บทความ

วินัยทหารสร้าง “แบรนดอน เวรา” เป็นแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่

10 ต.ค. 2019

“The Truth” แบรนดอน เวรา สวมเข็มขัดแชมป์โลก ONE รุ่นเฮฟวีเวต อย่างภาคภูมิใจ แต่ถ้าเขาไม่ได้เข้าร่วมกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาในวันนั้น เขาอาจไม่มีวันได้สัมผัสตำแหน่งแชมป์โลกในวันนี้

นักสู้ชาวฟิลิปปินส์-อเมริกัน ที่จะท้าชิงบัลลังก์ของรุ่นไลต์เฮฟวีเวตกับแชมป์โลก ONE สองรุ่นอย่าง “The Burmese Python” ออง ลา เอ็น ซาง ในศึก ONE: CENTURY PART II เผยว่า การเป็นทหารมีส่วนสำคัญที่ส่งให้เขาขึ้นมาอยู่ในระดับท็อปของวงการศิลปะการต่อสู้

“ดูอาชีพที่ผมทำในตอนนี้สิ ผมเป็นแชมป์โลก ลองนึกดูนะว่า ผมต้องใช้พลังงานและเวลามากแค่ไหนกว่าจะมาถึงจุดนี้ และคุณลองคิดดูสิว่า ถ้าผมไม่ถูกผลักดันไปในทิศทางที่ถูกต้อง ผมอาจหลงผิดและทำสิ่งไม่ดีก็ได้”

เวรา เติบโตมากับครอบครัวฟิลิปปินส์ในเมืองนอร์ฟอล์ก รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นรัฐที่มีกองทัพเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก และการทหารถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้เขาได้รับอิทธิพลดังกล่าวไปโดยปริยาย 

เมื่อ เวรา ตัดสินใจออกจากมหาวิทยาลัย โอลด์ โดมิเนียน เขาได้ทำตามความสนใจในวัยเด็ก โดยสมัครเข้าร่วมกองทัพอากาศสหรัฐฯ

“ผมรู้สึกว่าตัวเองเสียเวลากับชีวิตในมหาวิทยาลัย ผมได้รับทุนการศึกษาจนเรียนจบ แต่ผมคิดว่ามันไม่ใช่ตัวผมเลย”

“แทนที่จะทำตัวล่องลอยไปเรื่อยๆ หรือจบไปมีงานปกติทำ แม้ว่ายังเด็ก แต่ผมรู้ว่าจะต้องออกไปค้นหาตัวเองให้เจอ ผมเลยเข้าร่วมกับกองทัพ และพบแนวทางที่ผมต้องการ”

“ผมชื่นชอบทหารมาตั้งแต่เด็ก ผมชอบไปดูงานแสดงของกองทัพอากาศและกองทัพเรือ ผมจึงรู้สึกว่าอยากเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพและรับใช้ชาติ และรอดูว่าตัวเองจะได้เห็นอะไรบ้างจากทั่วโลก”

brandon vera one heavyweight world champion

ประสบการณ์ชีวิตของ เวรา เปลี่ยนแปลงไปเมื่อเขาเข้าไปอยู่ในกองทัพอากาศสหรัฐฯ รวมถึงโอกาสในการฝึกซ้อมประจำที่ศูนย์ฝึกโอลิมปิกในโคโลราโด

หลังจากที่เขาออกจากโรงพยาบาลเนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัสในปี 1999 เขาได้สานต่อความหลงใหลในกีฬาการต่อสู้ที่เพิ่งค้นพบ

ชีวิตในฐานะพลเรือนไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในช่วงเริ่มต้น แต่การเข้ารับใช้ชาติครั้งนี้ คือการกรุยทางให้เขาเข้าสู่วงการศิลปะการต่อสู้ ที่ซึ่งความสำเร็จล้วนมาจากการทำงานหนักและไม่มีคำว่าทางลัด

แม้ว่า เวรา จะคิดถึงการทำงานเป็นทีมและความสนิทสนมที่เกิดขึ้นในกองทัพ แต่เขาก็ได้ค้นพบสิ่งเหล่านั้นในโรงยิม และได้นำประสบการณ์ทางทหารมาปรับใช้อย่างลงตัว



“กองทัพทำให้ผมมีระเบียบวินัย ทั้งในการฝึกซ้อมและการใช้ชีวิต”

“ระเบียบวินัยที่ผมกำลังพูดถึงคือ การที่คุณลงมือทำสิ่งที่ควรจะทำ แม้จะรู้แบบ 100% ว่าไม่มีใครมาคอยเช็ค ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันตัวในการฝึกซ้อม หรือการที่ไม่กินช็อคโกแลตเพราะต้องคุมน้ำหนัก”

“ผมรู้ว่างานของผมคืออะไร ผมรู้ว่าอะไรคือสิ่งจำเป็น และอะไรคือสิ่งที่จะต้องทำ ผมดีใจมากที่ได้เรียนรู้ทั้งหมดนี้ตั้งแต่ตอนที่ยังอายุน้อย”

“นั่นคือวินัยที่ผมได้รับจากการเป็นทหาร ผมทำสิ่งต่างๆ เพราะว่าผมควรต้องทำมัน มันคือหน้าที่และความรับผิดชอบ ผมคิดว่ายังมีผู้คนจำนวนมากในโลกใบนี้ที่ยังขาดสิ่งเหล่านี้อยู่”

brandon vera with one heavyweight championship belt

“The Truth” ยังคงยึดหลักปฏิบัติเหล่านั้นอย่างแน่วแน่ เพื่อเป็นตัวช่วยในการเตรียมพร้อมสำหรับทำศึกบนสังเวียนของ “บ้านแห่งศิลปะการต่อสู้” โดยเฉพาะการชิงเข็มขัดแชมป์โลกกับ ออง ลา เอ็น ซาง ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคมนี้ 

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เขาได้รับจากกองทัพคือ ความปรารถนาในการช่วยเหลือและปกป้องผู้อื่น ขณะที่เขาอาศัยอยู่ที่บ้านเกิดของบรรพบุรุษในฟิลิปปินส์ เวรา มีความรู้สึกว่าเขาจะต้องทำเพื่อประชาชนและแฟนๆ ของเขา 

“ผมไม่ได้อยู่ในกองทัพอีกต่อไป แต่การแข่งขันศิลปะการต่อสู้และการไล่ล่าเข็มขัดแชมป์โลกเส้นที่ 2 มันไม่ได้เกี่ยวกับตัวผมคนเดียว ผมเป็นแค่นักแสดงในละครเรื่องนี้ที่เราเรียกว่าชีวิต”

“ผมเป็นเพียงส่วนหนึ่งของทั้งหมดทั้งปวง และผมต้องการความมั่นใจว่า สิ่งที่ผมทำอยู่และสิ่งที่ผมนำเสนอออกไปนั้นดีต่อทุกๆ คน”

 

โตเกียว | 13 ตุลาคม | ONE: CENTURY  | ศึกนัดที่ 100 ของ วัน แชมเปียนชิพ | ทีวี: ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เวลา 16.20 น. | บัตรเข้าชม: http://bit.ly/onecentury19

ONE: CENTURY คือศึกชิงแชมป์โลกศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งมีแชมป์โลก 28 คนจากหลากหลายศิลปะการต่อสู้ขึ้นเวที ไม่มีองค์กรใดที่เคยจัดอีเวนต์ชิงแชมป์โลกแบบเต็มสเกลถึง 2 ศึกในวันเดียวกันมาก่อนในประวัติศาสตร์

วัน แชมเปียนชิพ เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการชิงแชมป์โลกมากมาย รอบชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 3 คู่ และแชมป์โลกปะทะแชมป์โลกอีกมากมาย ในสังเวียน เรียวโงกุ โกกุงิกัง กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 13 ตุลาคมนี้