจเน็ต ถึงพูดภาษาญี่ปุ่นซึ่งเป็นภาษาแม่ได้เป็นภาษาแรก ก่อนที่จะพูดภาษาอังกฤษได้ในภายหลัง

สมัยเด็กๆ ฉันพูดภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงญี่ปุ่น (หัวเราะ) ตอนแม่อยู่บ้าน แม่จะสอนภาษาญี่ปุ่นให้ฉันกับน้องสาว และพาเราไปทุกที่ ทั้งเรียนเปียโน ยิมนาสติก หรือแม้แต่พาน้องสาวไปเตะฟุตบอล”

เจเน็ต เติบโตด้วยความชอบกีฬาโดยธรรมชาติ แต่เธอไม่เคยสนใจศิลปะการต่อสู้เลย เธอฝึกฝนยิมนาสติกอย่างจริงจัง แต่เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นเธอก็ตระหนักว่าต้องเสียสละเวลาให้กับกีฬาอย่างมากมาย จนทำให้ชีวิตบางเสี้ยวของเธอหายไป เธอยังอยากมีสังคมและใช้ชีวิตแบบวัยรุ่น จึงตัดสินใจเลิกเล่นยิมนาสติก และหันไปเป็นเชียร์ลีดเดอร์ ซึ่งมันก็ลงตัวดี

จากคาร์ดิโอคิกบ็อกซิ่งสู่มวยไทย

Will Janet Todd's Muay Thai measure up to Stamp Fairtex in Singapore?

Will Janet Todd's Muay Thai measure up to Stamp Fairtex in Singapore?Singapore | 22 February | 6:00PM | LIVE and FREE on the ONE Super App: http://bit.ly/ONESuperApp | TV: Check local listings for global broadcast | Tickets: http://bit.ly/onegreatness19

Posted by ONE Championship on Tuesday, February 5, 2019

หลังจบมัธยมปลาย เจเน็ต เลิกเป็นเชียร์ลีดเดอร์ และทุ่มเทให้กับการเรียนในมหาวิทยาลัย เธอศึกษาในสาขาวิศวกรรมการบิน 5 ปี ที่มหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคแคลิฟอร์เนีย ใน ซานหลุยส์ โอบิสโป

แม้จะให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอันดับแรก แต่เธอก็ยังอยากรักษารูปร่าง และอยากทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการฟิตร่างกาย ทำให้เธอค้นพบคาร์ดิโอคิกบ็อกซิ่งซึ่งตอบโจทย์อย่างมาก นอกจากทำให้ร่างกายมีความกระฉับกระเฉงแล้ว ยังไม่บั่นทอนเวลาเรียนของเธอด้วย

เมื่อเข้าสู่ปีสุดท้ายของการเรียน เธอได้รู้จักศาสตร์แห่งอาวุธทั้งแปด” อย่างมวยไทย จากการแนะนำของแฟนหนุ่ม และเธอก็ติดบ่วงศาสตร์การต่อสู้แขนงนี้เข้าอย่างจัง

เวลานั้น เรายังแค่ดูใจกันอยู่ แต่ตอนนี้เราแต่งงานกันแล้ว เขาแนะนำให้ฉันรู้จักกับยิมสอนมวยไทยในเขตเซ็นทรัล โคสต์ และฉันก็ตกหลุมรักมวยไทยในทันที การได้เรียนรู้ท่าเคลื่อนไหวใหม่ๆ มันเป็นเรื่องน่าสนใจสำหรับฉันมาก ฉันไม่ได้มีพื้นฐานด้านศิลปะการต่อสู้มาก่อน ดังนั้นการเรียนรู้ที่จะเตะจึงสนุกมาก เพราะการเตะของฉันในตอนเริ่มเรียนใหม่ๆ ก็แย่เอามากๆ ด้วย”

ดิ้นรนไขว่คว้าหาโอกาส

หลังตกหลุมรักมวยไทยอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เจเน็ต ก็รู้ความต้องการของตัวเอง เมื่อเธอได้มีโอกาสไปเป็นพี่เลี้ยงให้คู่ซ้อมในการแข่งขันระดับสมัครเล่น ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เมล็ดพันธุ์ได้ถูกหว่านลงบนเส้นทางสายอาชีพของเธอ

ฉันได้เห็นเธอสู้ และเห็นผลตอบแทนของการฝึกฝนอย่างหนัก เธอชนะทีเคโอ.คู่แข่งด้วยการแทงเข่าที่สวยงามมาก และฉันก็รู้สึกทันทีว่า นี่คือสิ่งที่ฉันอยากจะทำ เธอเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันอยากทำแบบนั้นด้วยตัวเอง

เพื่อไล่ตามความตั้งใจ จึงลงแข่งขันในระดับสมัครเล่นโดยเดินลงจากเวทีพร้อมชัยชนะ หลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้ลิ้มรสชาติของการแข่งขันไปอีกพักใหญ่ เพราะเพิ่งเรียนจบและเริ่มต้นอาชีพใหม่ไปพร้อมกัน ทำให้เธอทำได้แค่ฝึกซ้อม แต่ไม่ได้ลงแข่งขันรายการไหนเลย

สี่ปีต่อมา เจเน็ต พักตารางงานที่แน่นขนัด และหันกลับมาเล่นกีฬาที่เธอรักอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอไม่หันหลังกลับไปอีกแล้ว เธอพยายามทุ่มเทกับมันอย่างที่สุด แต่แล้วเธอก็ต้องพบกับปัญหาใหญ่ที่ตามมา ด้วยมวยไทยไม่ใช่กีฬาซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในสหรัฐอเมริกา ทำให้เธอแทบไม่มีโอกาสได้ลงแข่งขันเลย

ในอีกซีกโลกหนึ่ง พวกเขามีแข่งกันทุกอาทิตย์ แต่ที่อเมริกาโปรโมเตอร์ต้องการคนที่ทำให้เขาขายตั๋วได้ ซึ่งถ้าชื่อของคุณขายไม่ได้ เขาก็จะไม่จัดคุณลง

การแข่งขันมีแค่เดือนละครั้ง ถ้าคุณโชคดี คุณก็จะได้ลงแข่งทุกเดือน ถ้าไม่อย่างนั้นก็ 2-3 เดือนครั้ง โอกาสในการลงแข่งนับว่าน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับประเทศอื่น

ความท้าทายบนเวทีโลก

เพื่อสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ เจเน็ต เริ่มออกเดินทางไปแข่งขันนอกประเทศเพื่อสั่งสมประสบการณ์และความสำเร็จ เฉพาะปี 2560 ปีเดียว เธอขึ้นชกถึง 14 ไฟต์ และปิดเกมด้วยการน็อกเอาต์หลายครั้ง ทั้งยังคว้าเหรียญทองแดงจากการแข่งขันชิงแชมป์โลกของ IFMA, เหรียญทองแดงจากการแข่งขันเวิลด์เกมส์ และเหรียญทองจากการชิงแชมป์ IFMA Pan American

ท็อดด์ เปิดตัวบนสังเวียนระดับโลก วัน แชมเปียนชิพ ในฐานะคู่ชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต กับ “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต แต่เธอก็พ่ายกลับลงจากสังเวียนพร้อมประสบการณ์มากมาย

จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลาร่วมปี เจเน็ต พัฒนาฝีมือของเธอไปมาก และเธอพร้อมที่จะขึ้นสังเวียนชิงบัลลังก์กับ แสตมป์ อีกครั้งในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ในศึก ONE: KING OF THE JUNGLE ที่สิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดียม แต่คราวนี้ทั้งคู่จะไม่ได้เจอกันในกติกามวยไทยอย่างครั้งแรก แต่เป็นกติกาคิกบ็อกซิ่ง (5 ยก) และมีเข็มขัดแชมป์โลก ONE ซึ่ง แสตมป์ ครอบครองอยู่เป็นเดิมพันด้วย

อ่านเพิ่มเติม: