บทความ

หนีสงคราม นอนข้างถนน ชีวิตสุดติดลบของคิกบ็อกซิ่งตัวพ่อ “จอร์จิโอ เปโตรเซียน”

5 ต.ค. 2019

แฟนหมัดมวยชาวไทยคงรู้จัก “จอร์จิโอ เปโตรเซียน” กันมาพอสมควร หลังจากมีดรามานัดล้างตากับนักมวยไทย “เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี” ในการแข่งขันคิกบ็อกซิ่งทัวร์นาเมนต์สนั่นวงการของ วัน แชมเปียนชิพ ก่อนคว้าชัยชนะทะลุเข้ามาถึงรอบสุดท้าย ซึ่งมีเดิมพันเป็นเงินรางวัลถึง 31 ล้านบาท

กว่าจะเดินทางมาถึงจุดสูงสุดในฐานะนักชกคิกบ็อกซิ่งตัวพ่อ ผู้ได้รับการยกย่องว่าเก่งกาจที่สุดตลอดกาล เขาผ่านมรสุมชีวิตที่สุดแสนลำบาก วันนี้จึงอยากจะพาไปรู้จักเขาให้มากขึ้น กับชีวิตที่ไม่มีต้นทุน หรือจะเรียกว่าติดลบเลยก็ว่าได้

ในวัยเด็กของ เปโตรเซียน เขาเกิดที่ประเทศอาร์เมเนีย เมื่อ 10 ธันวาคม 2528 แต่ด้วยปัญหาสงครามภายในประเทศ ทำให้ครอบครัวของเขาต้องอพยพหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอด โดยไปอาศัยอยู่ประเทศอิตาลีในฐานะผู้ลี้ภัย เมื่อปี 2542 ซึ่งขณะนั้นเขามีอายุ 13 ปี

การไปอยู่ที่อิตาลีแบบผู้อพยพ เปรียบเสมือนชีวิตติดลบ ไม่มีที่อยู่อาศัย ต้องซุกหัวนอนตามสถานีรถไฟบ้าง ข้างถนนบ้าง ช่วงเวลานั้นเขาไม่เคยจินตนาการออกเลยว่า อนาคตจะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นในชีวิตหรือเปล่า

โชคดีที่ยังมีองค์กรการกุศลยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้เขาและครอบครัวมีงานทำ ค่อยๆ สร้างหลักปักฐาน และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามสมควร

หนุ่มน้อย เปโตรเซียน เป็นแฟนตัวยงของภาพยนตร์การต่อสู้ มีไอดอลคือ “บรูซ ลี” และ “ฌอง-คล็อด แวนแดมม์” เขาต้องการเก่งเหมือนฮีโร่ยอดนักสู้ เขาสนใจเรียนคิกบ็อกซิ่ง แต่การหายิมในเมืองกอริเซียซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ในอิตาลี ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

“ตอนสมัยที่ผมอาศัยอยู่บ้านพักของศูนย์บรรเทาทุกข์ พ่อบอกผมว่า ระหว่างนี้เราต้องฝึกกันเองไปก่อน และพ่อจะพยายามหายิมให้ พวกเราพันหมอนไว้กับเสาบาสเก็ตบอล ใช้ซ้อมเตะซ้อมต่อยเป็นประจำ จนกระทั่งพ่อหาที่เรียนได้ โดยเริ่มแรกผมเรียนมวยไทยเมื่อสมัยอายุ 14 ปี”

เปโตรเซียน ก้าวขึ้นสังเวียนครั้งแรกเมื่ออายุ 16 ปี ควบคู่ไปกับการทำงานเป็นคนงานก่ออิฐสร้างบ้าน ก่อนจะเดินสายชกอย่างเต็มตัว จนกระทั่งได้รับฉายา “The Doctor”

“กรรมการคนหนึ่งตั้งฉายานี้ให้ผมในปี 2547 ในไฟต์ที่ผมขึ้นชกกับนักมวยชาวฝรั่งเศส ผมน็อกเขาตั้งแต่ยกแรกด้วยการเตะตัดขา 4 ครั้ง เมื่อเขาพิจารณาดูจากภาพถ่ายก็พบว่า การเตะทั้ง 4 ครั้งแม้มันจะดูเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วมันไม่เหมือนกันเลย”

“ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมก็ได้รับฉายาว่า “The Surgeon (ศัลยแพทย์)” เพราะมันเหมือนเป็นการเตะเพียงครั้งเดียว แต่ที่จริงแล้ว มันเป็นการเตะ 4 ครั้ง แต่ย้ำลงไปที่จุดเดิม ระยะเดิม และเทคนิคเดิม จากนั้นฉายา The Surgeon ก็กลายมาเป็น “The Doctor (คุณหมอ)” เพื่อต้องการสื่อว่า ผมมีความแม่นยำและเฉียบขาดในการออกอาวุธ ซึ่งผมใช้ฉายานี้มาตลอดจนปัจจุบัน”

ความแม่นยำในการออกอาวุธเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักสู้ เพราะมันไม่มีคำว่า “ฟลุ๊ค” บนสังเวียน เช่นเดียวกับหมอที่ต้องรักษาคนไข้ หมอจึงมีความเชี่ยวชาญในเครื่องไม้เครื่องมือ และสามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที การชกบนเวทีก็เหมือนกัน

“ผมพยายามเปลี่ยนสไตล์การชกของตัวเองอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้จับทางได้ แต่ย้ำอีกครั้งว่า ถ้าเรามีความเร็วและทักษะการต่อสู้ที่ดี มันจะเป็นข้อได้เปรียบมาก ผมเรียนรู้เทคนิคเหล่านี้ตอนที่ผมเริ่มชกมวยไทย และเมื่อผมได้ชก K-1 ผมก็ต้องเปลี่ยนสไตล์เป็นคิกบ็อกซิ่ง”

“ผมใส่เทคนิคการป้องกันตัวแบบมวยไทยเข้าไป บวกกับการปล่อยหมัดสไตล์คิกบ็อกซิ่ง ผมรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน และเหมือนแฟนๆ จะชื่นชอบและสนุกไปด้วย ผมเก่งในเรื่องการดวลหมัด แต่ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับว่า คู่แข่งที่ผมกำลังเผชิญหน้าเป็นใคร”

การแข่งขัน ONE คิกบ็อกซิ่ง เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รอบสุดท้าย เปโตรเซียน จะต้องปรับเปลี่ยนสไตล์การชกอีกครั้ง เมื่อต้องเจอกับคู่ต่อสู้ที่มีความได้เปรียบเรื่องส่วนสูงและช่วงชกยาวอย่าง “เซมี ซานา” ในศึก ONE: CENTURY PART II ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

แม้เงินรางวัล 31 ล้านจะรออยู่ตรงหน้าแต่ เปโตรเซียน บอกว่า สิ่งที่อยู่บนหัวเขาตอนนี้คือคู่ต่อกรที่มีชื่อว่า “เซมี ซานา” เท่านั้น เขาจะพิชิตชัยในทัวร์นาเมนต์นี้ เพื่อพิสูจน์ว่าต้นทุนชีวิตไม่สำคัญเท่าความมานะพยายาม และการยืนหนึ่งในฐานะนักชกคิกบ็อกซิ่งผู้เก่งกาจตลอดกาล ต้องแลกมาด้วยการอุทิศทั้งชีวิต

โตเกียว | 13 ตุลาคม | ONE: CENTURY  | ศึกนัดที่ 100 ของ วัน แชมเปียนชิพ | ทีวี: ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เวลา 16.30 น. บัตรเข้าชมhttp://bit.ly/onecentury19

ONE: CENTURY คือศึกชิงแชมป์โลกศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งมีแชมป์โลก 28 คนจากหลากหลายศิลปะการต่อสู้ขึ้นเวที ไม่มีองค์กรใดที่เคยจัดอีเวนต์ชิงแชมป์โลกแบบเต็มสเกลถึง 2 ศึกในวันเดียวกันมาก่อนในประวัติศาสตร์

วัน แชมเปียนชิพ เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการชิงแชมป์โลกมากมาย รอบชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 3 คู่ และแชมป์โลกปะทะแชมป์โลกอีกมากมาย ในสังเวียน เรียวโงกุ โกกุงิกัง กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 13 ตุลาคมนี้