บทความ

สุดยอด 6 ไฮไลต์จากศึก ONE: DAWN OF HEROES

5 สิงหาคม 2019

สิ่งที่เกิดขึ้นในศึก ONE: DAWN OF HEROES ควรค่าแก่การกล่าวว่าเป็นอีเวนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์วงการศิลปะการต่อสู้ของฟิลิปปินส์ ซึ่งตามโปรแกรมคู่แข่งขันต่างๆ มันน่าสนใจในตัวเองอยู่แล้ว ขณะที่นักกีฬาก็ได้สร้างความตื่นเต้นเร้าใจสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก เมื่อวันศุกร์ที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา

และนี่คือ 6 ไฮไลต์ที่เกิดขึ้นจากค่ำคืนที่น่าจดจำในกรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์

#1 น็อคเอาต์ของ เหงียน

“The Situ-Asian” มาร์ติน เหงียน ป้องกันแชมป์โลก ONE รุ่นเฟเธอร์เวตเอาไว้ได้ พร้อมตอกย้ำสถานะนักกีฬาที่ครองความยิ่งใหญ่ยาวนานสุดในประวัติศาสตร์ของรุ่นนี้ด้วยการป้องกันแชมป์โลกได้เป็นสมัยที่ 3

ผู้ท้าชิง “Moushigo” โคโยมิ มัตสึชิมา พยายามกดดันแชมป์โลกชาวเวียดนาม-ออสเตรเลียในช่วงต้นยกด้วยทักษะการปล้ำอันแข็งแกร่ง แต่ เหงียน ก็รับมือไว้ได้และหาจังหวะโจมตีอย่างสุดทรงพลัง ด้วยหมัดอัดแน่นๆ ไปที่ลำตัว ส่งให้ มัตสึชิมา เสียหลัก และถูกรุกหนักจนเข้าไปอยู่ที่มุมเวที

นักสู้ชาวญี่ปุ่นไม่มีทางเลือก นอกจากต้องพยายามรวบคู่แข่งให้ได้ แต่ เหงียน ซึ่งกุมความได้เปรียบไว้ รัวหมัดเข้าใส่ไม่ยั้งจนทำให้ผู้ตัดสินต้องยุติการแข่งขันในเวลาอีกไม่กี่วินาทีก่อนหมดยก 2

#2 รถถัง ดวล แฮ็กเกอร์ตี 5 ยกสุดระทึก

“The Iron Man” รถถัง จิตรเมืองนนท์ พิสูจน์ให้เห็นความเกรี้ยวกราดและพลังหมัดที่สามารถสยบคู่แข่งขันไม่ว่าจะมาไม้ไหน

เขาเป็นฝ่ายโจมตีไม่ยั้งในยกที่ 3 และ 4 ช่วยให้ทำคะแนนได้เป็นกอบเป็นกำ ซึ่งส่งผลต่อการชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต จาก “The General” โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี มาครอบครอง

จังหวะโจมตีสุดเฉียบคมช่วยให้นักชกชาวอังกฤษคุมเกมเอาไว้ได้เป็นส่วนใหญ่ในช่วงแรก แต่ “The Iron Man” ก็เร่งจังหวะขึ้นมา เน้นไปที่จังหวะฮุกเข้าใส่ศีรษะและลำตัว ทำให้แชมป์โลกถึงกับร่วงให้กรรมการนับในยกที่ 4 ถือเป็นช็อตสำคัญของไฟต์นี้เลยก็ว่าได้

แฮ็กเกอร์ตีพยายามรวบรวมความกล้าหาญพลิกสถานการณ์ในยกที่ 5 แต่ก็สายไปแล้ว รถถัง เดินหน้ากดดันอย่างต่อเนื่อง และพลังหมัดของเขาก็ประทับใจกรรมการทั้ง 3 ท่าน ก่อนตัดสินให้เขาชนะคะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์ พร้อมกับคว้าเข็มขัดแชมป์โลกมาครอบครอง

#3 การพลิกเกมกลับมาอย่างน่ามหัศจรรย์ของ อัลวาเรซ

“The Underground King” เอ็ดดี อัลวาเรซ พลิกสถานการณ์กลับมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ หลังจากที่ตอนแรกแฟนๆ ชาวฟิลิปปินส์ที่ได้เฮสุดเสียงนำหน้าไปก่อน เมื่อฮีโร่ท้องถิ่นอย่าง “Landslide” เอดูอาร์ด โฟลายัง ส่งให้คู่แข่งขันชาวอเมริกันจ้ำเบ้าไปกับพื้นด้วยจังหวะเตะล่าง และพุ่งตัวเข้าไปเล่นงานอย่างต่อเนื่อง

โฟลายัง เกือบจะปิดบัญชีได้แล้วแท้ๆ แต่ อัลวาเรซ กลับเอาตัวรอดมาได้ ก่อนจะหาจังหวะโจมตีด้วยเกมนอนที่ชำนาญ พลิกสถานการณ์ขึ้นมาอยู่เหนือกว่า และเดินหน้าเล่นงานนักสู้เจ้าบ้านไม่ยั้ง ด้วยการขึ้นคร่อมหลังและใช้ท่อนแขนทรงพลังรัดแน่นเข้าที่คอและซับมิชชันด้วยท่า rear-naked choke อวสารการแข่งขันตั้งแต่ยกแรก คว้าชัยเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของการแข่งขัน ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นไลต์เวต

#4 จอมบู๊รุ่นฟลายเวตส่องประกายในรอบรองชนะเลิศ

ดาวดังรุ่นฟลายเวต “The King” แดนนี คิงกาด และ “Lightning” รีซ แม็คลาเรน สู้กันอย่างพลิกไปพลิกมาตลอดทั้ง 3 ยกในการแข่งขัน ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นฟลายเวต โดยมีเดิมพันเป็นการเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

ถังพลังงานที่ไม่มีวันหมดของทั้งคู่ รวมไปถึงทักษะรอบด้าน ทำให้กลายเป็นการประลองฝีมือที่น่าทึ่ง เมื่อแม็คลาเรน เจ้าของบราซิลเลียน ยิวยิตสู สายดำ เปิดเกมได้ดีกว่าในช่วงแรก และก็เป็นฝ่ายบุกโจมตี แต่แล้ว “The King” ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักสู้จาก Team Lakay ก่อนที่จะเอาตัวรอดแล้วพลิกสถานการณ์กลับมาได้เปรียบ โชว์ผลงานยอดเยี่ยมที่สุดในยกสุดท้าย ด้วยการใช้ทักษะมวยปล้ำทำคะแนน ซึ่งเข้าตากรรมการเพียงพอที่จะช่วยให้เขาเอาชนะไปแบบไม่เป็นเอกฉันท์

#5 วากามัตสึ ชนะน็อกอดีตแชมป์โลก

แม้จะรอนานสักหน่อยแต่สุดท้าย “Little Piranha” ยูยะ วากามัตสึ ก็สามารถคว้าชัยชนะแบบน็อกเอาต์ได้ในองค์กรศิลปะการป้องกันตัวที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เมื่อจอมน็อกเอาต์ชาวญี่ปุ่นต้องมาเผชิญหน้ากับคู่แข่งขันตัวท็อป อดีตแชมป์โลก ONE รุ่นฟลายเวต อย่าง “Gravity” เจเฮ อุสตาคิโอ เขาใช้หมัดซ้ายเปิดการ์ดของ อุสตาคิโอ ก่อนที่จะปล่อยหมัดขวาเข้าเป้าไปที่คางของฮีโร่ชาวฟิลิปปินส์แบบจังๆ จนร่วงลงไปกองที่ผืนผ้าใบ ก่อนจะตามเข้าไปรัวหมัดใส่ จนกรรมการต้องเข้ามายุติการแข่งขันในเวลาเพียง 59 วินาทีของยกแรกเท่านั้น

#6 ทาเคนากะ สร้างชื่อจากการต่อสู้ 3 ยก

การต่อสู้ระหว่างนักสู้ชาวญี่ปุ่น “ไดชิ ทาเกนากะ” และคู่แข่งชาวบราซิล “Brodinho” ลีอันโดร อิซซา ในรุ่นแบนตัมเวต กลายเป็นหนึ่งไฟต์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดของค่ำคืนนั้น เมื่อทั้งคู่ต่างก็โชว์ฟอร์มกันอย่างดุเดือดตลอด 3 ยก ก่อนที่นักสู้ชาวญี่ปุ่นเป็นฝ่ายได้เฮในตอนท้ายด้วยการปิดบัญชีสุดมัน

ทาเกนากะ ปล่อยหมัดทรงพลังเข้าใส่นักสู้ชาวบราซิลจนร่วงลงไปกับพื้น ก่อนเข้าไปซ้ำด้วยเข่าและหมัดที่เล่นงานศีรษะของคู่แข่งขันจนหมดทางป้องกันตัว ทำให้เขาได้รับชัยชนะไปครองและก้าวสู่ระดับที่สูงขึ้นของรุ่นน้ำหนักนี้