บทความ

“บาร์บี้” เอคาเทรินา นักชกคุณแม่ลูกหนึ่ง ที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา

19 มี.ค. 2020

หากดูภายนอกหลายคนอาจไม่เชื่อว่า “Barbie” เอคาเทรินา วานดารีวา นักมวยหญิงจากเบลารุส จะมีดีกรีเป็นถึงแชมป์โลกมวยไทยเจ้าของเข็มขัดหลายเส้น แต่นักชกหญิงผู้นี้ต่อสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเอง และไล่ตามความฝันมาตลอดชีวิต

ต้นทุนของเธอมาจากรากหญ้า แต่เธอก็พาตัวเองเข้าไปคลุกคลีกับคนเก่งและเดินรอยตามจนประสบความสำเร็จได้ แม้จะถูกปฏิเสธในตอนแรก แต่เธอใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองไม่ถึงสองปี

เด็กสาวจากเมืองเล็ก

เราขอเรียกเธอสั้นๆ ตามฉายาและรูปร่างหน้าตาที่คล้ายกับตุ๊กตาว่า “บาร์บี้”

เธอเกิดในปี 2534 ที่เมืองสตาเรย์ โดโรจี ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ในประเทศเบลารุส อันมีความหมายว่าถนนสายเก่า” โดยอาศัยอยู่กับพ่อแม่และพี่ชาย

บาร์บี้ มีชีวิตคล้ายกับนักสู้หลายๆ คนที่เราเคยอ่านประวัติมา เธอไม่ได้เกิดบนกองเงินกองทอง พ่อทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้างในต่างประเทศ แม่มีตำแหน่งเล็กๆ ในหน่วยงานวัฒนธรรมของท้องถิ่น ถึงแม้พวกเขาจะไม่ร่ำรวย แต่แม่ก็พยายามผลักดันให้ลูกๆ ได้มีการศึกษาที่ดี

ความอุตสาหะมานะของพ่อแม่เป็นแบบอย่างให้กับ บาร์บี้ เธอเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบเรื่องงานบ้านและการเรียน รวมถึงการเต้นรำซึ่งเธอทำได้ดี จนมีโอกาสไปแสดงบ่อยครั้งและได้รับรางวัลมากมาย ซึ่งทักษะการเต้นนี้กลายเป็นพื้นฐานที่ดีในภายหลังเมื่อเธอหันมาจับศิลปะการต่อสู้

โอกาสในเมืองใหญ่

จากเด็กสาวนักเต้นรำ เธอเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนของชีวิตเมื่อเข้าสู่วัย 13 ปี แม่ของ บาร์บี้ แต่งงานใหม่และย้ายครอบครัวไปอยู่ที่เมืองมินสก์ อันเป็นเมืองหลวงของเบลารุส

“ฉันพบโอกาสหลายอย่างที่นี่ แต่กับที่โรงเรียนมันไม่ค่อยเวิร์กกับฉันเลย”

“คนในเมืองดูไม่ค่อยสนิทสนมกัน ไม่จำเป็นต้องสุภาพใส่กัน เด็กๆ ในโรงเรียนมักจะมองฉันอย่างดูถูก (ราวกับว่าเป็นคนบ้านนอก)”

“เด็กบางคนโดยเฉพาะพวกผู้หญิงพยายามที่จะทดสอบความอดทนของฉันเป็นครั้งคราว จนฉันคิดในใจว่า ฉันควรเรียนรู้ที่จะเอาคืนบ้าง”

บาร์บี้ ตัดสินใจหันไปพึ่งพาศิลปะการต่อสู้ โดยเข้าเรียนที่สโมสรยุวชนทหาร ซึ่งทำให้เธอได้เรียนรู้ทั้งเรื่องการป้องกันตัวเอง การยิงปืน และพื้นฐานศิลปะการต่อสู้วูซู

ทำลายกำแพง

น่าเสียดายที่สโมสรดังกล่าวปิดตัวลง แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีที่เพื่อนของ บาร์บี้ แนะนำให้เธอรู้จักกับยิมสอนมวยไทย “คิกไฟต์เตอร์” ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านของแชมป์โลกกว่า 20 คน

ก้าวแรกที่เธอเดินผ่านประตูยิม คำต้อนรับอย่างไม่เป็นมิตรกับเด็กสาววัย 16 ปี เกือบทำให้เธอล้มเลิกความคิด

“ฉันรู้สึกผิดหวังมากเมื่อโค้ชบอกว่าเขาไม่อยากได้ผู้หญิงอีกแล้ว ทีแรกฉันถึงกับหัวเสียเลย แต่อาทิตย์ต่อมาพวกเขาก็โทรบอกให้ฉันกลับไป”

“บรรยากาศการเรียนการสอนมันน่าทึ่งมาก บรรดาโค้ช รวมถึง ‘อันเดรย์ คูเลบิน’ ซึ่งเป็นถึงระดับตำนาน ได้เข้ามีบทบาทในการสร้างแรงจูงใจ เขาทุ่มเทกับพวกเราอย่างเต็มที่ มองไปที่ไหนฉันก็เห็นแต่ผู้หญิงเก่งๆ ที่มีพลังหมัดและเตะ ฉันก็อยากเป็นหนึ่งในนั้น”

วันแรกที่ยิม บาร์บี้ ตั้งเป้าหมายของตัวเองที่จะเป็นแชมป์โลกหญิงคนต่อไป แต่มันไม่ง่ายเมื่อเธอต้องทำงานพาร์ททามในโรงงานควบคู่ไปด้วย และยังเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เธอต้องเตรียมตัวเพื่อจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย หลายครั้งที่เหน็ดเหนื่อยจนแทบร้องไห้

การได้นอนหลับแค่ 4 ชั่วโมงต่อวัน ถือเป็นเรื่องหรูหราที่สุดสำหรับฉันในตอนนั้นแล้ว ฉันไม่อยากทิ้งความฝันของตัวเอง เพื่อกลับไปมีชีวิตแบบเดิมๆ ฉันอยากมีครอบครัว มีชื่อเสียง และเงินทอง”

ผลตอบแทนความยากลำบาก

Janet Todd vs. Ekaterina Vandaryeva at ONE: CENTURY PART I

ในความยากลำบาก บาร์บี้ ยังมีครอบครัวที่ให้การสนับสนุนเธอตลอดเวลา พวกเขาพร่ำบอกเธอว่ามันต้องใช้เวลาหากเธอต้องการประสบความสำเร็จ แต่พวกเขากลับต้องประหลาดใจ เมื่อ บาร์บี้ ใช้เวลาไม่ถึงสองปีก็กวาดความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง

เธอก้าวขึ้นเป็นแชมป์สมัครเล่นระดับประเทศเมื่ออายุ 17 ปี ก่อนที่จะเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อคว้าแชมป์โลก WMF ในปีต่อมา ตามด้วยแชมป์โลก IFMA ปี 2553 และแชมป์โลกคิกบ็อกซิ่ง WKN ปี 2554

บาร์บี้ ตระเวนเก็บชัยชนะไปทั่วโลก ก่อนที่จะมีโอกาสเข้าร่วมงานกับองค์ศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก วัน แชมเปียนชิพ และมีเป้าหมายมากมายนอกเหนือจากการคว้าเข็มขัดมาคาดเอว

ฉันได้แชมป์มวยไทยทุกรายการอย่างที่ฉันต้องการ ฉันเรียนจบมหาวิทยาลัย ฉันได้เป็นนักกีฬาอาชีพ และฉันมีลูก ตอนนี้ฉันรู้สึกสงบ และยังไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรมากมายนัก ฉันแค่อยากโชว์ความสามารถ และมีส่วนร่วมในการแข่งขันที่ตื่นตาตื่นใจ”

ฉันต้องการแสดงให้เห็นว่าทุกอย่างเป็นไปได้ และหวังว่าจะมีผู้หญิงสนใจในกีฬาการต่อสู้มากขึ้น เพื่อใช้ทักษะตรงนี้ในการสร้างรายได้ค่ะ”

อ่านเพิ่มเติม: