บทความ

“ยอดแสนไกล” ในบทบาทภาพยนตร์ “ซามูไร อโยธยา”

31 กรกฎาคม 2019

เชื่อว่าหลายคนคงได้ชมภาพยนตร์เรื่อง “ซามูไร อโยธยา” เรื่องนี้ และอีกจำนวนมากอาจไม่คุ้นเลย ทั้งๆ ที่แค่เห็นสโลแกนหนัง “แม้มิใช่แผ่นดินเกิด แต่จักขอเป็นแผ่นดินตาย” และตัวแสดงก็น่าดูแล้ว ซึ่งหนึ่งในตัวแสดงไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือ “ยอดแสนไกล ไอเว แฟร์เท็กซ์” และเหล่านักสู้ชาวไทยอีกมากมายหลายคน

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกจัดว่าเป็นอีกหนึ่ง “หนังม้านอกสายตา” เป็นหนังดีที่คนไทยไม่ดูกัน ต้นทุนการผลิตร่วม 100 ล้านบาท แต่มีรายได้จากการฉายในไทยเพียง 7.5 ล้านบาท แต่สามารถคืนทุนได้ในตลาดต่างประเทศ

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเค้าโครงจากเรื่องจริงของ “ยามาดะ นางามาสะ” ชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาในกรุงศรีอยุธยาหลังสงครามยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา แม้อยุธยาจะเป็นฝ่ายชนะพม่า แต่ก็ยังมีเหตุการณ์ไม่สงบจากโจรพม่าตามชายแดน 

หัวหน้ากองทหารอาสาญี่ปุ่นได้มอบหมายให้ ยามาดะ ไปสืบสวนจนได้ความว่าแท้จริงโจรพม่าเหล่านั้นเป็นชาวญี่ปุ่นปลอมตัวมา ต่อมา ยามาดะ ถูกนินจาลอบทำร้ายได้รับบาดเจ็บ และได้ทนายเลือก (ทหารองครักษ์ผู้ทำหน้าที่ถวายการอารักขาพระมหากษัตริย์แห่งอโยธยา) เป็นชาวสองแควชื่อ “ขาม” กับเพื่อนๆ เข้ามาช่วยเหลือพา ยามาดะ ไปรักษาตัว 

ยามาดะ อยู่ในความดูแลของ “จำปา” น้องของขาม และได้มีโอกาสเรียนรู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนไทย รวมถึงศิลปะแม่ไม้มวยไทย จนได้รับคัดเลือกเป็น “ทนายเลือก” ประจำองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยามาดะทำราชการมีความดีความชอบจนได้เลื่อนตำแหน่งเป็น “ออกญาเสนาภิมุข” เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่ง ยามาดะ ผู้นี้มีความสำคัญด้านความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นมาอย่างช้านาน

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความโดดเด่นคือ ฉากแอคชั่นที่นำศิลปะแม่ไม้มวยไทยมาเป็นจุดขาย โดยได้นำนักมวยอาชีพชื่อดังหลายคนในยุคนั้นร่วมแสดง ได้แก่ บัวขาว ป.ประมุข (บัญชาเมฆ) รับบท ครูเสือ ร่วมด้วย ยอดแสนไกล (ไอเว) แฟร์เท็กซ์, แสนชัย ส.คิงส์สตาร์ (พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม), เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง, สมจิตร จงจอหอ, อนุวัฒน์ แก้วสัมฤทธิ์ รับบทเป็นเหล่า “ทนายเลือก”

“ซามูไร อโยธยา” ออกฉายครั้งแรกปลายปี พ.ศ.2553 ส่วนเส้นทางของ ยอดแสนไกล นักมวยสายพันธุ์โหดหน้าดุเข้าไปเล่นหนังเรื่องนี้ได้อย่างไร เจ้าตัวเปิดเผยว่า

“หลังจากผมชนะคะแนน สามกอ เกียรติมนต์เทพ นักมวยไทยที่เตะหนักที่สุดในยุคนั้น เมื่อราวๆ ปี พ.ศ.2548 ทำให้เส้นทางชีวิตมวยไทยเต็มรูปแบบของผมเปลี่ยนไปมาก เพราะในวงการมวยเมืองไทยแทบจะหาคู่ชกไม่ได้เลย”

“กระทั่งมีรายการมวยยักษ์ใหญ่ของไทยรายการหนึ่งเข้ามาติดต่อให้ผมไปชกกับนักมวยต่างชาติและยังเสนอให้ผมเล่นหนังด้วย ผมจึงตัดสินใจลองดู โดยใช้เวลาถ่ายทำ 4 วัน ได้ค่าเหนื่อยวันละ 1 หมื่นบาท ผมเล่นเป็นทนายเลือก เสื้อไม่ใส่ นุ่งโจงกระเบน สักยันต์อักขระ ใช้เชือกพันมือและศิลปะมวยไทยในการสู้รบ”

 

อย่างไรก็ตามถือเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตของ ยอดแสนไกล ที่ได้เล่นหนัง ซึ่งหากเปรียบเทียบกับอาชีพนักมวยแล้ว เจ้าตัวบอกว่า “ชอบต่อยมวยมากกว่าครับ เล่นหนังไม่ชอบ (หัวเราะ)”

เกือบ 10 ปีผ่านไป “ยอดแสนไกล ไอเว แฟร์เท็กซ์” ในวันนี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และปัจจุบันยังได้เซ็นสัญญาเป็นนักกีฬาของรายการ ONE Championship ซึ่งเป็นรายการศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตรของเอเชีย โดยเจ้าตัวได้ใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยบนสังเวียนการต่อสู้ของลูกผู้ชายตัวจริงตามที่ถนัด