บทความ

ศิลปะการต่อสู้ช่วยให้ “มาซาฮิเดะ คูโด” รู้จักความหมายของชีวิต

2 ก.ย. 2019

“Crazy Rabbit” มาซาฮิเดะ คูโด คือหนึ่งในนักกีฬาคิกบ็อกซิ่งที่แฟนๆ จับตามอง โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นอันเป็นประเทศบ้านเกิดของเขา จากการน็อกเอาต์และลีลาสุดมัน

แชมป์ REBELS มวยไทย และ RISE รุ่นเฟเธอร์เวต สั่งสมชื่อจากนักชกโนเนมกลายเป็นขวัญใจแฟนๆ ด้วยลีลาความบู๊ดุดันและหมัดอันทรงพลังที่สามารถเอนเตอร์เทนแฟนๆ ได้เสมอ

หลังประสบความสำเร็จในบ้านเกิด บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่เขาจะได้พิสูจน์ฝีมือในเวทีระดับโลก โดยมีคิวพบแชมป์โลกมวยไทย 5 สมัย “พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์” ในศึก ONE: IMMORTAL TRIUMPH

ก่อนที่คู่สุดมันในการแข่งขัน วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ มวยไทย รุ่นฟลายเวตจะเริ่มขึ้นในวันศุกร์ที่ 6 กันยายนนี้ ที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เรามาดูเส้นทางการเป็นนักกีฬาระดับโลกของ คูโด กัน

ค้นหาตัวเอง

คูโดเกิดที่เมืองทากาซากิ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดกุนมะ ภูมิภาคคันโต ประเทศญี่ปุ่น

การเลี้ยงดูแบบอิสระ แต่ก็ทำให้เขาขาดการโฟกัสในเรื่องการเรียนที่โรงเรียนในชนบท จนทำให้เขาไม่รู้ว่าจะเดินในทิศทางไหน

“ผมเป็นคนสนุกสนาน ชอบเรื่องตลก และมักจะคลุกคลีกับเพื่อนๆ แต่เรื่องที่ยากที่สุดคงหนีไม่พ้นการเรียน”

“ผมเข้าเรียน แต่อะไรๆ ก็ไม่ค่อยเข้าสมอง เรียกว่าเกลียดเลยก็ว่าได้ ผมไม่ได้คิดเรื่องของอนาคตมากนัก แค่หวังให้จบมัธยมปลาย แล้วก็ออกมาหางานทำเป็นเรื่องเป็นราวไป“

แม้พี่ชายจะชวนไปเล่นเบสบอลตั้งแต่ชั้น ป.3 แต่เขากลับไม่สนใจเรื่องกีฬาและไม่มีแววที่จะมาทางนี้เลย จนกระทั่งได้เห็นการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ทางหน้าจอโทรทัศน์

“ผมชอบรายการ K-1 มากๆ ในตอนนั้น เรียกว่าเกาะติดหน้าจอเลยก็ว่าได้ เลยตัดสินใจเริ่มเรียนคิกบ็อกซิ่งที่จังหวัดบ้านเกิด แต่ก็เรียนเหมือนเป็นงานอดิเรกนะครับ”

โอกาสทอง

Masahide Kudo faces Singtongnoi Por Telakun at ONE: INGDOM OF HEROES

หลังจบชั้นมัธยมปลาย คูโด ย้ายไปอยู่กรุงโตเกียว และเริ่มทำงานในร้านเบเกอรีเพื่อหาเลี้ยงชีพ และเริ่มชีวิตอีกด้านที่ Shinjuku Lefty Gym หนึ่งในโรงยิมคิกบ็อกซิ่งที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น

ที่โรงยิมมีนักกีฬาคิกบ็อกซิ่งอาชีพอยู่ราว 10 คน ความทะเยอทะยานของพวกเขาเป็นแรงบันดาลใจให้ คูโด ลุกขึ้นมาสร้างเป้าหมายใหม่ให้กับชีวิต

“งานที่ร้านเบเกอรี มันก็แค่งาน ผมทำไปตามหน้าที่ แต่ผมตระหนักว่า ถ้าขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป ชีวิตคงสูญเปล่า”

“นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมเริ่มเอาจริงกับอะไรซักอย่าง ที่กรุงโตเกียว ผมจึงทำงานและซ้อมอย่างหนัก และผมคิดว่า ลองลงสนามแข่งซักหน่อยก็ดีเหมือนกัน จึงตัดสินใจลาออกจากงานเดิมเพื่อมาเป็นนักกีฬาคิกบ็อกซิ่งอาชีพของ Lefty Gym“

ณ จุดนั้น เขารู้ตัวแล้วว่าความหลงใหลในกีฬาน่าจะช่วยผลักดันให้เขาทำเงินได้ รวมถึงค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญของชีวิต

“Crazy Rabbit” ย้ายมาเป็นนักเรียนประจำที่ยิมแห่งนี้แบบไม่ต้องเสียค่าเช่า พร้อมกับรับงานฝีกสอนหลังว่างเว้นจากการซ้อม

ถือเป็นวิถีชีวิตที่น้อยคนนักอยากกระโจนเข้ามา แม้ว่าจะต้องซ้อมหนัก ถูกต่อยร่วงคาเวทีจนเป็นเรื่องปกติ แต่กลับเป็นแรงผลักดันให้ทักษะของ คูโด พัฒนาขึ้นตามลำดับ

“จริงๆ ตอนแรกมีหลายคนที่กินนอนในโรงยิมเหมือนผม แต่พวกเขาถอดใจอย่างรวดเร็ว ที่สุดก็เหลือแค่ผมเท่านั้นที่เป็นนักเรียนประจำของที่นี่”

“พวกเราซ้อมในตอนเช้า จากนั้นผมก็ทำงานเป็นครูฝึก ก่อนมาซ้อมอีกรอบตอนบ่าย และกลับมาทำงานครูฝึกอีกรอบ ปิดท้ายด้วยการซ้อมตอนกลางคืน ช่วงนั้นผมไม่ค่อยมีเงินมากนัก แต่ความแข็งแกร่งทางจิตใจของผมก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นี่แหละชีวิต”

“ผมบอกกับหัวหน้าค่ายว่า ผมจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะเป็นแชมป์ และในปี 2015 ผมก็คว้าแชมป์ของ REBELS ได้สำเร็จ ผมถึงออกมาอยู่เอง”

“ผมดีใจมากที่ได้เป็นแชมป์ ที่ผ่านมาผมเคยเล่นเบสบอลและอีกหลายอย่าง แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร ผมจึงรู้สึกปลื้มมากกับการคว้าแชมป์แรก และจารึกชื่อตัวเองในหน้าประวัติศาสตร์ได้”

“นั่นเป็นการขึ้นชิงแชมป์ครั้งแรกของผม ดังนั้นความกดดันจึงสูงและผมก็เป็นกังวลมาก แต่นั่นก็ช่วยให้ผมโฟกัส จนประสบความสำเร็จ“

ความสงสัยและการถดถอย

Masahide Kudo faces Singtongnoi Por Telakun at ONE: INGDOM OF HEROES

การแข่งขันคิกบ็อกซิ่งอาชีพนั้นไม่ใช่กีฬาสำหรับคนใจเสาะ และ คูโด จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าจิตใจตัวเองเข้มแข็งพอที่จะผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากได้

เมื่อเขาได้รับบาดเจ็บระหว่างการชกตั้งแต่ช่วงต้นอาชีพ การหยุดซ้อมเพื่อรักษาตัวทำให้สูญเสียแรงขับเคลื่อนในชีวิต แต่ที่สุดแล้ว เขาก็สามารถเรียกจิตวิญญาณนักสู้กลับมาได้

“ตอนที่กระดูกเบ้าตาแตกคงเป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุดแล้ว มันเกิดขึ้นในรอบแรกของทัวร์นาเมนต์ REBELS รุ่น 55 กิโลกรัม ไฟต์ที่พบกับ มาซาฮิโกะ ซูซูกิ แชมป์ RISE คนปัจจุบัน หมัดเขาหนักจริงๆ”

“แรงจูงใจผมหดหายไปเลย แต่ด้วยการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีม ผมก็กลับมาฟื้นตัว และมีใจสู้ต่ออีกครั้ง“

หลังจากการคว้าเข็มขัดแชมป์มาครอง นักสู้จากค่าย Shinjuku Lefty Gym ก็ประสบความพ่ายแพ้ต่อเนื่อง 2 ครั้ง  เขาจึงเริ่มตั้งคำถามถึงอนาคตของตัวเอง แต่เพื่อนร่วมทีมกับครอบครัวได้ให้กำลังใจเขามาโดยตลอด

“ตอนนั้นผมแพ้น็อกยกแรกในรายการ BLADE FC Cup ก่อนแพ้อีกครั้งในศึก REBELS กับคู่ชก อิซากุ โอกาซาวาระ ด้วยเวลาไม่ถึง 2 นาที”

“มันทำให้ผมคิดว่าคงถึงเวลาต้องเลิกแล้ว ผมตัดสินใจคุยกับหัวหน้าค่าย เคนอิชิ ฮามากาวา ว่าจะเลิกชก แต่เขาพูดให้กำลังใจผม”

“พ่อแม่ของผมให้การสนับสนุนผมเสมอ รวมถึงเพื่อนๆ ก็อยากเห็นผมสู้ต่อ ทุกเสียงรอบข้างทำให้ผมเปลี่ยนใจ ซึ่งผมต้องขอบคุณทุกคนจากใจจริง“

ความสนุกและอนาคต

คูโด คว้าเข็มขัดแชมป์เส้นที่สองของรายการ RISE รุ่นเฟเธอร์เวต เมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน

องค์กรคิกบ็อกซิ่งของญี่ปุ่นแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในแหล่งรวมนักกีฬาชั้นแนวหน้าจากทั่วโลก และนั่นทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักกีฬาชั้นนำ

เขายังถือเป็นหนึ่งในขวัญใจแฟนๆ ด้วยลีลาสุดตื่นเต้นเร้าใจ เหมือนกับไอดอลของเขา แชมป์โลก K-1 Max 2 สมัย มาซาโตะ

“สำหรับผม มาซาโตะนั้นยิ่งใหญ่มาก เขาเจ๋ง และเป็นประเภทบู๊ดุดัน”

“การแลกอาวุธคือส่วนที่สนุกที่สุดในกีฬาคิกบ็อกซิ่ง มันเป็นสิ่งที่คุณทำไม่ได้ในชีวิตประจำวัน มันมีทั้งพลังงาน, ความสนุก และเมื่อคุณชนะ ผู้คนรอบข้างต่างมีความสุข นี่แหละคือทั้งหมดของกีฬา”

ชัยชนะ 13 จาก 19 ครั้งของ “Crazy Rabbit” เกิดขึ้นจากการน็อกเอาต์ และการเป็นขวัญใจแฟนๆ ทำให้เขาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ และตอนนี้เขากำลังมองไปที่การสร้างชื่อในเวทีระดับโลก

หลังคว้าชัย 2 ไฟต์อย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขาโฟกัสที่จะเอาชนะ “ยอดมวย 3 พ.ศ.” ชาวไทยอย่าง “พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์” รวมทั้งนึกถึงนักชกคนอื่นๆ ในรุ่นด้วย

“ผมอยากเจอกับรถถัง การชกของเขาสนุกมาก และถ้าได้เจอกับผมคงสนุกน่าดูเลย”

“รถถังมีจุดเด่นที่พละกำลังมากกว่าเทคนิค แถมยังมีสไตล์ดุดัน ผมจึงอยากเจอกับเขา และผมยังอยากเจอนักสู้ชาวอเมริกันด้วย ผมเชื่อว่าน่าจะได้แลกอาวุธกันสนุกให้แฟนๆ ถูกใจแน่”

โฮจิมินห์ ซิตี้ | 6 กันยายน | 19.00 น. | ONE: IMMORTAL TRIUMPH | ทีวี: ตรวจสอบวัน-เวลาออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์ในประเทศ | บัตรเข้าชม: http://bit.ly/oneimmortal19