บทความ

“วอลเตอร์ กอนซาลเวส” หนุ่มบราซิลผู้ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมวยไทย

7 ต.ค. 2019

“วอลเตอร์ กอนซาลเวส” เป็นเพียงเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งเมื่อตอนที่เขายอมทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง และโบกมือลาถิ่นกำเนิดที่บราซิล เพื่อมาฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ในแดนสยาม

มันเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิต แต่ความทุ่มเทและการเสียสละทั้งหมดของเขาอาจได้รับการตอบแทน หากเขาสามารถก้าวขึ้นนั่งบัลลังก์แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ได้สำเร็จในวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคมที่จะถึงนี้

นักชกวัย 21 ปี ผ่านช่วงเวลาทั้งสุขและทุกข์มาอย่างโชกโชน ซึ่งเขาเชื่อว่าประสบการณ์เหล่านั้นได้หล่อหลอมให้เขามีความแข็งแกร่ง และไม่เกรงกลัวต่ออุปสรรค โดยเฉพาะการชิงเข็มขัดจาก “รถถัง จิตรเมืองนนท์” ในศึก ONE: CENTURY PART II ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

กอนซาลเวส ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำตอนที่เขาเดินทางกว่า 17,000 กิโลเมตร จากบ้านที่ ฟาเวลา หรือที่เรียกกันว่าสลัม ในเมืองฟอร์ตาเลซา ประเทศบราซิล มายังประเทศไทย เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตในแหล่งกำเนิดของ “ศาสตร์แห่งอาวุธทั้งแปด” อย่างมวยไทย

“ผมย้ายจากบราซิลมาเมืองไทยตอนอายุ 17 ปี ผมอยากจะทำตามความฝันของผมและครอบครัว โดยเฉพาะ แอนเดอร์สัน เดนเตา โค้ชของผม เขามักจะบอกผมอยู่เสมอว่า เขาอยากเป็นโค้ชของแชมป์โลก”

กอนซาลเวส จัดการคว้าเข็มขัดแชมป์โลกมาครองถึง 3 เส้น แต่เขายอมรับว่า ช่วงที่มาอยู่ไทยใหม่ๆ เขาไม่คิดไม่ฝันว่าจะประสบความสำเร็จเช่นนี้ เพราะตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด แต่สาเหตุไม่ได้มาจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก

“ผมบอกกับทุกคน ตอนที่ผมมาถึงเมืองไทย ผมร้องไห้อยู่เป็นเดือน มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก ผมจากบ้าน จากเพื่อน จากทุกคน เมื่อผมมองไปรอบๆ ผมไม่รู้จักใครเลย มีแค่ตัวเอง”

“หลังจากนั้น ผมหยุดร้องไห้และคิดกับตัวเองว่า ผมจะต้องทำสิ่งที่ผมต้องการให้สำเร็จ ที่นี่และเดี๋ยวนี้ ผมมองว่ามันคือความท้าทายครั้งสำคัญที่ผมต้องเอาชนะให้ได้ ผมไม่อยากทำให้โค้ชและครอบครัวผิดหวัง เพราะพวกเขาเชื่อมั่นในตัวผม และสุดท้ายผมก็ทำได้”



ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จทำให้ กอนซาลเวส กัดฟันสู้และปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ

“ประสบการณ์ในประเทศไทยเป็นผลพวงมาจากการที่ผมกล้าที่จะออกมาจากกรอบของตัวเอง”

“ผมได้เห็นความแตกต่าง ทั้งการฝึกซ้อม อาหาร และวัฒนธรรม ซึ่งผมไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อนในชีวิต แต่ผมรู้ว่า ถ้าผมอยู่ที่ไทย ผมสามารถประสบความสำเร็จ และผมก็ทำได้”

“ผมเอาชนะความยากลำบาก ผมโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และได้รับความเคารพจากทุกคน”

กอนซาลเวส มีความกระหายในความสำเร็จ และต้องการสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในดินแดนบ้านเกิดของมวยไทย เขาต้องพยายามขึ้นชกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อไต่อันดับและเพื่อโอกาสที่ดีกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม เขายังต้องหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเพื่อความอยู่รอด

“ถ้าผมไม่ได้ขึ้นชก ผมก็จะไม่มีเงินกินข้าว ผมไม่มีเงินที่จะซื้อตั๋วกลับบราซิล ดังนั้น ผมจึงเข้าสู่โหมดต่อสู้อย่างจริงจังและทุ่มสุดตัวให้กับมวยไทย เพื่อสร้างรายได้และหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง”

“อุปสรรคน่ะเหรอ?​ ผมปีนข้ามสิ่งเหล่านั้นเหมือนเดินขึ้นบันไดเลยล่ะ”

แม้ว่าจะต้องดิ้นรนอย่างหนักในการฝึกซ้อมและการแข่งขัน แต่ กอนซาลเวส รู้อยู่เสมอว่า เมื่อยามลำบาก เขาต้องหันหน้าไปเพิ่งใคร

มีบุคคลสำคัญสองคนในชีวิตของ กอนซาลเวส ที่คอยสนับสนุนเขามาตลอด คนแรกคือ “อาซซิส” พ่อของเขา ผู้ที่ทำให้เขาได้รู้จักกับศิลปะการต่อสู้ครั้งแรก และคอยบอกเขาอยู่เสมอว่าลูกชายคนนี้ทำให้ครอบครัวภูมิใจมากแค่ไหน

“พ่อสนับสนุนและคอยอยู่ข้างๆ ผมมาจนถึงทุกวันนี้ เขาเป็นแฟนตัวยงของผม เขาเป็นแรงบันดาลใจ และผมก็สู้เพื่อเขา ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อ ผมคงไม่มีวันนี้”

ขณะที่อีกคนคือโค้ช เดนเตา เขาที่เห็นแววและศักยภาพของ กอนซาลเวส ตั้งแต่สมัยเด็กๆ และยังเป็นคนโน้มน้ามให้เขาเดินทางไปยังอีกซีกหนึ่งของโลก เพื่อยกระดับทักษะการต่อสู้ให้สูงขึ้น

“ผมเคยมีความฝันว่าอยากออกไปท่องโลก ไปเที่ยวในประเทศอื่นๆ และด้วยความช่วยเหลือจากโค้ชแอนเดอร์สัน ผมบรรลุเป้าหมายนี้ได้ในที่สุด”

“การได้เจอผู้คนใหม่ๆ และได้เห็นโลกกว้าง มันคือความสำเร็จที่ผมมองหาจากตรงนั้น โค้ชอยู่เคียงข้างผมตลอดเวลา คอยสนับสนุนและให้คำแนะนำผ่านทางโทรศัพท์เสมอ และนั่นคือเหตุผลที่ผมประสบความสำเร็จ”

ทั้งสองคนทำให้ กอนซาลเวส มีเส้นทางอาชีพที่รุ่งโรจน์ใน “สยามเมืองยิ้ม” ซึ่งนั่นเป็นใบเบิกทางให้เขาได้โอกาสแสดงฝีมือบนสังเวียนระดับโลกในศึกประวัติศาสตร์ ONE: CENTURY ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ดาวดังรุ่นฟลายเวตมั่นใจเต็มสูบในการขึ้นชิงชัยกับ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” ด้วยความทุ่มเทและทำงานหนัก เขาเชื่อว่าไม่มีอะไรที่จะทำให้เขาหวาดหวั่นได้

“การเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผมยอมทำเพื่อมวยไทย คือ การทิ้งครอบครัวไว้ข้างหลัง แต่มันก็คุ้มค่า ผมไม่เสียดายอะไรเลย”

“หลังจากทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมได้ผ่านมา ผมไม่มีอะไรที่จะต้องหวาดกลัวอีกต่อไป”

อ่านเพิ่มเติม : มวยไทยส่ง “วอลเตอร์ กอนซาลเวส” หลุดพ้นจากชีวิตในสลัม

 

โตเกียว | 13 ตุลาคม | ONE: CENTURY  | ศึกนัดที่ 100 ของ วัน แชมเปียนชิพ | บัตรเข้าชมhttp://bit.ly/onecentury19

ONE: CENTURY คือศึกชิงแชมป์โลกศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งมีแชมป์โลก 28 คนจากหลากหลายศิลปะการต่อสู้ขึ้นเวที ไม่มีองค์กรใดที่เคยจัดอีเวนต์ชิงแชมป์โลกแบบเต็มสเกลถึง 2 ศึกในวันเดียวกันมาก่อนในประวัติศาสตร์

วัน แชมเปียนชิพ เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการชิงแชมป์โลกมากมาย รอบชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 3 คู่ และแชมป์โลกปะทะแชมป์โลกอีกมากมาย ในสังเวียน เรียวโงกุ โกกุงิกัง กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 13 ตุลาคมนี้